หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

วิวัฒนาการทางการเงินของไทย

เขียนโดย Bougainvillea

💰 วิวัฒนาการทางการเงินของไทย💰

จากเงินพดด้วงสู่ธนบัตรและเงินในชีวิตประจำวัน เงินเป็นสิ่งที่อยู่ใกล้ตัวเรามากกว่าที่คิด ตั้งแต่การซื้ออาหาร การเดินทาง ไปจนถึงการชำระค่าสินค้าและบริการต่าง ๆ แต่เคยสงสัยกันหรือไม่ว่า ก่อนที่จะมีธนบัตรและเหรียญแบบที่เราใช้กันในปัจจุบัน คนไทยใช้สิ่งใดเป็นเงิน 

เงินตราของไทยมีการเปลี่ยนแปลงมาอย่างยาวนาน จากสิ่งของที่ใช้แทนเงิน เหรียญที่ผลิตด้วยมือ จนพัฒนามาเป็นธนบัตรและรูปแบบการชำระเงินที่หลากหลายมากขึ้นในปัจจุบัน

1.เงินตราไทยก่อนรัชกาลที่ 4

ก่อนเข้าสู่สมัยรัชกาลที่ 4 เงินตราที่ใช้ในประเทศไทยตั้งแต่สมัยสุโขทัยจนถึงรัตนโกสินทร์ตอนต้น มีทั้งเงินพดด้วงและเบี้ยซึ่งเป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นถึงรูปแบบการค้าขายในสังคมไทยในอดีตได้เป็นอย่างดี
🪲เงินพดด้วง
เงินพดด้วง เป็นเงินตราที่มีลักษณะเป็นก้อนกลมคล้ายตัวด้วง ผลิตจากโลหะเงิน โดยนำโลหะมาตัดและขึ้นรูปตามมาตราน้ำหนักที่กำหนด
ในสมัยนั้นยังมีระบบหน่วยเงินที่แตกต่างจากที่เราใช้ในปัจจุบัน เช่น
2 เฟื้อง = 1สลึง


4 สลึง = 1 บาท


4 บาท = 1 ตำลึง


20 ตำลึง = 1 ชั่ง

แม้เงินพดด้วงจะมีรูปร่างแตกต่างจากเหรียญที่เราเห็นในปัจจุบัน แต่ก็ทำหน้าที่เป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนสินค้าและบริการเช่นเดียวกับเงินในยุคปัจจุบัน

🐚 เบี้ย เงินปลีกจากเปลือกหอย
นอกจากเงินพดด้วงแล้ว ยังมี “เบี้ย” ซึ่งเป็นเงินปลีกที่ใช้สำหรับการซื้อขายสินค้าที่มีมูลค่าไม่สูงมาก โดยเบี้ยที่นำมาใช้เป็นเงินตรานั้นเป็นเปลือกหอยทะเลที่มีอยู่ 2 ชนิด ได้แก่ เบี้ยจั่นและเบี้ยนาง

เบี้ยส่วนหนึ่งถูกนำเข้ามาโดยพ่อค้าต่างชาติ ทำให้ในช่วงที่ไม่มีเรือสำเภานำเบี้ยเข้ามา ราคาของเบี้ยก็อาจเพิ่มสูงขึ้นจากการขาดแคลนได้

ในสมัยอยุธยา เมื่อเกิดปัญหาเบี้ยขาดแคลน สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศจึงทรงให้ทำดินเผาประทับตรารูปต่าง ๆ เช่น สิงห์ กระต่าย ดอกบัว กินรี และไก่ เพื่อใช้แทนเบี้ยเป็นการชั่วคราว สิ่งเหล่านี้เรียกว่า "ประกับ"

