หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ทำไมญี่ปุ่นถึงไม่ได้ปฏิบัติกับไทยโหดร้ายเหมือนประเทศอื่นในสงครามโลกครั้งที่ 2?

เขียนโดย เศรษฐีนี สวย รวย โสด

 

ถ้าพูดถึงกองทัพญี่ปุ่นในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ภาพที่คนจำนวนมากนึกถึงคือความโหดร้าย การสังหารหมู่ การทรมานเชลยศึก และการบังคับใช้แรงงานในดินแดนที่ญี่ปุ่นยึดครอง

แต่เมื่อมองมาที่ประเทศไทย ภาพกลับดูแตกต่างออกไป

ญี่ปุ่นยกพลขึ้นบกในประเทศไทยจริง มีการยิงต่อสู้กับทหารไทยจริง และกองทัพญี่ปุ่นก็เข้ามาตั้งฐานทัพในไทยจริง แต่ประเทศไทยไม่ได้กลายเป็นสมรภูมิแห่งการสังหารหมู่หรือถูกปกครองโดยญี่ปุ่นโดยตรงแบบบางประเทศในเอเชีย

ญี่ปุ่นใจดีกับคนไทย” แต่เป็นเรื่องของ ผลประโยชน์ทางยุทธศาสตร์และการเมือง

 

ญี่ปุ่นบุกไทยจริง

วันที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2484 ญี่ปุ่นเปิดฉากโจมตีหลายพื้นที่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พร้อมกับการโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ ที่เพิร์ลฮาร์เบอร์

กองทัพญี่ปุ่นยกพลขึ้นบกในหลายจังหวัดของไทย เช่น ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช และสงขลา

ทหารไทยในหลายพื้นที่ต่อต้านและเกิดการสู้รบจริง

แต่การรบไม่ได้ยืดเยื้อ

รัฐบาลไทยสั่งหยุดยิง และอนุญาตให้กองทัพญี่ปุ่นเคลื่อนกำลังผ่านประเทศไทยเพื่อมุ่งหน้าไปยังพม่าและมลายู

จากนั้นไทยกับญี่ปุ่นก็พัฒนาความสัมพันธ์จากผู้รุกรานกับผู้ถูกบุก ไปสู่การเป็นพันธมิตรในช่วงสงคราม

นี่คือจุดเปลี่ยนสำคัญ

 

ไทยมีความสำคัญทางยุทธศาสตร์มหาศาล

ลองเปิดแผนที่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในเวลานั้น

ประเทศไทยตั้งอยู่ตรงกลางระหว่างอินโดจีน พม่า และมลายู

หากญี่ปุ่นต้องการขยายกองทัพลงสู่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ไทยคือพื้นที่ที่มีความสำคัญมาก

ญี่ปุ่นจึงไม่ได้ต้องการทำลายประเทศไทยจนพังพินาศ

สิ่งที่ญี่ปุ่นต้องการมากกว่าคือ

“ประเทศไทยที่สามารถใช้เป็นทางผ่าน ฐานทัพ และศูนย์กลางลำเลียงได้”

การทำลายระบบราชการ เศรษฐกิจ และโครงสร้างพื้นฐานของไทยจนหมด ย่อมไม่เป็นประโยชน์ต่อญี่ปุ่นเอง

ดังนั้น การควบคุมไทยผ่านรัฐบาลไทยจึงมีประโยชน์มากกว่าการปกครองโดยตรง

 

 ไทยจึงกลายเป็น “พันธมิตร” มากกว่า “ดินแดนศัตรู”

นี่คือความแตกต่างที่สำคัญที่สุด

ในประเทศที่ญี่ปุ่นมองว่าเป็นศัตรูโดยตรง กองทัพญี่ปุ่นสามารถเข้าปกครองและใช้ความรุนแรงอย่างรุนแรงเพื่อปราบปรามการต่อต้าน

