ฟ้องแก้เกี้ยว คืออะไร ทำไมหลายคดีถึงถูกมองว่าเป็นการเอาคืนกันในชั้นศาล
คำว่า “ฟ้องแก้เกี้ยว” ไม่ใช่ศัพท์กฎหมาย แต่เป็นคำที่คนไทยใช้กันจนติดปาก
เวลามีข่าวคนสองฝ่ายฟ้องร้องกันไปมา มักจะได้ยินคนพูดว่า “อันนี้ฟ้องแก้เกี้ยวหรือเปล่า” คำนี้หมายถึงการฟ้องคดีเพื่อตอบโต้หรือเอาคืนอีกฝ่าย หลังจากตัวเองตกเป็นผู้ถูกกล่าวหาหรือถูกฟ้องก่อน จุดประสงค์ที่หลายคนเข้าใจจึงไม่ใช่การเรียกร้องความเป็นธรรมเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการสร้างแรงกดดันหรือทำให้อีกฝ่ายต้องเสียเวลา เสียค่าใช้จ่าย และต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมเหมือนกัน
แล้วผิดกฎหมายหรือไม่?
คำตอบคือ ไม่เสมอไป เพราะกฎหมายไม่ได้ห้ามการฟ้องกลับ หากผู้ฟ้องมีพยานหลักฐานและเห็นว่าตนได้รับความเสียหายจริง ก็มีสิทธิใช้กระบวนการศาลได้ตามปกติ ดังนั้นการฟ้องกลับไม่ได้แปลว่าเป็นการฟ้องแก้เกี้ยวทุกกรณี
ปัญหาจะเกิดขึ้นเมื่อการฟ้องนั้นไม่มีข้อเท็จจริงรองรับ หรือรู้ทั้งรู้ว่าอีกฝ่ายไม่ได้กระทำผิด แต่ยังดำเนินคดีเพื่อกดดัน ข่มขู่ หรือหวังให้คู่กรณีลำบาก กรณีลักษณะนี้อาจส่งผลเสียต่อผู้ฟ้องเอง หากศาลเห็นว่าไม่มีมูล หรือเข้าข่ายใช้สิทธิไม่สุจริต
ทำไมคดีลักษณะนี้ถึงเกิดขึ้นบ่อย?
• อีกฝ่ายต้องการแสดงว่าตนไม่ได้เป็นฝ่ายผิดเพียงฝ่ายเดียว
• ใช้การฟ้องเป็นเครื่องมือต่อรองระหว่างคู่กรณี
• หวังลดแรงกดดันจากสังคมหรือสื่อ
• เชื่อว่าตนได้รับความเสียหายจริงจากการกระทำของอีกฝ่าย
แม้เหตุผลจะต่างกัน แต่สุดท้ายศาลจะพิจารณาจากพยานหลักฐาน ไม่ใช่ความรู้สึกหรือกระแสในสังคม
ศาลมองอย่างไร?
ศาลไม่ได้ตัดสินจากคำว่า “ฟ้องแก้เกี้ยว” เพราะคำนี้ไม่มีสถานะเป็นข้อกฎหมาย สิ่งที่ศาลพิจารณาคือข้อเท็จจริง พยาน หลักฐาน และองค์ประกอบความผิดหรือสิทธิที่กฎหมายรับรอง หากผู้ฟ้องพิสูจน์ได้ว่าตนเสียหายจริง คดีก็สามารถดำเนินต่อไปได้ แม้จะเกิดขึ้นหลังจากถูกอีกฝ่ายฟ้องก่อนก็ตาม
ในทางกลับกัน หากคดีไม่มีน้ำหนัก ไม่มีพยานสนับสนุน หรือเป็นการกล่าวหาโดยไม่มีมูล ผู้ฟ้องก็อาจเป็นฝ่ายเสียเปรียบในที่สุด
อย่ารีบสรุปจากข่าวเพียงด้านเดียว
เวลามีคดีดังในหน้าสื่อ คำว่า “ฟ้องแก้เกี้ยว” มักถูกหยิบมาใช้ทันที ทั้งที่คนภายนอกยังไม่เห็นพยานหลักฐานทั้งหมด บางคดีเมื่อเข้าสู่ชั้นศาลกลับพบว่าการฟ้องกลับมีเหตุผลรองรับจริง ขณะที่บางคดีก็จบลงด้วยการยกฟ้องเพราะไม่มีมูล
คำนี้จึงเป็นเพียงคำอธิบายพฤติกรรมที่คนทั่วไปใช้เรียก ไม่ใช่ข้อสรุปว่าฝ่ายใดถูกหรือผิด การตัดสินสุดท้ายยังคงเป็นหน้าที่ของศาลตามพยานหลักฐานและข้อกฎหมาย ไม่ใช่เสียงวิจารณ์ในโลกออนไลน์
ทำไมขนมซองพองลมต้องเติมไนโตรเจน?
งูพิษลอยน้ำ งูไม่มีพิษจมน้ำ จริงหรือ? ไขความเชื่อเก่าเกี่ยวกับงูในสายน้ำ
10 อันดับเลขมาแรงงวด 1 กันยายน 2569 สำรวจจากกระแสข่าวและความนิยมออนไลน์
รีโมททีวีในโรงแรมควรเช็ดก่อนใช้ไหม?
ความหวังใหม่ผู้ป่วยมะเร็ง ! Moderna–Merck เผยวัคซีน mRNA ผ่าน Phase 3 ลดการกลับมาและแพร่กระจายของเมลาโนมา
ยาสีฟันฟอกฟันขาวทำให้ฟันเหลืองได้จริงหรือ?
เขียงไม้สกปรกกว่าเขียงพลาสติกจริงหรือ?
9 อาชีพในตำนานของไทย จากงานที่เคยจำเป็น สู่วันที่คนรุ่นใหม่แทบไม่เคยเห็น
6 ประเทศที่ยังไม่มีรถไฟ และดูเหมือนยังไม่จำเป็นต้องสร้างรางรถไฟ
3 แหล่งปลูกข้าวหอมมะลิ ที่ขึ้นชื่อว่าอร่อยที่สุดในประเทศไทย
จีนมี “ห้างไลฟ์สด” เปิดเบื้องหลังห้างจีนที่ขายของผ่านมือถือ
5 จังหวัดไทยที่เจริญรุ่งเรืองที่สุด เมื่อวัดเศรษฐกิจโดยภาพรวม
ความหวังใหม่ผู้ป่วยมะเร็ง ! Moderna–Merck เผยวัคซีน mRNA ผ่าน Phase 3 ลดการกลับมาและแพร่กระจายของเมลาโนมา
ทำไมขนมซองพองลมต้องเติมไนโตรเจน?
ยาสีฟันฟอกฟันขาวทำให้ฟันเหลืองได้จริงหรือ?
How to Teach “Leave It” Without Turning It Into a Battle
รีโมททีวีในโรงแรมควรเช็ดก่อนใช้ไหม?
จีนมี “ห้างไลฟ์สด” เปิดเบื้องหลังห้างจีนที่ขายของผ่านมือถือ


