หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

จากภูเขาน้ำแข็งกรีนแลนด์ สู่แก้วค็อกเทลดูไบ ธุรกิจขาย "ความเย็น 100,000 ปี" ที่ถูกคนด่าทั้งโลก! 

เขียนโดย C lover

กลางเมืองดูไบที่อากาศร้อนจัด

มีเศรษฐีบางกลุ่มกำลังดื่มค็อกเทลซึ่งไม่ได้ใส่น้ำแข็งจากเครื่องทำน้ำแข็งทั่วไป แต่เป็นก้อนน้ำแข็งโบราณที่เดินทางไกลหลายพันกิโลเมตรมาจากกรีนแลนด์

มันถูกโฆษณาว่าเป็นน้ำแข็งที่เก่าแก่ บริสุทธิ์ และละลายช้ากว่าน้ำแข็งธรรมดา ก่อนถูกตัดเป็นก้อนสวยงามและขายในฐานะ “วัตถุดิบหรู” สำหรับบาร์ โรงแรม และลูกค้าที่ไม่ได้ถามว่าราคาเท่าไร แต่ถามเพียงว่าเรื่องราวพิเศษแค่ไหน

 

จากภูเขาน้ำแข็งลอยทะเล สู่แก้วค็อกเทลในดูไบ

ธุรกิจนี้ดำเนินการโดยบริษัท Arctic Ice จากกรีนแลนด์ ซึ่งนำเรือออกไปเก็บชิ้นส่วนภูเขาน้ำแข็งที่แตกตัวออกจากธารน้ำแข็งและลอยอยู่ในฟยอร์ดใกล้กรุงนุก

บริษัทระบุว่าไม่ได้ตัดน้ำแข็งออกจากแผ่นน้ำแข็งโดยตรง แต่เลือกเก็บก้อนที่หลุดออกมาตามธรรมชาติแล้ว จากนั้นใช้เครนยกใส่ลัง ก่อนนำไปบรรจุในตู้คอนเทนเนอร์ควบคุมอุณหภูมิ ส่งผ่านเดนมาร์กและเดินทางต่อไปยังสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 

น้ำแข็งชุดแรกที่ส่งออกมีน้ำหนักประมาณ 20-22 ตัน และใช้เวลาเดินทางราวเก้าสัปดาห์ เป็นระยะทางประมาณ 20,000 กิโลเมตร กว่าจะไปถึงห้องแช่แข็งในดูไบ 

 

ทำไมน้ำแข็งธรรมดาจึงกลายเป็นสินค้าหรู?

บริษัทอ้างว่า น้ำแข็งเหล่านี้ถูกอัดแน่นอยู่ในธารน้ำแข็งมานานหลายพันถึงกว่า 100,000 ปี แรงกดทับทำให้ฟองอากาศภายในมีน้อย เนื้อน้ำแข็งจึงใส แข็ง และละลายช้ากว่าน้ำแข็งทั่วไป

เมื่อใส่ลงในวิสกี้หรือค็อกเทล เครื่องดื่มจึงเย็นได้นานโดยไม่ถูกน้ำละลายเจือจางอย่างรวดเร็ว อีกทั้งน้ำแข็งยังแทบไม่มีรสชาติ จึงไม่รบกวนรสของเครื่องดื่มราคาแพง

 

หกก้อนเกือบ 3,000 บาท

ช่วงหนึ่งมีรายงานว่า น้ำแข็งกรีนแลนด์จำนวนหกก้อนถูกเสนอขายในดูไบราว 100 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 3,000 กว่าบาท ขณะที่ร้านค้าอย่างเป็นทางการของบริษัทในปัจจุบันแสดงราคากล่องน้ำแข็งสำหรับเครื่องดื่มเริ่มต้นที่ 119 ดีแรห์ม หรือประมาณพันกว่าบาทต่อกล่อง 

เมื่อคำนวณย้อนจากราคาขายปลีกเป็นน้ำหนักระดับหนึ่งตัน มูลค่าอาจพุ่งถึงหลักล้านบาทได้ แต่ตัวเลข “ตันละล้าน” ไม่ใช่ราคาขายส่งหนึ่งตันที่บริษัทประกาศอย่างเป็นทางการ เพราะราคาจริงขึ้นอยู่กับขนาดก้อน จำนวนก้อน บรรจุภัณฑ์ และสถานที่ขาย

พูดให้ตรงที่สุดคือ น้ำแข็งไม่ได้ถูกขายยกตันให้เศรษฐีในราคาหนึ่งล้านบาท แต่ถูกแบ่งเป็นก้อนเล็ก ๆ แล้วขายด้วยราคาสูงมาก จนหากรวมเป็นหนึ่งตัน มูลค่าขายปลีกอาจสูงกว่าหลักล้านได้หลายเท่า

 

ไม่ได้ขายแค่ใส่เหล้า แต่ขายไปถึงวงการความงาม

ตลาดเป้าหมายของ Arctic Ice ไม่ได้มีเพียงบาร์หรูและโรงแรมระดับห้าดาว บริษัทยังนำก้อนน้ำแข็งไปทำเป็นผลิตภัณฑ์สำหรับประคบใบหน้า โดยอ้างถึงความเย็นและความบริสุทธิ์ของน้ำแข็งจากกรีนแลนด์

ร้านค้าในดูไบมีทั้งน้ำแข็งทรงลูกบาศก์ น้ำแข็งทรงกลม และผลิตภัณฑ์สำหรับผิวหน้า ราคาตั้งแต่ 119 ถึง 179 ดีแรห์มต่อกล่อง เปลี่ยนสิ่งที่ละลายหายไปภายในไม่กี่นาที ให้กลายเป็นสินค้าหรูในตลาดเครื่องดื่มและความงาม 

 

