หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ทำไม "ปลาหมอคางดำ" ถึงน่ากลัว? ปลาต่างถิ่นที่กำลังส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศของไทย

เขียนโดย Mesuk

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ชื่อของ ปลาหมอคางดำ กลายเป็นประเด็นที่ถูกพูดถึงอย่างมากในประเทศไทย โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคกลางและชายฝั่งอ่าวไทย หลายจังหวัดพบการแพร่กระจายของปลาชนิดนี้ในแหล่งน้ำธรรมชาติ จนส่งผลกระทบต่อสัตว์น้ำพื้นถิ่นและอาชีพประมง

 

แม้ว่าปลาหมอคางดำจะไม่ใช่ปลาที่อันตรายต่อมนุษย์โดยตรง แต่สิ่งที่ทำให้นักวิชาการและหน่วยงานด้านประมงกังวล คือความสามารถในการแพร่พันธุ์อย่างรวดเร็ว ความทนทานต่อสภาพแวดล้อม และการแข่งขันกับสัตว์น้ำพื้นเมือง จึงถูกจัดว่าเป็น ชนิดพันธุ์ต่างถิ่นที่รุกราน (Invasive Alien Species) ที่ควรได้รับการควบคุม

 

ปลาหมอคางดำคือปลาอะไร

ปลาหมอคางดำ (Blackchin Tilapia) มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Sarotherodon melanotheron เป็นปลาน้ำกร่อยและน้ำจืดที่มีถิ่นกำเนิดในแอฟริกาตะวันตก ก่อนจะแพร่กระจายไปยังหลายประเทศ

 

ลักษณะเด่นคือ

 

- ลำตัวสีเทาเข้มหรือดำ

- คางและบริเวณใต้หัวมีสีดำ โดยเฉพาะตัวผู้ในฤดูผสมพันธุ์

- โตเต็มวัยมีความยาวประมาณ 15–25 เซนติเมตร

- สามารถอาศัยได้ทั้งน้ำจืด น้ำกร่อย และบางพื้นที่ที่มีน้ำเค็ม

 

ความสามารถในการปรับตัวที่สูง ทำให้ปลาชนิดนี้สามารถอยู่รอดในสภาพแวดล้อมที่ปลาหลายชนิดอยู่ไม่ได้

 

1. แพร่พันธุ์รวดเร็วมาก

 

เหตุผลสำคัญที่ทำให้ปลาหมอคางดำน่ากังวล คืออัตราการขยายพันธุ์ที่สูง

 

ปลาชนิดนี้เข้าสู่วัยสืบพันธุ์ได้ตั้งแต่อายุยังน้อย และสามารถวางไข่ได้หลายครั้งต่อปี หากสภาพแวดล้อมเหมาะสม จำนวนประชากรจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในเวลาไม่นาน

 

ยิ่งไปกว่านั้น พ่อหรือแม่ปลาจะอมไข่และลูกปลาไว้ในปาก (Mouthbrooding) เพื่อป้องกันศัตรู ทำให้อัตราการรอดของลูกปลาสูงกว่าปลาหลายชนิด

 

2. กินอาหารได้แทบทุกอย่าง

 

ปลาหมอคางดำเป็นสัตว์กินได้หลากหลาย (Omnivore)

 

อาหารของมัน ได้แก่

 

- สาหร่าย

- แพลงก์ตอน

- ลูกกุ้ง

- ลูกปลา

- ไข่ปลา

- สัตว์น้ำขนาดเล็ก

- อินทรียวัตถุในแหล่งน้ำ

 

เมื่อมีจำนวนมาก จะเกิดการแข่งขันแย่งอาหารกับปลาพื้นเมืองและสัตว์น้ำเศรษฐกิจ เช่น กุ้งและปลาในธรรมชาติ

 

3. ทนต่อสภาพแวดล้อมได้ดี

 

ปลาหมอคางดำสามารถทนต่อ

 

- น้ำจืด

- น้ำกร่อย

- ความเค็มค่อนข้างสูง

- ปริมาณออกซิเจนต่ำ

- อุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลง

 

ความสามารถนี้ทำให้มันแพร่กระจายได้ง่ายทั้งในคลอง แม่น้ำ บ่อเลี้ยง และพื้นที่ชุ่มน้ำชายฝั่ง

 

4. ส่งผลกระทบต่อปลาพื้นเมือง

 

เมื่อปลาหมอคางดำมีจำนวนมาก

 

- แย่งอาหารจากปลาพื้นเมือง

- แย่งพื้นที่วางไข่

- กินไข่และลูกปลาของสัตว์น้ำชนิดอื่น

- ทำให้ความหลากหลายของสัตว์น้ำลดลง

 

นักวิชาการด้านประมงจึงกังวลว่าหากควบคุมไม่ได้ อาจส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศในระยะยาว

 

5. กระทบต่ออาชีพประมง

 

หลายพื้นที่ของประเทศไทย โดยเฉพาะบริเวณลุ่มน้ำและพื้นที่ชายฝั่ง พบว่าชาวประมงจับปลาหมอคางดำได้ในปริมาณมาก

 

ผลที่ตามมา ได้แก่

 

- ปลาพื้นเมืองลดจำนวนลง

- สัตว์น้ำเศรษฐกิจมีโอกาสลดลงในบางพื้นที่

- ชาวประมงต้องเสียเวลาแยกปลาที่จับได้

- รายได้จากการประมงอาจได้รับผลกระทบ หากปลาที่ตลาดต้องการลดลง

 

ด้วยเหตุนี้ กรมประมงจึงดำเนินมาตรการควบคุมและกำจัดการแพร่กระจายของปลาชนิดนี้ในหลายพื้นที่

 

ปลาหมอคางดำอันตรายต่อคนหรือไม่

 