2.เงินตราไทยในรัชกาลที่ 4 และรัชกาลที่ 5

เมื่อเข้าสู่รัชกาลที่ 4 การค้ากับต่างประเทศขยายตัวมากขึ้น โดยเฉพาะการค้ากับชาติตะวันตก ความต้องการใช้เงินเพิ่มขึ้นตามไปด้วย การผลิตเงินพดด้วงด้วยมือจึงไม่สามารถตอบสนองความต้องการได้อย่างเพียงพอ จึงเริ่มมีการนำเครื่องจักรผลิตเหรียญกษาปณ์ เข้ามาจากประเทศอังกฤษ และใน พ.ศ. 2401 เริ่มผลิตเหรียญเงินชนิดบาท สลึง และเฟื้อง ก่อนจะพัฒนาไปสู่เหรียญหลายชนิดราคา เช่น บาท กึ่งบาท สลึง เฟื้อง และกึ่งเฟื้อง

การนำเครื่องจักรเข้ามาใช้จึงถือเป็นอีกหนึ่งจุดเปลี่ยนสำคัญ เพราะทำให้การผลิตเงินมีความรวดเร็วและเป็นระบบมากขึ้น
💵 จุดเริ่มต้นของธนบัตร
นอกจากเหรียญแล้ว ในรัชกาลที่ 4 ยังมีความพยายามนำ เงินกระดาษ มาใช้ โดยเรียกว่า "หมาย" และมีการออกใบพระราชทานเงินตราหรือเช็คขึ้นใช้ด้วย
อย่างไรก็ตาม เงินกระดาษในช่วงแรกยังไม่ได้รับความนิยมจากประชาชนมากนัก จึงมีการพัฒนาและปรับปรุงระบบเงินตราต่อมา

จากจุดนี้เอง เงินของไทยจึงค่อย ๆ เปลี่ยนจากโลหะที่จับต้องได้เพียงอย่างเดียว ไปสู่เงินในรูปแบบกระดาษที่สามารถใช้แทนมูลค่าของเงินได้

3.เงินตราไทยในปัจจุบัน

เมื่อเวลาผ่านไป เงินตราไทยได้รับการพัฒนาให้มีความหลากหลายมากขึ้น ทั้ง เหรียญกษาปณ์ ธนบัตร บัตรแทนเงิน และเช็คซึ่งแต่ละรูปแบบมีหน้าที่แตกต่างกัน
🪙 เหรียญกษาปณ์
เหรียญกษาปณ์เป็นเงินย่อยที่ใช้หมุนเวียนในชีวิตประจำวัน ผลิตจากโลหะที่มีมูลค่าต่ำ เช่น นิกเกิล ทองเหลือง และโลหะผสมต่าง ๆ โดยมีหลายชนิดราคา ตั้งแต่เหรียญมูลค่าน้อยไปจนถึงเหรียญ 10 บาท
💵 ธนบัตร
ธนบัตรเป็นเงินตราที่มีมูลค่าสูงกว่าเหรียญ และผลิตจากวัสดุที่มีคุณสมบัติเหมาะสมต่อการใช้งานและป้องกันการปลอมแปลง
ธนบัตรไทยมีหลายชนิดราคา เช่น 20 บาท 50 บาท 100 บาท 500 บาท และ 1,000 บาท โดยการออกแบบธนบัตรยังแสดงถึงประวัติศาสตร์และเอกลักษณ์ของประเทศไทยผ่านภาพและลวดลายต่าง ๆ
💳 บัตรแทนเงิน
เมื่อสังคมพัฒนาขึ้น การชำระเงินก็ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงเหรียญและธนบัตรเท่านั้น บัตรที่ออกโดยสถาบันการเงินสามารถนำมาใช้ชำระค่าสินค้าและบริการแทนการใช้เงินสดได้ ทำให้การใช้จ่ายมีความสะดวกมากขึ้น
🧾 เช็ค
เช็ค เป็นเอกสารที่สามารถใช้ในการชำระหนี้ โดยระบุรายละเอียดสำคัญ เช่น ธนาคาร วันที่ ผู้รับเงิน และจำนวนเงิน อย่างไรก็ตาม ผู้รับเงินสามารถปฏิเสธการรับเช็คได้ จึงมีข้อจำกัดบางประการเมื่อเทียบกับเงินสด

