หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ย้อนวันวานกับ 10 หนังคลาสสิกทรงคุณค่า ที่ยังตอกย้ำความทรงจำและครองใจเราไม่เคยลืม

เขียนโดย EvaAqua

ย้อนวันวานกับ 10 หนังคลาสสิกทรงคุณค่า ที่ยังตอกย้ำความทรงจำและครองใจเราไม่เคยลืม

        เคยไหมครับ? บางทีแค่นั่งฟังเพลงเก่าๆ หรือเดินผ่านร้านขายของสะสม แล้วภาพความทรงจำสมัยเด็กหรือวัยรุ่นมันแล่นกลับมาในหัวแบบฉับพลัน... โดยเฉพาะเรื่องของ "ภาพยนตร์" ที่เราเคยตีตั๋วเข้าไปนั่งดูในโรงหนังมืดๆ หรือนั่งล้อมวงดูกับครอบครัวผ่านม้วนวิดีโอ VHS ในวันวาน

เ       ชื่อไหมว่า มีภาพยนตร์หลายเรื่องเลยนะ ที่แม้เวลาจะล่วงเลยผ่านไปเป็นสิบๆ ปี เทคโนโลยี CG จะพัฒนาไปไกลขนาดไหน แต่ความรู้สึกทรงพลัง ความสุข หรือแม้แต่รอยน้ำตาที่หนังเหล่านั้นเคยสร้างไว้ มันยังคงฝังลึกอยู่ในหัวใจของเราไม่เคยจางหายไปเลย วันนี้ผมเลยอยากชวนทุกคนมานั่งคุย นั่งย้อนเวลากลับไปดู 10 หนังดังในอดีต ที่กาลเวลาทำอะไรพวกมันไม่ได้จริงๆ ครับ

       

        เริ่มกันที่เรื่องแรก ถ้าพูดถึงความงามสง่าและโศกนาฏกรรมแห่งรักคงหนีไม่พ้น Titanic (1997) ผลงานระดับขึ้นหิ้งของเจมส์ คาเมรอน ที่ส่งให้ ลีโอนาร์โด ดิคาปริโอ และ เคท วินสเล็ต กลายเป็นคู่ขวัญระดับตำนาน เชื่อว่าฉากกางแขนที่หัวเรือกับเสียงเพลง My Heart Will Go On ยังคงดังแว่วอยู่ในความทรงจำของทุกคนอย่างแน่นอน

 

ตามมาด้วยหนังไซไฟสายปรัชญาที่ปฏิวัติวงการภาพยนตร์อย่าง The Matrix (1999) นำแสดงโดย คีอานู รีฟส์ ในบทนีโอ ภาพชายใส่เสื้อโค้ทยาวหลบกระสุนแบบสโลว์โมชันได้กลายเป็นป็อปคัลเจอร์ที่เด็กยุคนั้นต้องทำตามกันทั่วบ้านทั่วเมือง เอาเข้าจริง หนังเรื่องนี้ไม่ได้มีดีแค่แอ็กชัน แต่ยังตั้งคำถามถึงความจริงและโลกเสมือนได้อย่างลึกซึ้งมากๆ

        พอข้ามมาทางฝั่งฮอลลีวูดสายผจญภัย ก็ต้องยกให้ Jurassic Park (1993) ของผู้กำกับพ่อมดแห่งวงการ สตีเวน สปีลเบิร์ก ที่ทำให้พวกเราทุกคนในตอนนั้นเชื่อจริงๆ ว่าไดโนเสาร์มีชีวิตอยู่ตรงหน้า ฉากน้ำในแก้วสั่นไหวเมื่อทีเร็กซ์เดินเข้าใกล้ ยังคงเป็นฉากสร้างความระทึกขวัญระดับคลาสสิกที่ไม่มีใครลืมลง

        ถ้าใครชอบความซาบซึ้งและสร้างแรงบันดาลใจ Forrest Gump (1994) คือบทเรียนชีวิตชิ้นโตที่ผ่านการเล่าเรื่องของชายหนุ่มจิตใจดี นำแสดงโดย ทอม แฮงก์ส ประโยคติดปากอย่าง "ชีวิตก็เหมือนกล่องช็อกโกแลต" กลายเป็นคติเตือนใจคนทั้งโลกให้ก้าวข้ามอุปสรรคด้วยความบริสุทธิ์ใจ

        พูดถึงหนังฝรั่งไปเยอะแล้ว ลองหันมามองภาพยนตร์ไทยกันบ้างครับ ยุค 2000s ถือเป็นยุคทองของหนังไทยเลยก็ว่าได้ เรื่องแรกที่ต้องบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์คือ 2499 อันธพาลครองเมือง (2540) ที่แจ้งเกิดอย่างงดงามให้กับ ติ๊ก เจษฎาภรณ์ ผลดี ในบท "แดง ไบเล่" พร้อมประโยคฮิตตลอดกาล "ถ้าคนเราไม่ฉลาด ก็ต้องโง่" ที่ย้ำเตือนถึงยุคสมัยของวัยรุ่นครองเมืองได้อย่างมีเสน่ห์

        อีกหนึ่งเรื่องที่ละมุนละไมและบีบหัวใจสุดๆ คือ แฟนฉัน (2546) ผลงานจากกลุ่มแฟนฉัน ที่ถ่ายทอดเรื่องราวความรักวัยเด็ก สายใยเพื่อน และบรรยากาศยุค 80s ผ่านตัวละคร "เจี๊ยบ" และ "น้อยหน่า" หนังเรื่องนี้ทำให้คนทั้งประเทศต้องกลับมาคิดถึงเพื่อนเก่าและรักครั้งแรกของตัวเองอีกครั้ง

       