คำตอบคือ ไม่อันตรายโดยตรง

 

ปลาหมอคางดำ

 

- ไม่ใช่ปลามีพิษ

- ไม่ทำร้ายคน

- สามารถนำมาปรุงอาหารได้ หากมาจากแหล่งน้ำที่สะอาดและปลอดภัย

 

ดังนั้น ความน่ากลัวของปลาชนิดนี้ไม่ได้อยู่ที่การทำอันตรายต่อมนุษย์ แต่เป็นผลกระทบต่อระบบนิเวศและทรัพยากรสัตว์น้ำ

 

หน่วยงานภาครัฐกำลังดำเนินการอย่างไร

 

กรมประมงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินมาตรการหลายด้าน เช่น

 

- สำรวจพื้นที่การแพร่กระจาย

- ส่งเสริมการจับปลาออกจากธรรมชาติ

- เฝ้าระวังการแพร่พันธุ์

- ศึกษาวิธีควบคุมประชากรอย่างเหมาะสม

- รณรงค์ไม่ปล่อยสัตว์น้ำต่างถิ่นลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ

 

มาตรการเหล่านี้มีเป้าหมายเพื่อลดผลกระทบต่อระบบนิเวศและรักษาความหลากหลายทางชีวภาพของประเทศไทย

 

สรุป

ปลาหมอคางดำไม่ใช่ปลาที่น่ากลัวเพราะดุร้ายหรือมีพิษ แต่เป็น สัตว์น้ำต่างถิ่นที่รุกราน ซึ่งมีความสามารถในการแพร่พันธุ์สูง ปรับตัวเก่ง กินอาหารได้หลากหลาย และแข่งขันกับสัตว์น้ำพื้นเมือง ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศและการประมงในหลายพื้นที่ ด้วยเหตุนี้ นักวิชาการและหน่วยงานภาครัฐจึงให้ความสำคัญกับการควบคุมการแพร่กระจายของปลาชนิดนี้ เพื่อปกป้องทรัพยากรธรรมชาติและความสมดุลของแหล่งน้ำไทยในระยะยาว

เนื้อหาโดย: Mesuk
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
Mesuk's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 83 ครั้ง
เขียนโดย Mesuk
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
5 VOTES (5/5 จาก 1 คน)
VOTED: Mesuk
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
เลขลับวงใน งวด 1 ตุลาคม 69สถิติหวยลาว 1 ต.ค. 69 ย้อนหลังวันพฤหัสบดี ตัวเลข 4 ตัว 3 ตัว 2 ตัว มีอะไรให้สังเกตตรวจหวย 1 ตุลาคม 2569 ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล รางวัลที่ 1 ออก 402701 เลขท้าย 2 ตัว 70สิบเลขขายดี สลากตัวเลขสามหลัก N3 งวด 1/10/69คอหวยฮือฮา! “แม่น้ำหนึ่ง” ให้เลข 07-70 ก่อนหวยออก สุดท้ายเลขท้าย 2 ตัวมา 70 ตรง ๆถูกรางวัลที่ 1 ได้ 6 ล้าน แต่ทำไมเงินที่รับจริงไม่ถึง 6 ล้านโรงแรมขนาดยักษ์ที่ใหญ่ที่สุด มีห้องพักมากสุดอันดับ 1 ในไทยเดือดต่อเนื่อง! “ไอซ์ รักชนก” เปิดคำถามถึง “ไอเดียร์ สุชาดา” ปมสามี-ทรัพย์สิน ก่อนเจอสวนกลับเรื่องสามีเหมือนกันตารางหวยปกเขียว สลากกินแบ่งรัฐบาล งวด 1 ตุลาคม 69รหัสเลขมูเตลู "หมอปลาย พรายกระซิบ" 1 ตุลาคม 2569108 ท่าบนเตียง มีอะไรบ้าง Sex position ท่าเด็ดบนเตียงปฏิทินจีน งวด 1 ต.ค. 69 ย้อนรอยเลข 7-0-9-5-6 เปิดชุด 2 ตัว-3 ตัว
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
อำเภอที่เจริญที่สุด มีเศรษฐกิจดีที่สุดในประเทศไทยของธรรมดาที่ไม่ธรรมดา! เปิดไอเทมหลักใน 7-Eleven ไทย ที่นักท่องเที่ยวต่างชาติชอบซื้อกลับประเทศเหตุใดหลายครอบครัวยังคงใช้น้ำบาดาล ทั้งๆที่มีน้ำประปาให้ใช้แล้ว?ตั๊ก มยุรา” ตอบกลับชาวเน็ต หลังถูกแซะ “กินข้าวแจกฟรีได้เหรอ” ติดบ้านน้ำท่วมหลายวัน ลั่นพี่ไม่ใช่เทวดานางฟ้าตรวจหวย 1 ตุลาคม 2569 ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล รางวัลที่ 1 ออก 402701 เลขท้าย 2 ตัว 70
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
ตลาดน้ำอันดับ 1 ของไทย ที่มีขนาดใหญ่และมีชื่อเสียงมากที่สุดทำไมฝาท่อระบายน้ำตามถนนถึงชอบทำเป็นวงกลม? คำตอบไม่ได้มีแค่ “เพราะมันตกลงรูไม่ได้”ทำไมจับราวบันไดเลื่อนแล้วมือค่อย ๆ ไหลไปข้างหน้า ทั้งที่เท้ายืนอยู่กับขั้นเดิม?กรมอุตุฯ ยืนยัน การระบายน้ำจาก “เขื่อนตะผ่านเซะ” ในเมียนมา ไม่ส่งผลให้น้ำท่วมประเทศไทย เนื่องจากอยู่คนละลุ่มน้ำ
ตั้งกระทู้ใหม่