หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

เราสำรวจจักรวาลไปแล้วกี่เปอร์เซ็นต์

เขียนโดย วัน ๆ หาแต่เรื่อง

คำถามว่าเราสำรวจจักรวาลไปแล้วกี่เปอร์เซ็นต์ ฟังเหมือนควรมีตัวเลขตอบได้ทันที เช่น 1 เปอร์เซ็นต์ 5 เปอร์เซ็นต์ หรือ 10 เปอร์เซ็นต์ แต่ในทางดาราศาสตร์ยังไม่มีตัวเลขมาตรฐานที่ใช้ตอบคำถามนี้ได้ตรง ๆ เพราะคำว่า “สำรวจ” อาจหมายถึงหลายอย่างมาก ตั้งแต่มองเห็นด้วยกล้อง ตรวจพบวัตถุ ทำแผนที่ วัดระยะทาง วิเคราะห์องค์ประกอบ ไปจนถึงการส่งยานไปสำรวจใกล้ ๆ

ถ้าหมายถึงการเดินทางไปสำรวจด้วยยานอวกาศ คำตอบคือมนุษย์สำรวจจักรวาลไปน้อยจนแทบเขียนเป็นเปอร์เซ็นต์ไม่ได้ เรายังไม่เคยส่งมนุษย์ออกไปไกลกว่าบริเวณรอบดวงจันทร์ ยานที่เดินทางไกลที่สุดก็เพิ่งออกจากเขตอิทธิพลหลักของลมสุริยะ แต่ยังอยู่ใกล้บ้านมากเมื่อเทียบกับขนาดของทางช้างเผือก

กาแล็กซีทางช้างเผือกมีขนาดกว้างประมาณหนึ่งแสนปีแสง ขณะที่ยานอวกาศของมนุษย์เดินทางมาเพียงเศษเสี้ยวของหนึ่งปีแสงเท่านั้น ต่อให้ยานยังเคลื่อนที่ต่อไปอีกหลายหมื่นปี ก็ยังไม่ได้เข้าใกล้ดาวฤกษ์ดวงอื่นมากนักเมื่อเทียบกับระยะห่างในอวกาศ

ถ้าเอาระยะทางที่ยานของเราเดินทางไปเทียบกับเส้นผ่านศูนย์กลางของทางช้างเผือก ตัวเลขจะเล็กกว่าหนึ่งในล้านเปอร์เซ็นต์มาก และนั่นเป็นเพียงการเทียบกับกาแล็กซีของเรา ไม่ใช่จักรวาลทั้งหมด

แต่ดาราศาสตร์ไม่ได้สำรวจด้วยการเดินทางอย่างเดียว วิธีหลักคือการรับแสง คลื่นวิทยุ รังสีเอกซ์ อินฟราเรด และสัญญาณประเภทอื่นที่เดินทางมาถึงโลก กล้องโทรทรรศน์จึงทำให้เราศึกษาสิ่งที่อยู่ห่างออกไปหลายพันล้านปีแสงได้ โดยไม่ต้องส่งยานไปถึงสถานที่นั้น

เมื่อมองในความหมายนี้ เราเห็นจักรวาลได้ไกลมาก จนตรวจพบแสงที่เดินทางมาตั้งแต่จักรวาลยังมีอายุน้อย เรามองเห็นกาแล็กซีจำนวนมหาศาล วัดการขยายตัวของจักรวาล ศึกษาดาวระเบิด ตรวจพบหลุมดำผ่านผลที่มันมีต่อสิ่งรอบข้าง และตรวจวัดรังสีไมโครเวฟพื้นหลังซึ่งเป็นร่องรอยจากจักรวาลยุคแรก

ขอบเขตที่แสงมีเวลาเดินทางมาถึงเราเรียกว่า “จักรวาลที่สังเกตได้” จักรวาลส่วนนี้ไม่ได้มีรัศมีเพียงประมาณ 13,800 ล้านปีแสงตามอายุจักรวาล เพราะระหว่างที่แสงเดินทาง พื้นที่ของจักรวาลขยายตัวอยู่ตลอด วัตถุที่ปล่อยแสงนั้นจึงอยู่ไกลจากเรามากกว่าเดิมในปัจจุบัน

