หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

สวีเดนฝังขยะไม่ถึงหนึ่งเปอร์เซ็นต์ได้อย่างไร

เขียนโดย คิดไปเรื่อย

คำพูดที่ว่า “ขยะของสวีเดนมีเพียงหนึ่งเปอร์เซ็นต์ที่ลงเอยในหลุมฝังกลบ” ใกล้เคียงความจริง แต่ต้องเติมรายละเอียดสำคัญว่า ตัวเลขนี้มักหมายถึงขยะเทศบาลหรือขยะจากครัวเรือน ไม่ใช่ขยะทุกชนิดที่เกิดขึ้นในประเทศ

ความสำเร็จของสวีเดนจึงไม่ได้เกิดจากการที่ประชาชนรีไซเคิลขยะได้เกือบทั้งหมดตามที่หลายคนเข้าใจ เพราะขยะจำนวนมากไม่ได้ถูกนำกลับมาผลิตเป็นสินค้าใหม่ แต่ถูกเผาเพื่อนำพลังงานกลับมาใช้

ปัจจุบันขยะเทศบาลที่ได้รับการจัดการในสวีเดนมากกว่าครึ่งเข้าสู่ระบบเผาผลิตพลังงาน ส่วนที่เหลือถูกรีไซเคิล หมักเป็นปุ๋ย หรือผลิตก๊าซชีวภาพ ขณะที่ขยะซึ่งถูกส่งไปฝังกลบเหลือน้อยกว่าหนึ่งเปอร์เซ็นต์

หัวใจสำคัญจึงไม่ใช่แค่ “แยกขยะเก่ง” แต่เป็นการสร้างระบบที่ทำให้การฝังกลบกลายเป็นทางเลือกสุดท้าย

ทำไมสวีเดนไม่เลือกฝังกลบ

หลุมฝังกลบมีต้นทุนที่มองไม่เห็นอยู่มาก ขยะอินทรีย์สามารถย่อยสลายและปล่อยก๊าซมีเทน น้ำฝนอาจไหลผ่านกองขยะจนกลายเป็นน้ำชะขยะปนเปื้อนดินและน้ำใต้ดิน อีกทั้งพื้นที่ฝังกลบยังต้องได้รับการดูแลต่อไปอีกหลายปีหลังปิดใช้งาน

สวีเดนจึงค่อยๆ เพิ่มภาษีสำหรับการฝังกลบ พร้อมออกข้อจำกัดกับขยะที่สามารถนำไปเผาได้และขยะอินทรีย์ที่ย่อยสลายได้ เมื่อการฝังกลบมีราคาแพงและมีกฎเข้มงวด เทศบาลกับผู้ประกอบการจึงมีแรงจูงใจให้หาวิธีจัดการแบบอื่น

แทนที่จะขนขยะไปกองทิ้ง ระบบจะพยายามดึงวัสดุที่ยังมีประโยชน์ออกมาก่อน เช่น กระดาษ แก้ว โลหะ พลาสติก บรรจุภัณฑ์ เศษอาหาร และของเสียอันตราย

สิ่งที่เหลือและไม่เหมาะกับการรีไซเคิลจึงถูกส่งเข้าโรงงานผลิตพลังงานจากขยะ

เผาขยะแล้วได้อะไร

สวีเดนเป็นประเทศที่มีฤดูหนาวยาวนาน หลายเมืองจึงใช้ระบบทำความร้อนแบบรวมศูนย์ โรงงานผลิตความร้อนจะส่งน้ำร้อนผ่านเครือข่ายท่อไปยังอาคาร บ้านพัก โรงเรียน และสถานที่ทำงาน โดยแต่ละอาคารไม่จำเป็นต้องมีหม้อต้มขนาดใหญ่ของตัวเอง

เมื่อเผาขยะ ความร้อนที่เกิดขึ้นสามารถนำไปต้มน้ำ ผลิตไอน้ำ ปั่นเครื่องกำเนิดไฟฟ้า และส่งความร้อนเข้าสู่ระบบของเมืองได้พร้อมกัน วิธีนี้เรียกว่าการผลิตพลังงานร่วม ซึ่งใช้พลังงานจากเชื้อเพลิงได้คุ้มกว่าการผลิตไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว

ขยะที่อาจต้องใช้พื้นที่จำนวนมากในการฝังจึงถูกลดปริมาตรลง พร้อมเปลี่ยนส่วนหนึ่งให้เป็นไฟฟ้าและความร้อน

อย่างไรก็ตาม การเผาไม่ได้ทำให้ขยะหายไปทั้งหมด หลังการเผายังเหลือเถ้าก้นเตาและของเสียจากระบบบำบัดควัน โลหะบางส่วนสามารถถูกคัดออกจากเถ้าเพื่อนำกลับไปใช้ใหม่ แต่เถ้าหรือสารตกค้างบางชนิดยังต้องได้รับการจัดการอย่างระมัดระวัง และบางส่วนก็ต้องนำไปฝังกลบอยู่ดี

ประชาชนต้องแยกขยะตั้งแต่ต้นทาง

ประสิทธิภาพของระบบไม่ได้เริ่มที่โรงงาน แต่เริ่มจากถังขยะในบ้าน

ครัวเรือนสวีเดนคุ้นเคยกับการแยกขวดแก้ว กระดาษ หนังสือพิมพ์ กล่องกระดาษ บรรจุภัณฑ์พลาสติก โลหะ เศษอาหาร อุปกรณ์ไฟฟ้า แบตเตอรี่ และสารเคมีในครัวเรือนออกจากกัน ที่อยู่อาศัยหลายแห่งมีห้องหรือจุดทิ้งขยะซึ่งแบ่งช่องไว้อย่างชัดเจน ส่วนของชิ้นใหญ่สามารถนำไปยังศูนย์รับขยะของเทศบาล

ตั้งแต่ปี 2024 ครัวเรือนและธุรกิจต้องแยกเศษอาหารออกจากขยะทั่วไปมากขึ้น และเทศบาลต้องจัดระบบเก็บขยะอาหารแยกต่างหาก เศษอาหารเหล่านี้สามารถนำไปหมักแบบไม่ใช้ออกซิเจนเพื่อผลิตก๊าซชีวภาพ ใช้เป็นเชื้อเพลิงสำหรับรถโดยสารหรือยานพาหนะบางประเภท ส่วนกากที่เหมาะสมสามารถนำไปใช้ประโยชน์ทางการเกษตรได้

เมื่อเศษอาหารถูกแยกออก ขยะส่วนที่เหลือจะแห้งขึ้น มีความเหมาะสมต่อการคัดแยกและการผลิตพลังงานมากขึ้นด้วย

คนผลิตสินค้าต้องรับผิดชอบด้วย

อีกกลไกหนึ่งคือหลักความรับผิดชอบของผู้ผลิต ผู้ผลิตหรือนำเข้าสินค้าบางประเภทต้องมีส่วนรับผิดชอบค่าเก็บรวบรวมและการจัดการเมื่อสินค้ากลายเป็นขยะ ไม่ว่าจะเป็นบรรจุภัณฑ์ กระดาษ ยางรถยนต์ อุปกรณ์ไฟฟ้า หรือแบตเตอรี่

แนวคิดนี้เปลี่ยนภาระจากประชาชนและเทศบาลเพียงฝ่ายเดียว กลับไปยังผู้ที่ออกแบบและจำหน่ายสินค้า หากบรรจุภัณฑ์มีหลายชั้น แยกยาก หรือรีไซเคิลไม่ได้ ต้นทุนในการจัดการก็สูงขึ้นตามไปด้วย

สวีเดนยังใช้ระบบมัดจำขวดและกระป๋อง ผู้ซื้อจ่ายเงินเพิ่มเล็กน้อยตอนซื้อเครื่องดื่ม และได้รับเงินคืนเมื่อนำบรรจุภัณฑ์ไปใส่เครื่องรับคืน วิธีนี้ทำให้ขวดและกระป๋องมีมูลค่าในสายตาของผู้บริโภค ไม่ถูกมองเป็นของที่ทิ้งแล้วจบ

