ชาดื่มได้ทุกวัน แต่เมื่อไหร่ที่เริ่มมากเกินไป
ชาไม่ได้เป็นเครื่องดื่มที่มีแต่ข้อเสีย เพราะชาหลายชนิดมีสารที่เป็นประโยชน์ และคาเฟอีนในชาก็อาจช่วยให้บางคนรู้สึกสดชื่นหรือตื่นตัวมากขึ้น แต่ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ตัวชาเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ปริมาณ ช่วงเวลาที่ดื่ม และส่วนผสมที่เติมลงไปด้วย
หากดื่มมากเกินกว่าที่ร่างกายรับไหว จากเครื่องดื่มที่ช่วยเพิ่มความสดชื่นก็อาจกลายเป็นสาเหตุของอาการใจสั่น นอนไม่หลับ ปวดท้อง หรือได้รับน้ำตาลมากเกินความจำเป็นได้
คาเฟอีนอาจสะสมโดยไม่รู้ตัว
สิ่งที่ต้องระวังมากที่สุดคือ คาเฟอีน แม้ชาโดยทั่วไปอาจมีคาเฟอีนน้อยกว่ากาแฟบางประเภท แต่ปริมาณจริงแตกต่างกันตามชนิดของชา วิธีชง ความเข้ม และขนาดแก้ว
หากดื่มหลายแก้วต่อวัน รวมถึงได้รับคาเฟอีนจากกาแฟ น้ำอัดลม เครื่องดื่มชูกำลัง หรืออาหารชนิดอื่นร่วมด้วย ปริมาณรวมอาจมากกว่าที่คิด จนทำให้ใจสั่น มือสั่น นอนไม่หลับ กระวนกระวาย ปวดศีรษะ หรือไม่สบายท้องได้
สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาสหรัฐฯ ระบุว่า สำหรับผู้ใหญ่ส่วนใหญ่ คาเฟอีนประมาณ 400 มิลลิกรัมต่อวันเป็นระดับที่โดยทั่วไปไม่สัมพันธ์กับผลเสีย แต่ตัวเลขนี้ไม่ใช่เป้าหมายที่ทุกคนควรดื่มให้ถึง เพราะความไวต่อคาเฟอีนแตกต่างกันมากตามร่างกาย ภาวะสุขภาพ และยาที่ใช้อยู่ บางคนจึงอาจมีอาการแม้ได้รับคาเฟอีนไม่มากนัก
ดื่มช่วงเย็น แม้หลับได้ก็อาจพักผ่อนไม่เต็มที่
การดื่มชาช่วงเย็นหรือก่อนนอนเป็นอีกเรื่องที่หลายคนมองข้าม คาเฟอีนอาจรบกวนการนอน ทำให้หลับยาก หลับไม่ลึก ตื่นกลางดึก หรือตื่นมาแล้วไม่สดชื่น
บางคนรู้สึกว่าดื่มชาแล้วก็ยังนอนได้ตามปกติ แต่ไม่ได้หมายความว่าคุณภาพการนอนจะไม่ถูกรบกวน หากเริ่มมีปัญหานอนไม่หลับหรือตื่นมาแล้วอ่อนเพลีย ควรลองลดปริมาณชาในช่วงบ่ายและเย็น พร้อมสังเกตว่าการนอนดีขึ้นหรือไม่
ชาเข้มอาจทำให้ไม่สบายท้อง
ชาเข้มและเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนอาจกระตุ้นอาการทางระบบทางเดินอาหารในบางคน โดยเฉพาะเมื่อดื่มตอนท้องว่าง อาการที่พบได้อาจรวมถึงคลื่นไส้ แสบท้อง จุกแน่น หรือรู้สึกไม่สบายท้อง
ไม่ใช่ทุกคนจะมีอาการเหมือนกัน แต่ผู้ที่มีปัญหากระเพาะอาหารอยู่แล้วควรสังเกตตัวเอง หากดื่มชาแล้วเกิดอาการซ้ำ ๆ อาจลองลดความเข้ม ลดปริมาณ หรือเปลี่ยนไปดื่มหลังรับประทานอาหารเล็กน้อย แทนการดื่มขณะท้องว่าง
ไม่ควรดื่มชาติดกับมื้ออาหาร หากเสี่ยงขาดธาตุเหล็ก
ชาและอาหารจากพืชบางชนิดมี สารโพลีฟีนอล ซึ่งอาจลดการดูดซึมธาตุเหล็กชนิดที่พบในอาหารจากพืช หรือที่เรียกว่า nonheme iron ได้ ผลกระทบนี้อาจมีความสำคัญมากขึ้นในผู้ที่มีธาตุเหล็กสะสมต่ำ รับประทานอาหารจากพืชเป็นหลัก เสียเลือดบ่อย หรือได้รับการวินิจฉัยว่าขาดธาตุเหล็ก
คนทั่วไปที่รับประทานอาหารหลากหลายอาจไม่จำเป็นต้องกังวลมากเกินไป แต่ผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงควรหลีกเลี่ยงการดื่มชาพร้อมมื้อหลัก และเว้นช่วงออกไปแทน การรับประทานอาหารที่มีวิตามินซีร่วมกับแหล่งธาตุเหล็กจากพืชยังช่วยให้ร่างกายดูดซึมธาตุเหล็กได้ดีขึ้น
บางครั้งปัญหาไม่ได้มาจากชา แต่มาจากน้ำตาล
ชานม ชาเย็น ชาผลไม้ และชาปรุงรสหลายชนิดอาจมีน้ำตาลเพิ่มในปริมาณสูง หากดื่มเป็นประจำ ร่างกายอาจได้รับพลังงานเกินความจำเป็น โดยผู้ดื่มอาจไม่รู้สึกอิ่มเท่ากับการรับประทานอาหารในปริมาณพลังงานใกล้เคียงกัน