จากเงินพดด้วงสู่เงินในโลกสมัยใหม่

เมื่อมองย้อนกลับไป วิวัฒนาการของเงินไทยสะท้อนให้เห็นถึง การเปลี่ยนแปลงของสังคม เศรษฐกิจ และรูปแบบการใช้ชีวิตของผู้คน ได้อย่างชัดเจน จากอดีตที่ผู้คนใช้เงินพดด้วงและเบี้ยในการซื้อขาย ต่อมามีการนำเครื่องจักรเข้ามาผลิตเหรียญกษาปณ์ และเริ่มมีเงินกระดาษ ก่อนที่จะพัฒนาไปสู่ธนบัตร บัตร และรูปแบบการชำระเงินที่สะดวกมากขึ้น

เงินจึงไม่ได้เป็นเพียงสิ่งที่ใช้สำหรับซื้อสินค้าเท่านั้น แต่ยังแสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงของสังคมในแต่ละยุคสมัย

เนื้อหาโดย: Bougainvillea
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
Bougainvillea's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 6 ครั้ง
เขียนโดย Bougainvillea
นักเขียน-นิยาย บทความออนไลน์ นามปากกา Bougainvillea/สวนขวัญและดาวเรือง
ช่องทางติดตามอื่น ๆ
TikTok: Bougainvillea (@belloda.4)
YouTube: Raelynn Jann (https://youtu.be/0OdeIR7A3Zw?si=OFdT55sczba6xlrB)
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ทำไมเสาไม้ใต้เวนิสยังไม่ผุรถแห่ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย10 โรงแรมในตำนานของไทย ที่เคยโด่งดังแต่ปัจจุบันเหลือเพียงความทรงจำทำไมรถยนต์รุ่นใหม่ ๆ ถึงไม่ค่อยมียางอะไหล่ติดรถ?เปิดตำนาน 7 ห้างสรรพสินค้าในอดีตที่เคยรุ่งเรือง7 วิธีคิดเลขแบบคนเล่นหวยมานานที่มือใหม่ควรรู้ เซียนหวยเก๋าเกมเขาเลือกตัวเลขกันอย่างไร?จากคำล้อสู่คำรัก: ทำไมคู่รักยุคนี้ถึงชอบเรียกแฟนตัวเองว่า "อ้วน, เตี้ย"?ย้อนประวัติตู้เอทีเอ็มเครื่องแรกของไทย เริ่มให้บริการปี 2526ประเทศที่คนนิยมกินแมลงจากไทยมากที่สุด อันดับที่หนึ่งของโลกชายผู้ใช้คุกกี้เสี่ยงทาย ซื้อลอตเตอรี่ซ้ำหลายปีจนถูกรางวัลใหญ่กว่า 10,000 ล้านบาท!งดงามจนต้องไปเห็นเอง! พระธาตุสีเขียว วัดถ้ำปลา เชียงรายเปิด 7 คาถาเรียกทรัพย์ที่พ่อค้าแม่ค้านิยมสวดก่อนเปิดร้าน เสริมกำลังใจให้ค้าขายคล่อง เงินทองไม่ขาดมือ
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ทำไมรถยนต์รุ่นใหม่ ๆ ถึงไม่ค่อยมียางอะไหล่ติดรถ?ชายผู้ใช้คุกกี้เสี่ยงทาย ซื้อลอตเตอรี่ซ้ำหลายปีจนถูกรางวัลใหญ่กว่า 10,000 ล้านบาท!รถแห่ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยย้อนประวัติตู้เอทีเอ็มเครื่องแรกของไทย เริ่มให้บริการปี 2526จากคำล้อสู่คำรัก: ทำไมคู่รักยุคนี้ถึงชอบเรียกแฟนตัวเองว่า "อ้วน, เตี้ย"?งดงามจนต้องไปเห็นเอง! พระธาตุสีเขียว วัดถ้ำปลา เชียงราย
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
รถเมล์สายแรกของไทยทำไมรถยนต์รุ่นใหม่ ๆ ถึงไม่ค่อยมียางอะไหล่ติดรถ?ชายผู้ใช้คุกกี้เสี่ยงทาย ซื้อลอตเตอรี่ซ้ำหลายปีจนถูกรางวัลใหญ่กว่า 10,000 ล้านบาท!ย้อนประวัติตู้เอทีเอ็มเครื่องแรกของไทย เริ่มให้บริการปี 2526
ตั้งกระทู้ใหม่