ความหรูที่ถูกตั้งคำถามจากทั่วโลก

ทันทีที่เรื่องนี้เผยแพร่ออกไป บริษัทก็ถูกวิจารณ์อย่างหนัก หลายคนตั้งคำถามว่า ในช่วงที่โลกกำลังเผชิญปัญหาสภาพภูมิอากาศ เหตุใดจึงต้องใช้พลังงานขนส่งน้ำแข็งข้ามโลก เพียงเพื่อใส่ลงในเครื่องดื่มไม่กี่แก้ว

บริษัทโต้แย้งว่าเก็บเฉพาะน้ำแข็งที่แตกออกมาตามธรรมชาติ และใช้พื้นที่ว่างในตู้คอนเทนเนอร์ซึ่งอาจเดินทางกลับโดยไม่มีสินค้าอยู่แล้ว พร้อมประกาศเป้าหมายลดหรือชดเชยการปล่อยคาร์บอน

นักสิ่งแวดล้อมบางส่วนยังมองว่า ประเด็นไม่ได้มีเพียงปริมาณน้ำแข็งที่เก็บ แต่รวมถึงภาพลักษณ์ของการนำทรัพยากรจากพื้นที่ซึ่งได้รับผลกระทบจากภาวะโลกร้อน มาสร้างความหรูหราให้คนเพียงกลุ่มเล็ก ๆ

 

จากของที่ละลายทิ้ง กลายเป็นสินค้าที่ขายเรื่องราว

สำหรับชาวกรีนแลนด์ น้ำแข็งจากภูเขาน้ำแข็งอาจเป็นสิ่งที่พบเห็นได้ตามธรรมชาติ แต่เมื่อนำมันเดินทางข้ามโลก ตัดเป็นรูปทรงสวย ใส่กล่องหรู และวางบนโต๊ะของโรงแรมระดับสูง มูลค่าก็เปลี่ยนไปทันที

ก้อนน้ำแข็งหนึ่งก้อนอาจมีน้ำเป็นส่วนประกอบไม่ต่างจากน้ำแข็งทั่วไปมากนัก สิ่งที่ทำให้มันแพงคือความหายาก เส้นทางการเดินทาง และเรื่องราวอายุหลายหมื่นปีที่ถูกเสิร์ฟมาพร้อมเครื่องดื่ม

ในโลกของสินค้าหรู บางครั้งสิ่งที่แพงที่สุดจึงไม่ใช่สิ่งที่อยู่ในแก้ว แต่คือเรื่องเล่าที่ทำให้คนยอมจ่าย ก่อนน้ำแข็งก้อนนั้นจะละลายหายไปโดยไม่เหลืออะไรเลย

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
C lover's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 30 ครั้ง
เขียนโดย C lover
ชอบอ่าน ชอบเขียน ชอบวาด
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
5 VOTES (5/5 จาก 1 คน)
VOTED: C lover
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
สถิติหวยออก ย้อนหลัง 10 ปี เลขท้าย 2 ตัว งวด 1 สิงหาคมทำไมคนรวยจึงเน้น “ซื้อสินทรัพย์” มากกว่าสร้างหนี้สินรูเล็ก ๆ บนหัวซิป มีไว้ทำอะไร?ชนะลอตเตอรี่ 14 ครั้ง ด้วย “คณิตศาสตร์เด็กประถม” รีโมทแอร์ใช้ถ่านอัลคาไลน์ได้ไหมไขปริศนาปรากฏการณ์ "เดจาวู" เคยไปสถานที่ที่ไม่เคยไป ดวงจิตเราเคยอยู่ที่นั่นจริงไหม?บริษัทน้ำอัดลมที่มีเรือรบมากเป็นอันดับ 6 ของโลก! เรื่องจริงหรือแค่ตำนานของ Pepsi?เปิดตำนาน "ของมีครู" 3 สิ่งของโบราณในบ้านที่ถ้าเก็บไว้ไม่ถูกวิธีอาจเจอดี10 โรงแรมในตำนานของไทย ที่เคยโด่งดังแต่ปัจจุบันเหลือเพียงความทรงจำสายการบิน EVA Air จริงๆ อ่านว่าอะไรกันแน่?ไม่ต้องผสมพันธุ์ซ้ำก็ออกลูกได้! เคล็ดลับอายุหลายล้านปีที่ทำให้แมลงสาบครองโลกทำไมปลาจิ๋วชนิดนี้ถึงมีอวัยวะสืบพันธุ์อยู่ใต้หัว? วิวัฒนาการสุดแปลกที่ย้ายการผสมพันธุ์มาไว้ใกล้ปาก
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
เปิดตำนาน "ของมีครู" 3 สิ่งของโบราณในบ้านที่ถ้าเก็บไว้ไม่ถูกวิธีอาจเจอดีบริษัทน้ำอัดลมที่มีเรือรบมากเป็นอันดับ 6 ของโลก! เรื่องจริงหรือแค่ตำนานของ Pepsi?ทำไมจึงไม่ควรตากผ้ากลางแจ้งทิ้งไว้ตลอดคืน ?"เมืองทรอยปัจจุบันคือประเทศอะไร"
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
บริษัทน้ำอัดลมที่มีเรือรบมากเป็นอันดับ 6 ของโลก! เรื่องจริงหรือแค่ตำนานของ Pepsi?ทำไมจึงไม่ควรตากผ้ากลางแจ้งทิ้งไว้ตลอดคืน ?เจลาโต้ไม่ได้แพงเพราะชื่อ ไอติมกะทิก็ไม่ได้ธรรมดาอย่างที่คิดทำไมสมองของมนุษย์ถึงสร้าง “ความหลงใหล” ให้เรามองเห็นคนที่ชอบดูดีขึ้น 200%?
ตั้งกระทู้ใหม่