แต่ไทยมีรัฐบาลของตัวเองและเลือกที่จะร่วมมือกับญี่ปุ่น

รัฐบาลจอมพล ป. พิบูลสงครามยอมให้ญี่ปุ่นใช้ประเทศไทยเป็นเส้นทางเดินทัพและฐานปฏิบัติการ ก่อนที่ไทยจะเข้าร่วมกับญี่ปุ่นอย่างเป็นทางการ

ในมุมของญี่ปุ่น ไทยจึงกลายเป็น พันธมิตรที่อยู่ภายใต้อิทธิพลของญี่ปุ่น มากกว่าจะเป็นดินแดนที่ต้องพิชิตและทำลาย

พูดให้เข้าใจง่าย ๆ คือ

«ญี่ปุ่นไม่ได้จำเป็นต้องทำลายไทย เพราะไทยสามารถตอบสนองผลประโยชน์ของญี่ปุ่นได้โดยไม่ต้องทำลายประเทศ»

 

 แต่ความจริงไม่ได้สวยงามขนาดนั้น

อย่างไรก็ตาม การบอกว่า “ญี่ปุ่นไม่โหดร้ายกับไทย” ก็ไม่ถูกต้องเสียทีเดียว

เพราะประเทศไทยกลายเป็นพื้นที่สำคัญของโครงการก่อสร้างทางรถไฟสายไทย–พม่า หรือที่คนไทยรู้จักกันในชื่อ “ทางรถไฟสายมรณะ”

ญี่ปุ่นนำเชลยศึกฝ่ายสัมพันธมิตรจำนวนมาก รวมถึงแรงงานจากประเทศต่าง ๆ ในเอเชียมาใช้แรงงานภายใต้สภาพแวดล้อมที่เลวร้าย

การขาดอาหาร โรคภัย การทำงานหนัก และการปฏิบัติที่โหดร้าย ทำให้ผู้คนจำนวนมากเสียชีวิต

ดังนั้น แม้คนไทยจะไม่ได้ประสบชะตากรรมเหมือนประชาชนจีนหรือฟิลิปปินส์ในหลายพื้นที่ แต่ประเทศไทยก็ไม่ได้อยู่นอกวงจรความโหดร้ายของสงคราม

ความทุกข์เพียงแค่มีรูปแบบแตกต่างกัน

 

 และไทยก็ถูกฝ่ายสัมพันธมิตรทิ้งระเบิด

อีกเรื่องที่มักถูกลืมคือ ไทยไม่ได้อยู่รอดจากสงครามโดยไม่มีความเสียหาย

เมื่อไทยกลายเป็นพันธมิตรกับญี่ปุ่น ประเทศไทยก็ถูกฝ่ายสัมพันธมิตรโจมตีทางอากาศ

กรุงเทพฯ และพื้นที่ยุทธศาสตร์หลายแห่งถูกทิ้งระเบิด

สถานีรถไฟ สะพาน โรงงาน และโครงสร้างพื้นฐานที่มีความสำคัญต่อกองทัพญี่ปุ่นกลายเป็นเป้าหมาย

ดังนั้นคนไทยในยุคนั้นไม่ได้มีชีวิตอย่างสงบสุข เพียงแต่สงครามในประเทศไทยมีลักษณะต่างจากประเทศที่กลายเป็นสมรภูมิเต็มรูปแบบ

 

แต่คนไทยไม่ได้เห็นด้วยกับญี่ปุ่นทั้งหมด

รัฐบาลไทยร่วมมือกับญี่ปุ่น ไม่ได้หมายความว่าคนไทยทุกคนเห็นด้วย

สิ่งที่เกิดขึ้นคือ ขบวนการเสรีไทย

ขบวนการนี้ประกอบด้วยคนไทยทั้งในและนอกประเทศ ซึ่งต่อต้านญี่ปุ่นและร่วมมือกับฝ่ายสัมพันธมิตรอย่างลับ ๆ

นี่ทำให้ประเทศไทยมีสถานะที่ซับซ้อนมากหลังสงคราม

เพราะในทางการเมือง ไทยเคยร่วมมือกับญี่ปุ่น

แต่ในอีกด้านหนึ่ง คนไทยจำนวนหนึ่งก็ทำงานต่อต้านญี่ปุ่นอย่างลับ ๆ

ประวัติศาสตร์ไทยในสงครามโลกครั้งที่ 2 จึงไม่สามารถอธิบายง่าย ๆ ว่า

“ไทยอยู่ฝ่ายญี่ปุ่น”

หรือ

“ไทยอยู่ฝ่ายสัมพันธมิตร”

เพียงอย่างใดอย่างหนึ่ง

 

 แล้วทำไมญี่ปุ่นไม่ทำกับไทยเหมือนจีน?

