ไขปริศนา "แมงกินฟัน" ตัวจริงหน้าตาเป็นอย่างไร หรือเป็นแค่ความเชื่อ?
ตอนเด็กๆ ใครเคยโดนผู้ใหญ่ขู่บ้างครับว่า ถ้าไม่ยอมแปรงฟันก่อนนอนหรือกินขนมหวานเยอะๆ เดี๋ยว "แมงกินฟัน" จะเจาะรูฟันแล้วเข้าไปนอนดิ้นในปาก!
ภาพในหัวของเด็กหลายคนสมัยนั้นคงจินตนาการถึงแมลงตัวเล็กๆ มีขาเยอะๆ หัวแหลมๆ กำลังใช้ฟันแทะเนื้อฟันเราอย่างสนุกสนาน แต่เคยสงสัยไหมครับว่าเจ้าแมลงที่ว่านี้ หน้าตาจริงๆ มันเป็นยังไง แล้วเคยมีใครจับตัวมันได้จริงๆ หรือเปล่า?
เอาเข้าจริง เรื่องนี้ถือเป็นหนึ่งใน "ตำนานการแพทย์โบราณ" ที่ยิ่งใหญ่และแพร่หลายไปทั่วโลก ไม่ใช่แค่ในประเทศไทยเราเท่านั้นครับ!
ถ้าเราย้อนเวลากลับไปเมื่อประมาณ 5,000 ปีก่อน ในแถบเมโสโปเตเมีย มีการขุดพบแผ่นดินเหนียวของชาวสุเมเรียนที่บันทึกไว้ว่า ความเจ็บปวดจากการปวดฟันเกิดจาก "หนอนฟัน" (Tooth Worm) ที่ชอนไชอยู่ข้างใน ไม่เว้นแม้กระทั่งในตำราแพทย์โบราณของจีน อินเดีย หรืออียิปต์ ต่างก็มีความเชื่อตรงกันว่า มีสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กที่มองด้วยตาเปล่าแทบไม่เห็น คอยกัดกินฟันของมนุษย์อยู่
สาเหตุที่คนยุคก่อนเชื่อแบบนั้น ก็น่าสนใจตรงที่เวลาฟันผุรุนแรงจนเป็นโพรง หรือเมื่อหมอฟันยุคโบราณทำการถอนฟันออกมาแล้วลองผ่าดู เขามักจะเห็นเส้นประสาทฟันที่ตายแล้วมีลักษณะยาวๆ เส้นขาวๆ คล้ายกับ "ตัวหนอน" บวกกับความรู้สึกทรมานเวลาปวดฟันที่มันจะปวดจี๊ดๆ เป็นจังหวะ เหมือนมีอะไรกำลังชอนไชอยู่ข้างใน ยิ่งทำให้คนสมัยนั้นปักใจเชื่อแบบ 100% ว่านั่นคือตัวแมงกินฟัน!
พอกาลเวลาผ่านไป ความรู้ทางวิทยาศาสตร์และกล้องจุลทรรศน์เริ่มเข้ามาแทนที่ เราถึงได้ตรัสรู้ว่า... แท้จริงแล้ว "แมงกินฟัน" ไม่มีจริงอยู่บนโลกนี้!
แล้วสิ่งที่กำลังกัดกินฟันเราอยู่ทุกวันจนเป็นรูดำๆ มันคืออะไรกันแน่?
ตัวการที่แท้จริงไม่ใช่สัตว์หรือแมลงที่มีขา แต่เป็น "แบคทีเรียกลุ่มสเตรปโตคอคคัส มิวแทนส์" (Streptococcus mutans) สิ่งมีชีวิตขนาดเล็กจิ๋วที่มองด้วยตาเปล่าไม่เห็น มันจะอาศัยอยู่ในคราบพลัค (Plaque) บนฟันของเรา
ก๊วนแบคทีเรียพวกนี้ชอบกินน้ำตาลและแป้งจากเศษอาหารที่เรากินเข้าไปมาก พอพวกมันได้กินอิ่มหนำสำราญ มันก็จะขับถ่ายออกมาเป็น "กรด" ซึ่งกรดตัวนี้นี่แหละครับที่จะค่อยๆ กัดกร่อนแคลเซียมและแร่ธาตุบนสารเคลือบฟัน (Enamel) ของเราทุกวัน จนฟันผุกร่อนกลายเป็นรูสีดำ ถ้าปล่อยไว้นานเข้า กรดก็จะทะลุเข้าไปถึงชั้นเนื้อฟันและโพรงประสาทฟัน จนเกิดอาการอักเสบ ปวดทรมานอย่างที่เราเคยเจอกัน
น่าสนใจตรงที่ ถึงแม้หมอฟันสมัยใหม่จะออกมายืนยันแล้วว่าแมงกินฟันไม่มีจริง แต่ตามต่างจังหวัดในสมัยก่อน กลับมีพิธีกรรม "ควันรมคายแมงกินฟัน" หรือการนำอิฐเผาไฟให้ร้อน วางก้อนยาหรือเมล็ดพืชบางชนิดลงไป แล้วใช้กรวยครอบให้ควันพุ่งเข้าปาก ชายหมอโบราณจะบอกว่าพิธีนี้จะทำให้แมงกินฟันหลุดออกมา
ทว่าในเชิงวิทยาศาสตร์ เมล็ดพืชบางชนิดเมื่อโดนความร้อน ความชื้น และควัน รูปร่างของมันจะแตกออกและยืดออกมาเป็นเส้นๆ คล้ายตัวหนอนตกพรูลงมาในถาดน้ำ ทำให้คนไข้หลงเชื่อว่านั่นคือตัวแมงกินฟันที่ถูกรมควันจนยอมหลุดออกมาจริงๆ ซึ่งถือเป็นกุศโลบายและภูมิปัญญาพื้นบ้านที่ผสมผสานความเชื่อได้อย่างแยบยล
ดังนั้น ถ้าถามว่าใครเคยเห็น "ตัวแมงกินฟัน" แบบเป็นๆ บ้าง? คำตอบคือ ไม่มีใครเคยเห็นครับ เพราะมันเป็นเพียงสัญลักษณ์ที่คนโบราณใช้เรียกปรากฏการณ์ฟันผุ เพื่อให้เห็นภาพง่ายขึ้น และเป็นกุศโลบายหลอกเด็กให้ยอมแปรงฟันนั่นเอง
ทุกวันนี้ แมงกินฟันในตำนานอาจจะไม่มีอยู่จริง แต่ "แบคทีเรียกินฟัน" ยังคงทำงานอย่างแข็งขันในปากเราทุกคืนถ้าเราลืมแปรงฟัน!