การดื่มเครื่องดื่มหวานบ่อย ๆ มีความสัมพันธ์กับน้ำหนักที่เพิ่มขึ้น โรคอ้วน เบาหวานชนิดที่ 2 โรคหัวใจ และฟันผุ ดังนั้น เวลาพิจารณาว่าดื่มชามากเกินไปหรือไม่ จึงควรดูทั้งจำนวนแก้ว ปริมาณคาเฟอีน และระดับความหวาน
วิธีลดความเสี่ยงที่ทำได้ง่ายคือสั่งหวานน้อย เลือกชาไม่เติมน้ำตาล ลดครีมเทียมหรือนมข้นหวาน และไม่เพิ่มท็อปปิงทุกครั้งที่ดื่ม
ชาไม่ใช่เครื่องดื่มล้างพิษหรือยาลดน้ำหนัก
บางคนเข้าใจว่าชาสามารถล้างพิษ ลดน้ำหนัก หรือแก้ปัญหาสุขภาพได้หลายอย่าง จึงเพิ่มปริมาณการดื่มโดยหวังว่าจะเห็นผลเร็วขึ้น แต่ชาไม่สามารถชดเชยการนอนน้อย การรับประทานอาหารไม่สมดุล หรือการไม่ออกกำลังกายได้
ชาจึงควรเป็นเพียงเครื่องดื่มหนึ่งในชีวิตประจำวัน ไม่ใช่สิ่งที่ใช้แทนอาหาร น้ำเปล่า หรือการดูแลสุขภาพด้านอื่น และควรระมัดระวังผลิตภัณฑ์ที่กล่าวอ้างว่าช่วยล้างพิษหรือลดน้ำหนักอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่ไม่แสดงส่วนประกอบชัดเจน
ปริมาณชาที่เหมาะสมไม่มีตัวเลขเดียวสำหรับทุกคน เพราะขึ้นอยู่กับชนิดของชา ความเข้ม ปริมาณคาเฟอีนต่อแก้ว สุขภาพร่างกาย และเครื่องดื่มอื่นที่บริโภคในวันเดียวกัน
หากเริ่มมีอาการใจสั่น มือสั่น กระวนกระวาย นอนไม่หลับ ปวดศีรษะ คลื่นไส้ หรือปวดท้องหลังดื่มชา ควรลองลดปริมาณและสังเกตการเปลี่ยนแปลง หากอาการรุนแรง เกิดขึ้นต่อเนื่อง หรือมีโรคประจำตัวและใช้ยาอยู่ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร
การดื่มชาอย่างพอดีจึงไม่ได้หมายถึงต้องเลิกดื่ม แต่คือการรู้ว่าร่างกายตัวเองรับได้แค่ไหน ชาหนึ่งแก้วอาจช่วยให้วันธรรมดาดีขึ้น แต่การดื่มมากเกินความจำเป็นก็อาจเปลี่ยนจากความเพลิดเพลินให้กลายเป็นปัญหาสุขภาพที่ค่อย ๆ สะสมโดยไม่รู้ตัว
REFERENCES:
https://www.fda.gov/consumers/consumer-updates/spilling-beans-how-much-caffeine-too-much
https://ods.od.nih.gov/factsheets/iron-consumer/
https://ods.od.nih.gov/factsheets/Iron-HealthProfessional/
https://www.cdc.gov/healthy-weight-growth/rethink-your-drink/index.html
https://www.cdc.gov/nutrition/php/data-research/sugar-sweetened-beverages.html
10 ละครจักรๆ วงศ์ๆ ในตำนาน ที่เคยโด่งดังและครองใจคนไทย
ไข่ปลาหมึกที่กินกัน จริง ๆ คือส่วนไหน
สิบเลขขายดี สลากตัวเลขสามหลัก N3 งวด 1/8/69
เปิด 9 อาชีพในตำนานที่ปัจจุบันเริ่มไม่ค่อยเห็นแล้วในไทย จากอาชีพยอดฮิตในอดีต สู่ความทรงจำของใครหลายคน
ทำไมเรียกนกกระจอก
ชาติที่นิยมกินข้าวเหนียวของไทยมากเป็นอันดับหนึ่งของโลก
7 จังหวัดที่คนมัก "ขับผ่าน" แต่ถ้าแวะ...อาจหลงรักจนอยากกลับไปอีก
เทคนิคการซื้อหวย ลอตเตอรี่ให้ถูกบ่อยขึ้น "ไม่ได้อยู่ที่ดวงอย่างเดียว"
ไทยทีวีช่อง 4 บางขุนพรหม โทรทัศน์ช่องแรกของประเทศไทย
6 ชุมชนที่อนุรักบ้านเก่าได้ดีที่สุดในประเทศไทย เสน่ห์แห่งอดีตที่ยังมีชีวิต
ทำไมเด็กจบใหม่บางคนได้ 80,000 บางคนได้แค่ 20,000?
พระยาพิชัยดาบหัก ชายผู้ยอมตายดีกว่าเป็นข้าสองนาย
ไข่ปลาหมึกที่กินกัน จริง ๆ คือส่วนไหน
ทำไมเรียกนกกระจอก
10 ละครจักรๆ วงศ์ๆ ในตำนาน ที่เคยโด่งดังและครองใจคนไทย
คนจีนยุคคาวบอย: ฮีโร่ผู้ปิดทองหลังพระแห่งอเมริกันตะวันตก
ทำไมเด็กจบใหม่บางคนได้ 80,000 บางคนได้แค่ 20,000?
ก่อนออกต้อนวัว คาวบอยชงกาแฟกันอย่างไรในยุคไร้เครื่องกรอง