ถึงจะใช้คำว่าจักรวาลที่สังเกตได้ ก็ไม่ได้หมายความว่าเราตรวจดูทุกตารางส่วนของมันอย่างละเอียดเท่ากัน ท้องฟ้าบางบริเวณถูกสำรวจซ้ำหลายครั้งด้วยเครื่องมือหลายชนิด ขณะที่บางบริเวณมีเพียงข้อมูลกว้าง ๆ หรือยังไม่มีภาพที่ลึกพอจะเห็นวัตถุจางมาก

กล้องโทรทรรศน์หนึ่งตัวอาจทำแผนที่ท้องฟ้าได้เกือบทั่ว แต่เห็นเฉพาะคลื่นบางช่วง อีกตัวอาจถ่ายได้ละเอียดมาก แต่ครอบคลุมพื้นที่เล็กมาก การบอกว่า “สำรวจท้องฟ้าแล้ว” จึงไม่ได้แปลว่าเรารู้ทุกอย่างที่อยู่ในบริเวณนั้น

เปรียบได้กับการถ่ายภาพประเทศไทยจากดาวเทียม เราอาจมีภาพครอบคลุมทั้งประเทศแล้ว แต่ไม่ได้หมายความว่าเรารู้ว่าภายในบ้านทุกหลังมีอะไรอยู่ หรือรู้ประวัติของต้นไม้ทุกต้น การสำรวจจักรวาลก็คล้ายกัน เรามีแผนที่ขนาดใหญ่ แต่รายละเอียดจำนวนมากยังซ่อนอยู่ใต้ขีดจำกัดของเครื่องมือ

แม้แต่ในระบบสุริยะซึ่งเป็นพื้นที่ใกล้ที่สุด เรายังสำรวจไม่ครบ ดาวเคราะห์บางดวงมียานโคจรและยานลงจอดหลายครั้ง แต่หลายดวงมีเพียงยานบินผ่านหรือข้อมูลจากระยะไกล ดวงจันทร์ของดาวเคราะห์ยักษ์ วัตถุแถบไคเปอร์ ดาวเคราะห์น้อย และดาวหางอีกจำนวนมากยังไม่เคยมียานเข้าไปศึกษาใกล้ ๆ

บนดาวอังคาร ยานสำรวจเคลื่อนที่ผ่านพื้นที่เพียงเล็กน้อยมากเมื่อเทียบกับพื้นผิวทั้งดาว แผนที่จากวงโคจรช่วยให้เห็นภูเขา หลุมอุกกาบาต และชั้นน้ำแข็งได้กว้างขึ้น แต่ใต้พื้นดินยังมีสิ่งที่เราไม่รู้ เช่น โครงสร้างทางธรณีวิทยา ประวัติของน้ำ และสภาพที่อาจเคยเหมาะกับสิ่งมีชีวิต

ดวงจันทร์ของโลกเองก็ยังมีพื้นที่ที่ไม่เคยถูกสำรวจบนพื้นผิวโดยตรง เรามีภาพถ่ายและข้อมูลจากวงโคจรค่อนข้างละเอียด แต่ตัวอย่างหินที่นำกลับมายังโลกมาจากจุดลงจอดไม่กี่แห่งเท่านั้น การมีแผนที่ครบจึงต่างจากการตรวจสอบพื้นที่จริงอย่างละเอียด

เมื่อออกไปถึงดาวฤกษ์ดวงอื่น ความรู้ยิ่งอาศัยการวิเคราะห์ทางอ้อม เราพบดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะหลายพันดวง แต่ส่วนใหญ่ไม่ได้ถูกถ่ายเป็นภาพชัด ๆ นักดาราศาสตร์ตรวจพบจากการที่ดาวเคราะห์บังแสงดาวฤกษ์ หรือแรงโน้มถ่วงของมันทำให้ดาวฤกษ์เคลื่อนตัวเล็กน้อย

เราจึงอาจรู้ว่าดาวเคราะห์ดวงหนึ่งมีขนาดประมาณเท่าไร โคจรรอบดาวแม่กี่วัน และบางครั้งพอวิเคราะห์บรรยากาศได้ แต่ยังไม่รู้ว่าพื้นผิวจริงมีลักษณะอย่างไร มีมหาสมุทรหรือไม่ หรือมีสภาพอากาศแบบใด การใช้คำว่า “ค้นพบแล้ว” จึงไม่ได้แปลว่า “สำรวจครบแล้ว”

