หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ทำไมคนโบราณห้ามขานรับเสียงเรียกตอนดึก? ถอดรหัสอุบายกุศโลบายไทย จากความกลัวผีสู่หลักวิชาจิตวิทยาและความปลอดภัย

เขียนโดย EvaAqua

        เคยสงสัยไหมครับว่า ทำไมตั้งแต่เด็กจนโต ผู้ใหญ่ถึงต้องคอยเตือนเสมอว่า "ดึกๆ ดื่นๆ ถ้าได้ยินใครเรียกชื่อ ห้ามทัก ห้ามขานรับเด็ดขาด!" ไม่ว่าเสียงนั้นจะคุ้นเคยเหมือนเสียงแม่ เสียงเพื่อน หรือเสียงคนรู้จักแค่ไหนก็ตาม เพราะความเชื่อโบราณบอกไว้สั้นๆ แต่ชวนขนลุกว่า นั่นอาจเป็นเสียงของ "วิญญาณผีพราย" หรือ "คุณไสยสายดำ" ที่กำลังหาตัวแทน!

        เอาเข้าจริง ความเชื่อเรื่องการห้ามขานรับตอนกลางคืนไม่ได้มีแค่ในไทยนะครับ แต่กระจายอยู่ในวัฒนธรรมเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เกือบทั้งหมด ถามว่าคนโบราณเขาหลอกให้เรากลัวเล่นๆ หรือเปล่า? คำตอบคือไม่ใช่เลยครับ เพราะเบื้องหลังกุศโลบายชวนผวาบทนี้ มีเรื่องของจิตวิทยา สภาพแวดล้อม และความปลอดภัยในชีวิตซ่อนอยู่อย่างชาญฉลาดชนิดที่เราอาจคาดไม่ถึง

        ถ้าเราลองถอยออกมามองใน บริบททางประวัติศาสตร์และสังคมไทยสมัยก่อน สมัยที่ยังไม่มีไฟฟ้าใช้เหมือนทุกวันนี้ พอดวงอาทิตย์ตกดิน ทั่วทั้งหมู่บ้านจะตกอยู่ในความมืดมิด เสียงแมลงและสัตว์ป่าจะเริ่มดังขึ้น ในขณะที่ประสาทสัมผัสการมองเห็นของมนุษย์เราจะลดลงอย่างมาก ร่างกายจึงต้องพึ่งพา "การฟัง" เป็นหลัก

        น่าสนใจตรงที่ เมื่อมนุษย์อยู่ในความมืดและความเงียบเป็นเวลานาน สมองจะเริ่มทำงานหนักขึ้นเพื่อระแวดระวังภัย ในทางวิทยาศาสตร์และจิตวิทยา มีปรากฏการณ์ที่เรียกว่า Auditory Pareidolia หรือการที่สมองพยายามตีความเสียงแปลกๆ ที่ไม่ชัดเจน (เช่น เสียงลมพัดใบไม้ เสียงสัตว์ร้อง หรือเสียงลมพัดผ่านช่องลม) ให้กลายเป็นเสียงที่คุ้นเคย โดยเฉพาะ "เสียงเรียกชื่อตัวเอง" ซึ่งเป็นคำที่สมองเราจดจำได้ดีที่สุด

        จริง ๆ แล้ว การที่คนโบราณสร้างความเชื่อเรื่อง "ผีพรายมาเรียก" หรือ "ไสยศาสตร์ปล่อยของ" ขึ้นมา ก็เพื่อใช้ความกลัวเป็นเครื่องมือควบคุมพฤติกรรมมนุษย์ครับ เพราะในยุคที่ไม่มีกลอนประตูแน่นหนา ไม่มีไฟส่องสว่าง การสุ่มสี่สุ่มห้าขานรับหรือเปิดประตูออกไปดูต้นสายปลายเหตุ อาจนำมาซึ่งอันดับภัยร้ายแรงถึงชีวิตได้ทันที

        ภัยแรกเลยคือ สัตว์ร้ายและสัตว์มีพิษ ในอดีต บ้านเรือนเป็นยกพื้นสูง รอบบ้านเป็นป่าชื้น สัตว์อย่างงูพิษ ตะขาบ หรือแม้กระทั่งเสือและหมาป่า มักออกหากินตอนกลางคืน การเปิดประตูหรือก้าวเท้าออกจากบ้านในมืดๆ โดยไม่ระวัง ย่อมเสร็จสัตว์ร้ายได้ง่ายๆ

        ภัยที่สองคือ โจรผู้ร้าย ในยุคที่ไม่มีตำรวจหรือระบบรักษาความปลอดภัย กลุ่มมิจฉาชีพมักใช้วิธีเรียกชื่อคนในบ้าน หรือทำเสียงเลียนแบบคนรู้จักเพื่อล่อให้เหยื่อเปิดประตูออกมา การสอนให้คน "เงียบไว้ก่อน" และตั้งสติ จึงเป็นเกราะป้องกันการตกเป็นเหยื่อโจรได้อย่างดีเยี่ยม

