หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
ตรวจหวย ผลการออกรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาล งวดวันที่ 16 กันยายน 2569
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ทำไมคนโบราณห้ามขานรับเสียงเรียกตอนดึก? ถอดรหัสอุบายกุศโลบายไทย จากความกลัวผีสู่หลักวิชาจิตวิทยาและความปลอดภัย

เขียนโดย EvaAqua

        เคยสงสัยไหมครับว่า ทำไมตั้งแต่เด็กจนโต ผู้ใหญ่ถึงต้องคอยเตือนเสมอว่า "ดึกๆ ดื่นๆ ถ้าได้ยินใครเรียกชื่อ ห้ามทัก ห้ามขานรับเด็ดขาด!" ไม่ว่าเสียงนั้นจะคุ้นเคยเหมือนเสียงแม่ เสียงเพื่อน หรือเสียงคนรู้จักแค่ไหนก็ตาม เพราะความเชื่อโบราณบอกไว้สั้นๆ แต่ชวนขนลุกว่า นั่นอาจเป็นเสียงของ "วิญญาณผีพราย" หรือ "คุณไสยสายดำ" ที่กำลังหาตัวแทน!

        เอาเข้าจริง ความเชื่อเรื่องการห้ามขานรับตอนกลางคืนไม่ได้มีแค่ในไทยนะครับ แต่กระจายอยู่ในวัฒนธรรมเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เกือบทั้งหมด ถามว่าคนโบราณเขาหลอกให้เรากลัวเล่นๆ หรือเปล่า? คำตอบคือไม่ใช่เลยครับ เพราะเบื้องหลังกุศโลบายชวนผวาบทนี้ มีเรื่องของจิตวิทยา สภาพแวดล้อม และความปลอดภัยในชีวิตซ่อนอยู่อย่างชาญฉลาดชนิดที่เราอาจคาดไม่ถึง

        ถ้าเราลองถอยออกมามองใน บริบททางประวัติศาสตร์และสังคมไทยสมัยก่อน สมัยที่ยังไม่มีไฟฟ้าใช้เหมือนทุกวันนี้ พอดวงอาทิตย์ตกดิน ทั่วทั้งหมู่บ้านจะตกอยู่ในความมืดมิด เสียงแมลงและสัตว์ป่าจะเริ่มดังขึ้น ในขณะที่ประสาทสัมผัสการมองเห็นของมนุษย์เราจะลดลงอย่างมาก ร่างกายจึงต้องพึ่งพา "การฟัง" เป็นหลัก

        น่าสนใจตรงที่ เมื่อมนุษย์อยู่ในความมืดและความเงียบเป็นเวลานาน สมองจะเริ่มทำงานหนักขึ้นเพื่อระแวดระวังภัย ในทางวิทยาศาสตร์และจิตวิทยา มีปรากฏการณ์ที่เรียกว่า Auditory Pareidolia หรือการที่สมองพยายามตีความเสียงแปลกๆ ที่ไม่ชัดเจน (เช่น เสียงลมพัดใบไม้ เสียงสัตว์ร้อง หรือเสียงลมพัดผ่านช่องลม) ให้กลายเป็นเสียงที่คุ้นเคย โดยเฉพาะ "เสียงเรียกชื่อตัวเอง" ซึ่งเป็นคำที่สมองเราจดจำได้ดีที่สุด

        จริง ๆ แล้ว การที่คนโบราณสร้างความเชื่อเรื่อง "ผีพรายมาเรียก" หรือ "ไสยศาสตร์ปล่อยของ" ขึ้นมา ก็เพื่อใช้ความกลัวเป็นเครื่องมือควบคุมพฤติกรรมมนุษย์ครับ เพราะในยุคที่ไม่มีกลอนประตูแน่นหนา ไม่มีไฟส่องสว่าง การสุ่มสี่สุ่มห้าขานรับหรือเปิดประตูออกไปดูต้นสายปลายเหตุ อาจนำมาซึ่งอันดับภัยร้ายแรงถึงชีวิตได้ทันที

        ภัยแรกเลยคือ สัตว์ร้ายและสัตว์มีพิษ ในอดีต บ้านเรือนเป็นยกพื้นสูง รอบบ้านเป็นป่าชื้น สัตว์อย่างงูพิษ ตะขาบ หรือแม้กระทั่งเสือและหมาป่า มักออกหากินตอนกลางคืน การเปิดประตูหรือก้าวเท้าออกจากบ้านในมืดๆ โดยไม่ระวัง ย่อมเสร็จสัตว์ร้ายได้ง่ายๆ

        ภัยที่สองคือ โจรผู้ร้าย ในยุคที่ไม่มีตำรวจหรือระบบรักษาความปลอดภัย กลุ่มมิจฉาชีพมักใช้วิธีเรียกชื่อคนในบ้าน หรือทำเสียงเลียนแบบคนรู้จักเพื่อล่อให้เหยื่อเปิดประตูออกมา การสอนให้คน "เงียบไว้ก่อน" และตั้งสติ จึงเป็นเกราะป้องกันการตกเป็นเหยื่อโจรได้อย่างดีเยี่ยม

