คนขี้อวดไม่ได้มีความสุขเสมอไป ทำไมบางคนต้องพยายามให้คนอื่นเห็นว่าตัวเองเหนือกว่า
บางคนอวดเพราะภูมิใจ แต่บางคนอวดเพราะกำลังขาดอะไรบางอย่าง
เคยสังเกตไหมว่า มีบางคนที่แทบทุกเรื่องในชีวิตต้องโพสต์ ต้องเล่า ต้องประกาศให้คนอื่นรู้ ไม่ว่าจะซื้อรถใหม่ กินร้านแพง ไปเที่ยวต่างประเทศ ได้โบนัส หรือแม้แต่เรื่องเล็กน้อยอย่างกาแฟแก้วละไม่กี่ร้อยบาทก็ยังต้องถ่ายลงโซเชียลให้ครบ หลายครั้งคนรอบตัวอาจรู้สึกว่าเขาเป็นคนขี้อวด แต่คำถามที่น่าสนใจกว่าคือ ทำไมเขาถึงต้องทำแบบนั้นอยู่เรื่อยๆ
การอวดไม่ได้เกิดจากความมั่นใจเสมอไป
หลายคนเข้าใจว่าคนที่ชอบอวดคือคนที่มั่นใจในตัวเองมาก แต่ในทางจิตวิทยามีคำอธิบายอีกด้านหนึ่งว่า คนที่ต้องการการยอมรับจากคนอื่นมากเป็นพิเศษ มักใช้ความสำเร็จหรือสิ่งของมาเป็นเครื่องยืนยันคุณค่าของตัวเอง ยิ่งได้รับคำชม ยอดไลก์ หรือคำอิจฉา ก็ยิ่งรู้สึกว่าตัวเองมีความสำคัญ
นั่นไม่ได้หมายความว่าทุกคนที่โพสต์ชีวิตดีๆ จะเป็นคนขี้อวด เพราะบางคนแค่ต้องการแบ่งปันช่วงเวลาดีๆ เท่านั้น ความแตกต่างอยู่ที่แรงจูงใจ หากทุกอย่างทำไปเพื่อให้คนอื่นรู้สึกว่าตัวเองด้อยกว่า หรือเพื่อรอการยืนยันจากคนรอบข้าง พฤติกรรมแบบนี้มักเกิดซ้ำจนกลายเป็นนิสัย
โซเชียลมีเดียทำให้การเปรียบเทียบเกิดขึ้นตลอดเวลา
เมื่อก่อนคนจะอวดกันเฉพาะในวงสนทนา แต่ปัจจุบันการอวดสามารถเกิดขึ้นได้ตลอด 24 ชั่วโมง เพียงแค่เปิดโทรศัพท์ก็เห็นภาพชีวิตที่ดูสมบูรณ์แบบของใครหลายคน บ้านสวย รถหรู ร้านอาหารหรู หรือการเดินทางที่เหมือนใช้ชีวิตในฝัน ทำให้บางคนเริ่มรู้สึกว่าถ้าตัวเองไม่มีอะไรมาโชว์ ก็อาจถูกมองว่าไม่ประสบความสำเร็จ
วงจรนี้ทำให้เกิดการแข่งขันแบบเงียบๆ คนหนึ่งโพสต์ อีกคนก็อยากโพสต์บ้าง สุดท้ายสิ่งที่เห็นบนหน้าฟีดอาจไม่ใช่ชีวิตจริงทั้งหมด แต่เป็นช่วงเวลาที่ถูกเลือกมาแล้วว่าดูดีที่สุด
บางครั้งการอวดก็เป็นเกราะป้องกันความไม่มั่นคงในใจ
นักจิตวิทยาหลายคนมองว่า คนที่รู้สึกไม่มั่นคงในคุณค่าของตัวเอง อาจพยายามสร้างภาพลักษณ์ให้ดูประสบความสำเร็จอยู่เสมอ เพราะกลัวว่าจะถูกมองข้าม การอวดจึงกลายเป็นเหมือนเครื่องป้องกันไม่ให้คนอื่นเห็นความกังวล ความกลัว หรือความรู้สึกว่าตัวเองยังไม่ดีพอ
นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมบางคนที่ดูเหมือนมีทุกอย่าง กลับยังต้องประกาศความสำเร็จครั้งแล้วครั้งเล่า ทั้งที่คนรอบตัวรับรู้มานานแล้ว
แล้วคนที่ไม่ค่อยอวดล่ะ
คนที่มีความมั่นคงในตัวเองมักไม่จำเป็นต้องให้คนอื่นรับรองคุณค่าของชีวิตอยู่ตลอด พวกเขาอาจแบ่งปันเรื่องราวบ้าง แต่ไม่รู้สึกว่าต้องแข่งขันกับใคร ความสุขของคนกลุ่มนี้มักเกิดจากสิ่งที่ตัวเองสัมผัสได้จริง มากกว่าความประทับใจที่คนอื่นมีต่อพวกเขา
แน่นอนว่าไม่มีสูตรตายตัว เพราะแต่ละคนเติบโตมาไม่เหมือนกัน บางคนอวดเพราะตื่นเต้น บางคนอวดเพราะอยากแบ่งปัน และบางคนอวดเพราะกำลังตามหาการยอมรับที่ยังไม่เคยได้รับ
การอวดไม่ใช่เรื่องผิดเสมอไป แต่ถ้าความสุขของเราต้องขึ้นอยู่กับสายตาของคนอื่นตลอดเวลา วันหนึ่งเมื่อเสียงชื่นชมเงียบลง เราอาจค้นพบว่าความสุขที่แท้จริงยังไม่เคยเกิดขึ้นเลยก็ได้
เปิดเเนวทางเลขความเชื่อ จอมขมังเวทย์ 1/9/69
ตรอกกับซอยต่างกันอย่างไร?
ทางรถไฟที่ยาวที่สุดในโลกคือสายไหน ทำความรู้จัก Trans-Siberian กว่า 9,288 กม.
9 อาชีพในตำนานของไทย จากงานที่เคยจำเป็น สู่วันที่คนรุ่นใหม่แทบไม่เคยเห็น
งูพิษลอยน้ำ งูไม่มีพิษจมน้ำ จริงหรือ? ไขความเชื่อเก่าเกี่ยวกับงูในสายน้ำ
10 อันดับเลขมาแรงงวด 1 กันยายน 2569 สำรวจจากกระแสข่าวและความนิยมออนไลน์
5 จังหวัดไทยที่เจริญรุ่งเรืองที่สุด เมื่อวัดเศรษฐกิจโดยภาพรวม
8 นาทีหลังดวงอาทิตย์หายไป โลกจะเปลี่ยนไปอย่างไร
นินจาไม่ได้ใส่ชุดดำ? จริงๆ แล้วพวกเขาแต่งตัวเป็นชาวนาเพื่อให้กลมกลืนกับชาวบ้าน
6 ประเทศที่ยังไม่มีรถไฟ และดูเหมือนยังไม่จำเป็นต้องสร้างรางรถไฟ
ความหวังใหม่ผู้ป่วยมะเร็ง ! Moderna–Merck เผยวัคซีน mRNA ผ่าน Phase 3 ลดการกลับมาและแพร่กระจายของเมลาโนมา
3 แหล่งปลูกข้าวหอมมะลิ ที่ขึ้นชื่อว่าอร่อยที่สุดในประเทศไทย
เปิดเเนวทางเลขความเชื่อ จอมขมังเวทย์ 1/9/69
ผู้หญิงเป็นพระพุทธเจ้าไม่ได้ แต่บรรลุพระอรหันต์ได้จริงหรือ?
นินจาไม่ได้ใส่ชุดดำ? จริงๆ แล้วพวกเขาแต่งตัวเป็นชาวนาเพื่อให้กลมกลืนกับชาวบ้าน
ทางรถไฟที่ยาวที่สุดในโลกคือสายไหน ทำความรู้จัก Trans-Siberian กว่า 9,288 กม.
ตรอกกับซอยต่างกันอย่างไร?
10 ผลไม้เนื้อหลายสีที่แปลกที่สุดในโลก