        อีกหนึ่งมุมมองทางจิตวิทยาที่น่าคิดคือ เรื่อง Sleep Paralysis หรือ ผีอำ รวมถึงภาวะกึ่งฝันกึ่งตื่น (Hypnagogic State) ในช่วงที่เรากำลังจะหลับลึก สมองส่วนรับรู้เสียงอาจทำงานผิดพลาด ทำให้เราได้ยินเสียงคนมาตะโกนเรียกชื่อใกล้ๆ หู การที่คนโบราณสั่งห้ามขานรับ ก็เพื่อป้องกันไม่ให้เราตกใจตื่นจนเกิดอาการขวัญผวา หรือนอนไม่หลับจนส่งผลเสียต่อสุขภาพกายและจิตในระยะยาว

        เชื่อไหมว่า กุศโลบายอายุหลายร้อยปีนี้ พอเอามาปรับใช้กับ โลกยุคปัจจุบัน มันก็ยังทรงคุณค่าอยู่ดี ลองนึกภาพว่าคุณกำลังเดินอยู่ในซอยมืดๆ ตอนตีสอง แล้วได้ยินเสียงคนเรียกชื่อจากข้างหลัง การไม่รีบขานรับ ไม่หยุดเดินทันที แต่เลือกที่จะตั้งสติ มองรอบตัว หรือเดินเข้าหาพื้นที่สว่าง ก็นับเป็นสัญชาตญาณความปลอดภัยที่ถูกต้องอยู่ดี

        จะเห็นได้ว่า คำโบราณที่ดูเหมือนเป็นเรื่องงมงายเกี่ยวกับผีสาง พอเราแกะเปลือกความกลัวออก จะพบว่ามันคือ "ระบบความปลอดภัยในชีวิต" ที่คนรุ่นก่อนควบรวมเอาวิชาการสังเกต จิตวิทยา และสัญชาตญาณการอยู่รอด ถ่ายทอดออกมาเป็นกุศโลบายที่จำง่ายที่สุด เพื่อปกป้องลูกหลานให้รอดพ้นจากอันตรายในยามค่ำคืนนั่นเอง

คุณล่ะครับ เคยมีประสบการณ์ได้ยินเสียงเรียกแปลกๆ ตอนดึกบ้างไหม? แล้วตอนนั้นคุณเลือกที่จะเงียบไว้ หรือขานรับออกไป? ลองมาคอมเมนต์คุยและแลกเปลี่ยนประสบการณ์กันได้นะครับ!

แหล่งอ้างอิง
สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ (สวช.): บทความเรื่อง ความเชื่อและกุศโลบายในวิถีชีวิตไทย

American Psychological Association (APA): เอกสารอธิบายปรากฏการณ์ทางจิตวิทยา Auditory Pareidolia and Hypnagogic Hallucinations

กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม: หนังสือ คติชาวบ้านและปริศนาคำทายไทย
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
EvaAqua's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 10 ครั้ง
เขียนโดย EvaAqua
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ราชวงศ์ลาวจากหลวงพระบางถึงวันที่สถาบันกษัตริย์สิ้นสุดลงเปิดรายได้ต่อเดือน ช่อง YouTube ฮลุน โซโล่ (Hlun Solo)เมียให้เช่าใน สปป.ลาว เรื่องจริงที่มีอยู่ แต่ไม่ใช่อย่างที่หลายคนเข้าใจพี่ชาย ฮลุนโซโล่ โพสต์ระบายความรู้สึก "คุณย่าเหนื่อยล้า-อ่อนเพลียหนัก" หวั่นสูญเสียเพิ่มงานปาร์ตี้แลกคู่นอนที่ใหญ่ที่สุดในโลกได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว!!เมื่อยูทูบเบอร์เสียชีวิต ลิขสิทธิ์คลิปและช่อง YouTube ตกเป็นของใคร?มนุษย์ยุคหินเอาชีวิตรอดจากฝนที่ตกติดต่อกันนาน ๆ ได้อย่างไรสรุปสิบเลขฮิตและเลขมงคล OK ล็อตเตอรี่ งวดประจำวันที่ 1 สิงหาคม 2569ทำไมผู้ชายจำนวนมากถึงสะดุดตาเมื่อเห็นผู้หญิงใส่กระโปรงระบายสั้นเงินเดือนคนขับรถเมล์ ขสมก.ประเทศที่กู้เงินจากไทยมากที่สุด 5 อันดับแรกของโลกเปิด 8 สถานที่ในอดีตของไทย ที่ปัจจุบันไม่มีแล้ว เหลือไว้เพียงความทรงจำ
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ทำไมผู้ชายจำนวนมากถึงสะดุดตาเมื่อเห็นผู้หญิงใส่กระโปรงระบายสั้นประเทศที่กู้เงินจากไทยมากที่สุด 5 อันดับแรกของโลก
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
ถ้าไดโนเสาร์ไม่สูญพันธุ์ โลกวันนี้จะเป็นอย่างไร?7 วิธีสร้างรายได้ ที่มีเงินเข้ามาแม้คุณกำลังนอนหลับถ้าถูกรางวัลที่ 1 อย่าเพิ่งดีใจ! มี 7 เรื่องที่ควรรู้ก่อนขึ้นเงินอีก 20 ปี ประเทศไทยจะเป็นอย่างไร หากเด็กเกิดน้อยลงเรื่อย ๆ
ตั้งกระทู้ใหม่