เพราะสถานการณ์ต่างกันโดยสิ้นเชิง

จีนเป็นคู่สงครามของญี่ปุ่นโดยตรงและเกิดสงครามจีน–ญี่ปุ่นที่ยืดเยื้อและรุนแรงมาก

ในขณะที่ไทยกลายเป็นประเทศที่ญี่ปุ่นสามารถใช้ประโยชน์ทางยุทธศาสตร์ได้โดยไม่ต้องทำสงครามเต็มรูปแบบ

จึงเกิดความแตกต่างระหว่าง

จีน → ศัตรูที่ต้องเอาชนะ

กับ

ไทย → ประเทศที่ต้องควบคุมและใช้เป็นพันธมิตร

นี่เป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ประสบการณ์ของไทยในสงครามแตกต่างจากประเทศอื่นในเอเชีย

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
เศรษฐีนี สวย รวย โสด's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 196 ครั้ง
เขียนโดย เศรษฐีนี สวย รวย โสด
ชอบอ่าน ชอบเขียน แต่ไม่ใช่นักเขียนค่ะ
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
25 VOTES (5/5 จาก 5 คน)
VOTED: rage555, EvaAqua, C lover, easyai, เศรษฐีนี สวย รวย โสด
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
งูพิษลอยน้ำ งูไม่มีพิษจมน้ำ จริงหรือ? ไขความเชื่อเก่าเกี่ยวกับงูในสายน้ำ“WC” ย่อมาจากอะไร? ที่มาของคำบนป้ายห้องน้ำที่เห็นกันบ่อยชาไทยสีส้มสดใส แท้จริงมาจากไหนเช็กดวงโชคลาภ 1 กันยายน 2569 ราศีไหนการเงินหมุนเวียนดี มีเกณฑ์รับข่าวดีเหรียญบาทไทยที่ถูกผลิตน้อยที่สุด และหาได้ยากมากที่สุดในปัจจุบันเปิดเเนวทางเลข เเต๋วจ๋า พารวย 1 กันยายน 2569ส่องเเนวทาง ม้าวิ่ง 1 กันยายน 2569ย้อน 9 วิธีแอบบอกรักยุค 90 เมื่อทุกข้อความต้องใช้ความกล้าเลขนำโชค "อาม่า ให้ลาภ" 1 กันยายน 2569เปิด 10 อันดับ เงินเดือนอาจารย์มหาวิทยาลัย วุฒิ ป.เอก ใครให้สูงสุด?ประวัติศาสตร์รางวัลที่1สลากใบมีคนเคยถูกสูงสุด180ล้านHonda Forza 350 มีอะไรดี ทำไมสมัยนี้ถึงนิยมกันมาก?
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ดอกหญ้า ร้านหนังสือในตำนาน จากร้านเล็กท่าพระจันทร์ สู่วันที่หายไปรั้วล้ำเขตเกิน 10 ปีอาจเกิดครอบครองปรปักษ์
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
ทำข้อสอบ ทำไมต้องใช้ดินสอ 2B คำตอบอยู่ที่กระดาษคำตอบและเครื่องตรวจโอโซนเร่งรอยแตกลายงาบนยางล้อรถที่จอดทิ้งไว้ทำไมหนัง AV ญี่ปุ่นจึงต้องเซ็นเซอร์ด้วยโมเสกคราบเหลืองบนเสื้อขาวเกิดจากเหงื่อกับโรลออน
ตั้งกระทู้ใหม่