แต่สวีเดนไม่ได้มีขยะไม่พอจนต้องซื้อขยะ

เรื่องที่มักถูกเล่าต่อกันคือ สวีเดนรีไซเคิลเก่งมากจนไม่มีขยะเหลือเผา จึงต้อง “ซื้อขยะ” จากประเทศอื่น ความจริงซับซ้อนกว่านั้น

สวีเดนรับขยะบางประเภทจากต่างประเทศมาใช้ในโรงงานผลิตพลังงานจริง แต่โดยทั่วไปประเทศต้นทางหรือบริษัทผู้ส่งเป็นฝ่ายจ่ายค่าบริการให้สวีเดนจัดการขยะ เพราะการส่งมาเผาอาจมีต้นทุนต่ำกว่าการฝังกลบหรือสร้างโรงงานของตนเอง

โรงงานสวีเดนได้เชื้อเพลิงสำหรับผลิตความร้อน ส่วนผู้ส่งออกลดปริมาณขยะที่ต้องฝัง จึงเป็นธุรกิจบริการจัดการของเสียมากกว่าการออกไปซื้อขยะเพราะขาดแคลนอย่างสิ้นเชิง

การเผาขยะไม่ใช่คำตอบที่สมบูรณ์

ตัวเลขฝังกลบต่ำมากฟังดูน่าประทับใจ แต่ไม่ได้หมายความว่าระบบไม่มีข้อถกเถียง โรงงานเผาขยะต้องลงทุนสูงและต้องมีเชื้อเพลิงเข้าโรงงานต่อเนื่อง หากสร้างกำลังการเผามากเกินไป อาจทำให้เมืองมีแรงจูงใจน้อยลงในการลดขยะ เพราะโรงงานต้องการวัตถุดิบเพื่อเดินเครื่อง

ขยะที่มีพลาสติกยังปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์จากเชื้อเพลิงฟอสซิลเมื่อถูกเผา แม้โรงงานสมัยใหม่จะมีระบบดักฝุ่น กำจัดกรด โลหะหนัก และควบคุมสารมลพิษหลายขั้นตอน แต่การควบคุมมลพิษไม่เท่ากับการไม่มีมลพิษ

ในลำดับการจัดการขยะ การไม่สร้างขยะตั้งแต่แรกยังดีกว่าการนำกลับมาใช้ซ้ำ การรีไซเคิลวัสดุที่เหมาะสมก็ดีกว่าการเผาเพื่อเอาพลังงาน และการเผาควรใช้กับส่วนที่หลีกเลี่ยงหรือรีไซเคิลได้ยากจริงๆ

บทเรียนจากสวีเดนจึงไม่ใช่การสร้างเตาเผาให้มากที่สุด

สิ่งที่ทำให้ขยะลงหลุมฝังกลบน้อย คือการทำงานพร้อมกันทั้งระบบ ตั้งแต่กฎหมาย ภาษี การแยกขยะ ความรับผิดชอบของผู้ผลิต ระบบรับคืนบรรจุภัณฑ์ โรงงานรีไซเคิล การผลิตก๊าซชีวภาพ ไปจนถึงเครือข่ายความร้อนที่สามารถใช้พลังงานจากขยะได้จริง

ประเทศที่ไม่มีระบบทำความร้อนรวมศูนย์อาจนำรูปแบบนี้ไปใช้ตรงๆ ไม่ได้ เพราะความร้อนจากโรงงานอาจไม่มีผู้ใช้เพียงพอ การสร้างเตาเผาโดยไม่มีการแยกของเสียอันตราย ไม่มีระบบควบคุมมลพิษที่เข้มงวด หรือไม่มีตลาดรองรับวัสดุรีไซเคิล ก็อาจสร้างปัญหาใหม่แทนการแก้ปัญหาเดิม