อีกปัญหาคือเราไม่รู้ว่าจักรวาลทั้งหมดมีขนาดเท่าไร สิ่งที่เรามองเห็นถูกจำกัดด้วยอายุของจักรวาลและความเร็วแสง นอกขอบเขตที่สังเกตได้อาจมีพื้นที่ต่อออกไปอีกมหาศาล หรืออาจกว้างไม่สิ้นสุด หากไม่รู้ขนาดของส่วนทั้งหมด ก็ไม่มีทางนำพื้นที่ที่สำรวจแล้วไปหารเป็นเปอร์เซ็นต์ได้อย่างมีความหมาย

จึงไม่ถูกต้องนักที่จะบอกว่าเราสำรวจจักรวาลไปแล้ว 5 เปอร์เซ็นต์เพียงเพราะสสารที่มองเห็นได้มีสัดส่วนไม่ถึง 5 เปอร์เซ็นต์ขององค์ประกอบจักรวาล ตัวเลขนี้พูดถึงชนิดของสิ่งที่ประกอบเป็นจักรวาล ไม่ใช่สัดส่วนพื้นที่ที่มนุษย์สำรวจแล้ว

ตามแบบจำลองจักรวาลวิทยาปัจจุบัน สสารธรรมดาที่สร้างดาว ดาวเคราะห์ ร่างกาย และสิ่งของต่าง ๆ มีสัดส่วนไม่ถึง 5 เปอร์เซ็นต์ ส่วนที่เหลือเกี่ยวข้องกับสสารมืดและพลังงานมืด ซึ่งเรารับรู้ผ่านผลทางแรงโน้มถ่วงและการขยายตัวของจักรวาล แต่ยังไม่เข้าใจธรรมชาติของมันโดยตรง [oai_citation:0‡NASA Science](https://science.nasa.gov/exoplanets/what-is-the-universe/?utm_source=chatgpt.com)

การที่เราไม่เข้าใจองค์ประกอบมากกว่า 95 เปอร์เซ็นต์ ไม่ได้แปลว่าเราสำรวจจักรวาลแล้ว 5 เปอร์เซ็นต์ เพราะเราอาจสังเกตพื้นที่เดียวกันได้กว้างมาก แต่ยังไม่เข้าใจว่าสิ่งที่อยู่ในพื้นที่นั้นคืออะไร เปอร์เซ็นต์ขององค์ประกอบกับเปอร์เซ็นต์ของการสำรวจเป็นคนละเรื่องกัน

ภารกิจอย่างกล้องโทรทรรศน์อวกาศ Euclid กำลังสร้างแผนที่กาแล็กซีและโครงสร้างขนาดใหญ่ เพื่อศึกษาว่าสสารมืดและพลังงานมืดมีผลต่อจักรวาลอย่างไร เป้าหมายของภารกิจครอบคลุมท้องฟ้าประมาณหนึ่งในสามและรวบรวมข้อมูลกาแล็กซีจำนวนมหาศาล แต่แม้แผนที่นี้สำเร็จ ก็ยังเป็นการสำรวจเฉพาะขอบเขต ความละเอียด ช่วงคลื่น และช่วงเวลาที่เครื่องมือรองรับ ไม่ใช่การสำรวจจักรวาลครบหนึ่งในสามทุกมิติ [oai_citation:1‡Reuters](https://www.reuters.com/science/euclid-mission-data-release-is-step-toward-grand-atlas-cosmos-2025-03-19/?utm_source=chatgpt.com)

ถ้าจำเป็นต้องตอบเป็นประโยคสั้นที่สุด ควรตอบว่า “ไม่มีเปอร์เซ็นต์ที่คำนวณได้อย่างถูกต้อง” เพราะเราไม่รู้ขนาดของจักรวาลทั้งหมด และไม่มีนิยามเดียวว่าต้องรู้อะไรบ้างจึงนับว่าสำรวจแล้ว

ถ้าหมายถึงการส่งยานไปถึงจริง ๆ เราสำรวจไปเพียงส่วนเล็กจนนับแทบไม่ได้ แม้แต่กาแล็กซีทางช้างเผือกก็ยังไม่มีวัตถุที่มนุษย์สร้างเดินทางไปถึงดาวฤกษ์ดวงอื่น

ถ้าหมายถึงการมองด้วยกล้อง เราสังเกตได้ทั่วท้องฟ้าและมองย้อนเวลาไปได้ไกลมาก แต่รายละเอียดไม่เท่ากัน และยังมีวัตถุอีกจำนวนมหาศาลที่เล็กเกินไป จางเกินไป ถูกฝุ่นบัง หรืออยู่ไกลเกินกว่าที่เครื่องมือปัจจุบันจะแยกแยะได้