        สำหรับสายสยองขวัญ หนังไทยที่ขึ้นแท่นระดับตำนานระดับโลกอย่าง ชัตเตอร์ กดติดวิญญาณ (2547) นำแสดงโดย อนันดา เอเวอริงแฮม ก็สร้างปรากฏการณ์ความกลัวครั้งใหญ่ ฉากจบสุดพีคที่ผีสาวขี่คอพระเอก กลายเป็นภาพจำที่ทำให้หลายคนไม่กล้าส่องกระจกหรือปวดคอไปหลายวันเลยทีเดียว

       

        ย้อนกลับไปที่ภาพยนตร์เอเชียระดับตำนาน หากใครเป็นสายกำลังภายในและความรักอันยิ่งใหญ่ Crouching Tiger, Hidden Dragon (2000) ของหลี่อัน นำแสดงโดย โจว Run-fat (โจวเหวินฟะ) และ หยางจื่อเฉียง (มิเชล โหย่ว) ได้สร้างมาตรฐานใหม่ให้หนังเอเชียไปผงาดบนเวทีออสการ์ ด้วยท่วงท่าวิชายุทธที่งดงามราวกับงานศิลปะ

       

        และถ้าพูดถึงความฮิตระดับฟีเวอร์ในฝั่งเอเชีย หนังรักโรแมนติกคอมเมดี้จากเกาหลีอย่าง My Sassy Girl (2001) ที่นำแสดงโดย ชาแทฮยอน และ จอนจีฮยอน ก็คือจุดเริ่มต้นของกระแส K-Wave ในไทยอย่างแท้จริง ภาพยัยตัวร้ายสุดแซ่บกับนายเจี๋ยมเจี้ยมกลายเป็นแม่แบบของหนังรักสไตล์นี้ไปอีกหลายปี

       

        ปิดท้ายด้วยภาพยนตร์แอนิเมชันสุดอบอุ่นใจจากค่ายสตูดิโอจิบลิ Spirited Away (2001) ของผู้กำกับ ฮายาโอะ มิยาซากิ เรื่องราวการผจญภัยของเด็กหญิงจิฮิโรในโลกมิติพิศวง ไม่เพียงแต่คว้ารางวัลออสการ์มาครอง แต่ยังฝากข้อคิดเรื่องการเติบโต การไม่สูญเสียตัวตน และความทรงจำที่ไม่เคยหายไปไหน

        จริงๆ แล้ว สิ่งที่ทำให้หนังทั้ง 10 เรื่องนี้ยังคงจำฝังใจเรา อาจไม่ใช่แค่บทภาพยนตร์ที่ยอดเยี่ยม หรือการแสดงอันสมบูรณ์แบบของเหล่านักแสดงในดวงใจเท่านั้น... แต่มันคือ "ความทรงจำ" ในช่วงเวลาที่เราได้ดูหนังเหล่านั้นต่างหาก หนังได้ทำหน้าที่เป็นกล่องบันทึกช่วงเวลาชีวิตของเราเอาไว้ ทุกครั้งที่หยิบกลับมาดู เราจึงไม่ได้แค่ดูหนัง แต่เรากำลังได้เจอกับตัวเราเองในวันวานอีกครั้งต่างหากครับ

แหล่งอ้างอิง:
IMDb Databases and Awards Records (1990 - 2005)
หอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน) - บันทึกประวัติศาสตร์ภาพยนตร์ไทย (2540 - 2547)
Box Office Mojo by IMDbPro - Historical Worldwide Box Office Data
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
EvaAqua's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 26 ครั้ง
เขียนโดย EvaAqua
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
5 VOTES (5/5 จาก 1 คน)
VOTED: EvaAqua
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ใช้ทุกวัน แต่เพิ่งรู้! รอยเว้าก้นแก้วมีไว้ทำไม?7 วิธีคิดเลขแบบคนเล่นหวยมานานที่มือใหม่ควรรู้ เซียนหวยเก๋าเกมเขาเลือกตัวเลขกันอย่างไร?เปิดตำนาน 7 ห้างสรรพสินค้าในอดีตที่เคยรุ่งเรืองรถแห่ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยทำไมเสาไม้ใต้เวนิสยังไม่ผุ5 สถานที่อากาศบริสุทธิ์ที่สุดในประเทศไทย สูดลมหายใจได้เต็มปอด4 นวัตกรรมจากอเมริกา ที่เปลี่ยนชีวิตประจำวันของผู้คนทั่วโลกย้อนประวัติพัดลมไฟฟ้าในไทย จากพัดลมชักสู่เครื่องใช้ไฟฟ้าใช้ทุกวันแต่อาจไม่เคยสังเกต เหตุผลที่ขนแปรงสีฟันมีหลายสีเช็กเลย! เงินอุดหนุนบุตร เบี้ยผู้สูงอายุ เบี้ยคนพิการ เดือนนี้เข้าวันไหน? ทำไมบางคนโอนไม่ผ่านรวมเลขปฏิทินจีน งวด 1 สิงหาคม 256910 โรงแรมในตำนานของไทย ที่เคยโด่งดังแต่ปัจจุบันเหลือเพียงความทรงจำ
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
10 เมนูแปลกๆ แดนอีสานใช้ทุกวัน แต่เพิ่งรู้! รอยเว้าก้นแก้วมีไว้ทำไม?
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
ย้อนประวัติพัดลมไฟฟ้าในไทย จากพัดลมชักสู่เครื่องใช้ไฟฟ้ารูที่ด้ามกระทะ มีไว้แค่แขวนจริงหรือ?ใช้ทุกวันแต่อาจไม่เคยสังเกต เหตุผลที่ขนแปรงสีฟันมีหลายสีประวัติเงินตราสยาม จากหอยเบี้ยและเงินพดด้วงสู่เงินบาท
ตั้งกระทู้ใหม่