แล้วคุณล่ะครับ? ตอนเด็กๆ เคยโดนผู้ใหญ่หลอกเรื่องแมงกินฟันด้วยวิธีไหนกันบ้าง หรือเคยมีประสบการณ์ไปทำพิธีคั้น/รมแมงกินฟันแบบโบราณกันมาบ้างไหม ลองมาคอมเมนต์แลกเปลี่ยนความทรงจำสนุกๆ กันได้เลยครับ!
คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล – ข้อมูลสาเหตุการเกิดฟันผุและแบคทีเรีย Streptococcus mutans
National Center for Biotechnology Information (NCBI / NIH) – บทความประวัติศาสตร์การแพทย์ "The History of the Tooth Worm"
กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข – เอกสารความรู้เรื่องสุขอนามัยในช่องปากและการดูแลฟันผุ
10 อันดับเลขมาแรงงวด 1 กันยายน 2569 สำรวจจากกระแสข่าวและความนิยมออนไลน์
พื้นปุ่มนูนกับเส้นนูนบนทางเท้า ไม่ได้มีไว้กันลื่น: กำลังบอกคนละอย่าง
9 อาชีพในตำนานของไทย จากงานที่เคยจำเป็น สู่วันที่คนรุ่นใหม่แทบไม่เคยเห็น
เปิดตัวเลข 3 เขื่อนยักษ์ของไทย เขื่อนที่กักเก็บน้ำได้มากที่สุดในประเทศไทย
ปลาทูน่ายักษ์กลับสู่ทะเลเหนือ สัญญาณฟื้นตัวที่ต้องมองมากกว่าเรื่องโลกร้อน
ไม่มีกระเพาะอาหาร มนุษย์ยังกินและใช้ชีวิตได้อย่างไร
ทำไมกดเลื่อนปลุกแล้วสมองตื้อ
3 แหล่งปลูกข้าวหอมมะลิ ที่ขึ้นชื่อว่าอร่อยที่สุดในประเทศไทย
กะเพราไข่ดาวกรอบฟูขอบไหม้ควรกินบ่อยแค่ไหน?
6 ประเทศที่ยังไม่มีรถไฟ และดูเหมือนยังไม่จำเป็นต้องสร้างรางรถไฟ
5 จังหวัดไทยที่เจริญรุ่งเรืองที่สุด เมื่อวัดเศรษฐกิจโดยภาพรวม
ฉีดแอลกอฮอล์ใส่หน้าจอมือถือได้จริงหรือ?
พื้นปุ่มนูนกับเส้นนูนบนทางเท้า ไม่ได้มีไว้กันลื่น: กำลังบอกคนละอย่าง
ไม่มีกระเพาะอาหาร มนุษย์ยังกินและใช้ชีวิตได้อย่างไร
ปลาทูน่ายักษ์กลับสู่ทะเลเหนือ สัญญาณฟื้นตัวที่ต้องมองมากกว่าเรื่องโลกร้อน
กะเพราไข่ดาวกรอบฟูขอบไหม้ควรกินบ่อยแค่ไหน?
ทำไมกดเลื่อนปลุกแล้วสมองตื้อ
ฉีดแอลกอฮอล์ใส่หน้าจอมือถือได้จริงหรือ?
พื้นปุ่มนูนกับเส้นนูนบนทางเท้า ไม่ได้มีไว้กันลื่น: กำลังบอกคนละอย่าง
ไม่มีกระเพาะอาหาร มนุษย์ยังกินและใช้ชีวิตได้อย่างไร
ปลาทูน่ายักษ์กลับสู่ทะเลเหนือ สัญญาณฟื้นตัวที่ต้องมองมากกว่าเรื่องโลกร้อน
ทางรถไฟที่ยาวที่สุดในโลกคือสายไหน ทำความรู้จัก Trans-Siberian กว่า 9,288 กม.