สิ่งที่ควรนำมาเรียนรู้มากที่สุดจึงเป็นหลักคิดว่า ขยะไม่ควรถูกจัดการด้วยวิธีเดียว วัสดุแต่ละชนิดควรไปยังเส้นทางที่เหมาะสม และการฝังกลบควรเหลือไว้เฉพาะสิ่งที่ไม่มีทางเลือกปลอดภัยกว่านั้น

หนึ่งเปอร์เซ็นต์ของสวีเดนไม่ได้เกิดจากเทคโนโลยีมหัศจรรย์ แต่เกิดจากการทำให้ทุกฝ่ายรู้ว่า ขยะชิ้นหนึ่งจะต้องไปไหน ใครเป็นคนรับผิดชอบ และใครเป็นคนจ่ายตั้งแต่มันยังไม่ถูกโยนลงถัง

เนื้อหาโดย: คิดไปเรื่อย
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
คิดไปเรื่อย's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 80 ครั้ง
เขียนโดย คิดไปเรื่อย
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
จุดเล็ก ๆ นี้มีไว้ทำอะไร? 10 รายละเอียดของใช้ที่มักถูกมองข้ามเหรียญสะสม10บาท พ.ศ.2533 หายาก เปิดประมูลที่ 3 แสน10 อันดับโรงเรียนนานาชาติที่ค่าเทอมแพงที่สุดในไทย ปี 256910 เลขขายดีใน จ.เชียงใหม่ งวดวันที่ 16 สิงหาคม 69..ส่องเลยคนเชียงใหม่ซื้อเลขอะไร!!“6-7” คืออะไร? ผู้ใหญ่ได้ยินแล้วงง แต่เด็กพูดกันสนั่น!QR Code ไม่ได้ขาด แต่ทำไมมือถือสแกนไม่ติด? ช่องว่างรอบโค้ดอาจสำคัญกว่าที่คิดรองเท้าเก็บไว้นานแล้วพื้นแตกร่วน ทั้งที่แทบไม่ได้ใส่: บางครั้ง “ไม่ใช้” ก็ไม่ได้แปลว่าไม่เสื่อมเลขแห่งวันออกพรรษา + ฤกษ์ดาวอาทิตย์ 16 ส.ค. 69 — มองความสัมพันธ์งวดพิเศษผสมการคำนวณคัดเน้นๆ เลข AI งวด 16 สิงหาคม 2569ลาวเปลี่ยนไปแค่ไหน เมื่อวิถีใหม่เดินคู่กับชีวิตแบบเดิมจังหวัดของไทยที่คนรัสเซียชื่นชอบที่สุด และย้ายเข้ามาอาศัยอยู่มากที่สุดรู้จัก “มะพร้าวก้นสาว” ทำไมต้นหนึ่งถูกประเมินมูลค่าสูงถึง 5 แสนบาท
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
รู้จัก “มะพร้าวก้นสาว” ทำไมต้นหนึ่งถูกประเมินมูลค่าสูงถึง 5 แสนบาทขนมโตเกียวไม่ได้มีต้นกำเนิดจากกรุงโตเกียวจุดเล็ก ๆ นี้มีไว้ทำอะไร? 10 รายละเอียดของใช้ที่มักถูกมองข้ามจังหวัดที่มีป่าไม้สมบูรณ์ที่สุด มีพื้นที่ป่าไม้มากที่สุดในประเทศไทยเหรียญสะสม10บาท พ.ศ.2533 หายาก เปิดประมูลที่ 3 แสนQR Code ไม่ได้ขาด แต่ทำไมมือถือสแกนไม่ติด? ช่องว่างรอบโค้ดอาจสำคัญกว่าที่คิด
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
8 เหตุผลที่ควรลงทุนในอสังหาฯ ตั้งแต่อายุยังน้อยจุดเล็ก ๆ นี้มีไว้ทำอะไร? 10 รายละเอียดของใช้ที่มักถูกมองข้ามQR Code ไม่ได้ขาด แต่ทำไมมือถือสแกนไม่ติด? ช่องว่างรอบโค้ดอาจสำคัญกว่าที่คิดแห่เทียนปราสาทผึ้งวันออกพรรษาสกลนคร
ตั้งกระทู้ใหม่