มนุษย์จึงอยู่ในสถานการณ์ที่ดูเหมือนขัดกัน เรามองเห็นขอบเขตอันมหาศาลของจักรวาลได้ แต่พื้นที่ที่เราเคยไปถึงจริงมีขนาดเล็กมาก เราสร้างแผนที่กาแล็กซีได้จำนวนมาก แต่ยังตอบไม่ได้ว่าสสารมืดคืออะไร เราวิเคราะห์แสงจากดาวที่ไกลหลายพันล้านปีแสงได้ แต่ยังมีรายละเอียดใต้พื้นผิวดวงจันทร์ใกล้โลกที่ไม่รู้แน่ชัด

คำตอบที่ตรงที่สุดจึงไม่ใช่ตัวเลขเปอร์เซ็นต์ แต่คือ เราเริ่มมองเห็นภาพใหญ่ของจักรวาลแล้ว ขณะที่รายละเอียดส่วนใหญ่ยังไม่ได้รับการสำรวจ และตราบใดที่ยังไม่รู้ว่าจักรวาลทั้งหมดใหญ่เพียงใด เราก็ยังไม่มีตัวหารสำหรับคำนวณว่าเดินทางมาแล้วกี่เปอร์เซ็นต์

เนื้อหาโดย: วัน ๆ หาแต่เรื่อง
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
วัน ๆ หาแต่เรื่อง's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 24 ครั้ง
เขียนโดย วัน ๆ หาแต่เรื่อง
กดให้คะแนน หรือกดติดตาม เพื่อเป็นกำลังใจและไม่พลาดบทความใหม่ทุกวัน
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ผลไม้ที่เปรี้ยวที่สุดในโลกคืออะไรเผยสถิติเลขออกบ่อย ย้อนหลัง 20 ปี งวดวันที่ 1 สิงหาคม 2569AI วิเคราะห์เลขท้าย 3 ตัวรางวัลที่ 1 งวดวันที่ 1 สิงหาคม 256910 เมืองใต้ดินในตำนานของไทย ที่ยังไม่มีใครพิสูจน์ได้ใหญ่กว่าวาฬสีน้ำเงินหลายสิบเท่า! ทำไม “Pando” จึงถูกนับเป็นสิ่งมีชีวิตเพียงหนึ่งเดียวมีหมื่นปีสวนสนุกในตำนานของไทย ที่ถูกยกให้เป็นสถานที่น่ากลัวมาจนถึงปัจจุบันมหัศจรรย์เกาะวัดกลางทะเลที่น้ำทะเลล้อมรอบ10 สัตว์ที่มีอวัยวะเพศยาวที่สุดในโลก อันดับหนึ่งยาวกว่าความสูงของคนทั้งตัวคนไทยอยากขึ้นเวที America’s Got Talent เริ่มตรงไหน? เช็กขั้นตอนก่อนส่งออดิชันมารู้จัก “ตะขบยักษ์” ผลไม้พื้นบ้านลูกโต รสหวาน ปลูกง่าย10 โรงแรมในตำนานของไทย ที่เคยโด่งดังแต่ปัจจุบันเหลือเพียงความทรงจำ10 สถานที่ในไทย ที่เคยถูกใช้เป็นฉากภาพยนตร์ระดับโลก
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
จังหวัดที่คนดวงดีที่สุด มีคนถูกหวยรางวัลใหญ่มากที่สุดใหญ่กว่าวาฬสีน้ำเงินหลายสิบเท่า! ทำไม “Pando” จึงถูกนับเป็นสิ่งมีชีวิตเพียงหนึ่งเดียวมีหมื่นปีคนไทยอยากขึ้นเวที America’s Got Talent เริ่มตรงไหน? เช็กขั้นตอนก่อนส่งออดิชันFact Check: พิมพ์ด่าด้วย "อิโมจิ" ถูกฟ้องได้ทุกกรณี จริงหรือ?
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
นี่คือทะเลทรายที่ร้อนที่สุดในโลกเกาะงูพิษที่น่ากลัวที่สุดแห่งหนึ่งของโลกกระป๋องละล้าน! ตำนาน 'ขี้ใส่กระป๋อง' ดักขายคนรวยใหญ่กว่าวาฬสีน้ำเงินหลายสิบเท่า! ทำไม “Pando” จึงถูกนับเป็นสิ่งมีชีวิตเพียงหนึ่งเดียวมีหมื่นปี
ตั้งกระทู้ใหม่