        อีกหนึ่งมุมมองทางจิตวิทยาที่น่าคิดคือ เรื่อง Sleep Paralysis หรือ ผีอำ รวมถึงภาวะกึ่งฝันกึ่งตื่น (Hypnagogic State) ในช่วงที่เรากำลังจะหลับลึก สมองส่วนรับรู้เสียงอาจทำงานผิดพลาด ทำให้เราได้ยินเสียงคนมาตะโกนเรียกชื่อใกล้ๆ หู การที่คนโบราณสั่งห้ามขานรับ ก็เพื่อป้องกันไม่ให้เราตกใจตื่นจนเกิดอาการขวัญผวา หรือนอนไม่หลับจนส่งผลเสียต่อสุขภาพกายและจิตในระยะยาว

        เชื่อไหมว่า กุศโลบายอายุหลายร้อยปีนี้ พอเอามาปรับใช้กับ โลกยุคปัจจุบัน มันก็ยังทรงคุณค่าอยู่ดี ลองนึกภาพว่าคุณกำลังเดินอยู่ในซอยมืดๆ ตอนตีสอง แล้วได้ยินเสียงคนเรียกชื่อจากข้างหลัง การไม่รีบขานรับ ไม่หยุดเดินทันที แต่เลือกที่จะตั้งสติ มองรอบตัว หรือเดินเข้าหาพื้นที่สว่าง ก็นับเป็นสัญชาตญาณความปลอดภัยที่ถูกต้องอยู่ดี

        จะเห็นได้ว่า คำโบราณที่ดูเหมือนเป็นเรื่องงมงายเกี่ยวกับผีสาง พอเราแกะเปลือกความกลัวออก จะพบว่ามันคือ "ระบบความปลอดภัยในชีวิต" ที่คนรุ่นก่อนควบรวมเอาวิชาการสังเกต จิตวิทยา และสัญชาตญาณการอยู่รอด ถ่ายทอดออกมาเป็นกุศโลบายที่จำง่ายที่สุด เพื่อปกป้องลูกหลานให้รอดพ้นจากอันตรายในยามค่ำคืนนั่นเอง

คุณล่ะครับ เคยมีประสบการณ์ได้ยินเสียงเรียกแปลกๆ ตอนดึกบ้างไหม? แล้วตอนนั้นคุณเลือกที่จะเงียบไว้ หรือขานรับออกไป? ลองมาคอมเมนต์คุยและแลกเปลี่ยนประสบการณ์กันได้นะครับ!

แหล่งอ้างอิง
สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ (สวช.): บทความเรื่อง ความเชื่อและกุศโลบายในวิถีชีวิตไทย

American Psychological Association (APA): เอกสารอธิบายปรากฏการณ์ทางจิตวิทยา Auditory Pareidolia and Hypnagogic Hallucinations

กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม: หนังสือ คติชาวบ้านและปริศนาคำทายไทย
ตรวจหวย ตรวจล็อตเตอรี่
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
EvaAqua's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 71 ครั้ง
เขียนโดย EvaAqua
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
15 VOTES (5/5 จาก 3 คน)
VOTED: C lover, เศรษฐีนี สวย รวย โสด, EvaAqua
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
อำเภอล่าสุดของประเทศไทย ที่ถูกแยกออกมาเพื่อตั้งเป็นจังหวัดใหม่รู้หรือไม่? ปลาในประเทศไทยบางชนิดไม่ได้จับหรือซื้อขายกันได้อย่างที่คิด 🐟อำเภอที่ขอแยกตัวเป็นจังหวัด อำเภอล่าสุดของประเทศไทยข่าวช็อก! อแมนด้า เซย์ฟรีด ประกาศหย่าร้าง จบชีวิตสมรส 9 ปีเลขเด็ด "ปฏิทินท้าวเวสสุวรรณโณ" งวด 1 ต.ค. 69 รวมเลขเด่น 2 ตัว 3 ตัวเลขเด็ด "ปฏิทินคำชะโนด" งวดวันที่ 1 ตุลาคม 2569 สายพญานาค อย่าพลาด!!108 ท่าบนเตียง มีอะไรบ้าง Sex position ท่าเด็ดบนเตียงดีใจด้วยเด้อ…คุณเฟย! จากพนักงานโออิชิ สู่เศรษฐี 12 ล้านบาท10 โรงเรียนชั้นนำในไทยที่มีจุดเด่นต่างกัน เปิดมุมมองก่อนเลือกโรงเรียนให้เหมาะกับเด็กเด็กเทคนิคเรียนสายไหนมากที่สุด เปิดข้อมูลอาชีวะ สายช่างที่มีผู้เรียนมากอันดับ 1มหาวิทยาลัยไทยที่ติดอันดับโลก อันดับ 1 ของไทยอยู่ที่เท่าไร?ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล 16 กันยายน 2569 รางวัลที่ 1 คือ 730640 เช็กผลครบทุกประเภท
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
มหาวิทยาลัยที่คนลาวชอบที่สุด และนิยมเข้าเรียนมากที่สุดในไทย
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
สารัตถะแห่งวิสุทธิมรรค สำหรับประชาชน (สร้างกับ เอไอ)6 การ์ดเกม Yu-Gi-Oh! รุ่นแรกที่เลิกพิมพ์แล้ว! จากการ์ดเด็กเล่น สู่ของสะสมราคาหลักแสนเปิดภาพ 5 สถานที่ลับบนโลกใบนี้! ต่อให้มีเงินเป็นพันล้าน ก็ซื้อสิทธิ์เข้าไปเองไม่ได้🥤💥 6 น้ำอัดลมยี่ห้อดังที่เคยขายดีในไทย แต่จู่ ๆ หายจากตลาด! บางขวดคนยุคเก่ายังจำรสชาติได้
ตั้งกระทู้ใหม่