“โปเวเกลีย” เกาะที่คนป่วยถูกส่งไปแล้วแทบไม่ได้กลับมา
ท่ามกลางผืนน้ำอันงดงามของทะเลสาบเวนิส ประเทศอิตาลี มีเกาะเล็ก ๆ แห่งหนึ่งตั้งอยู่อย่างเงียบงัน ระหว่างเมืองเวนิสกับเกาะลิโด
มองจากภายนอกอาจเป็นเพียงเกาะร้างที่เต็มไปด้วยต้นไม้และอาคารทรุดโทรม แต่เบื้องหลังกำแพงเก่าเหล่านั้น คือประวัติศาสตร์ที่ทำให้ “โปเวเกลีย” ถูกจดจำในฐานะเกาะแห่งโรคระบาด
จากชุมชนธรรมดา สู่เกาะกักกัน
โปเวเกลียเคยเป็นชุมชนที่มีผู้คนอาศัย ทำประมงและผลิตเกลือ ก่อนประชากรจะลดลงจากสงคราม
ในช่วงปลายคริสต์ศตวรรษที่ 14 ต่อมาในปี ค.ศ. 1776 ทางการเวนิสเริ่มใช้เกาะนี้เป็นสถานีตรวจและกักกันเรือที่เดินทางเข้ามา เพื่อป้องกันโรคติดต่อแพร่เข้าสู่เมือง
จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นในปี ค.ศ. 1793 เมื่อพบผู้ป่วยโรคระบาดบนเรือสองลำ ผู้โดยสารและลูกเรือจึงถูกส่งมากักตัวบนเกาะ หลังจากนั้นโปเวเกลียก็ถูกใช้เป็นสถานีกักกันโรคต่อเนื่องยาวนานกว่าหนึ่งศตวรรษ
สำหรับคนที่ถูกส่งมายังเกาะแห่งนี้ การเดินทางข้ามน้ำอาจไม่ต่างจากการถูกตัดขาดจากโลกภายนอก ผู้ที่มีอาการป่วยต้องอยู่ห่างจากครอบครัวและบ้านเกิด โดยไม่มีใครรู้แน่ชัดว่าจะได้กลับออกไปหรือไม่
เกาะที่เต็มไปด้วยผู้ป่วยและผู้ต้องสงสัย
ในยุคที่ยุโรปหวาดกลัวโรคระบาดอย่างหนัก ผู้ที่ถูกสงสัยว่าติดเชื้ออาจถูกแยกตัวออกจากสังคมทันที เป้าหมายสำคัญไม่ใช่เพียงการรักษาผู้ป่วย แต่คือการหยุดโรคไม่ให้ข้ามน้ำเข้าสู่เมืองเวนิส
โปเวเกลียจึงกลายเป็นสถานที่รองรับทั้งผู้ป่วย ผู้สัมผัสโรค ลูกเรือ และสินค้าจากเรือที่อาจปนเปื้อน
อาคารหลายหลังถูกใช้เป็นที่พักกักกัน โรงพยาบาล และสถานที่ดำเนินมาตรการควบคุมโรค ภาพของผู้คนที่ถูกพามาทิ้งไว้บนเกาะ จึงกลายเป็นรากฐานของคำเล่าว่า
“คนที่เข้ามาแล้วแทบไม่ได้กลับออกไป”
ตัวเลขที่เผยแพร่กันว่ามีผู้เสียชีวิตมากถึง 160,000 คน หรือดินบนเกาะครึ่งหนึ่งเป็นเถ้ากระดูกมนุษย์ ยังไม่มีหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่ชัดเจนรองรับ นักประวัติศาสตร์บางคนประเมินว่าจำนวนผู้เสียชีวิตจริงบนโปเวเกลียอาจน้อยกว่าคำเล่าที่แพร่หลายในรายการโทรทัศน์และเว็บไซต์เรื่องลี้ลับมาก
จากสถานีกักกัน สู่สถานดูแลผู้ป่วย
ในปี ค.ศ. 1922 อาคารบนเกาะถูกดัดแปลงเป็นสถานดูแลผู้ป่วยระยะยาวและผู้สูงอายุ หลายแหล่งมักเรียกสถานที่แห่งนี้ว่าโรงพยาบาลจิตเวช แต่หลักฐานร่วมสมัยบางส่วนระบุว่าเป็นสถานสงเคราะห์และดูแลผู้สูงอายุยากไร้ ซึ่งผู้อาศัยที่ยังแข็งแรงสามารถทำสวนและผลิตไวน์บนเกาะได้
สถานพยาบาลดำเนินกิจการต่อมาจนปิดตัวในปี ค.ศ. 1968 หลังจากนั้นอาคารต่าง ๆ ก็ถูกปล่อยร้าง หน้าต่างแตก หลังคาพัง ทางเดินถูกต้นไม้และเถาวัลย์ปกคลุม จนบรรยากาศของเกาะยิ่งดูเหมือนสถานที่ซึ่งถูกหยุดเวลาเอาไว้
หมอโหดกับหอระฆัง เรื่องจริงหรือเรื่องแต่ง?
เรื่องเล่าที่โด่งดังที่สุดของโปเวเกลียกล่าวว่า เคยมีแพทย์คนหนึ่งทดลองผ่าตัดสมองและทรมานผู้ป่วย ก่อนจะเสียสติและกระโดดลงมาจากหอระฆัง บางเรื่องยังกล่าวว่าเสียงร้องของผู้ป่วยและเสียงระฆังดังขึ้นเองในยามค่ำคืน
แต่จนถึงปัจจุบัน ยังไม่พบหลักฐานที่น่าเชื่อถือพอจะยืนยันว่าแพทย์ผู้นี้มีตัวตนจริง หรือมีการทดลองอันโหดร้ายตามที่เล่ากัน เรื่องดังกล่าวจึงควรถูกมองว่าเป็นตำนานสยองขวัญที่ถูกแต่งเติมภายหลัง มากกว่าจะเป็นข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์
วันนี้โปเวเกลียจึงไม่ใช่เพียง “เกาะผีสิง” ตามรายการล่าท้าผี แต่เป็นอนุสรณ์เงียบ ๆ ของยุคที่ความหวาดกลัวโรคระบาด ทำให้มนุษย์ต้องเลือกปกป้องคนส่วนใหญ่ ด้วยการนำผู้ป่วยบางส่วนไปซ่อนไว้บนเกาะที่แทบไม่มีทางกลับออกมา
ที่มา:
ประเทศที่บินเข้าประเทศไทยมากที่สุด อันดับที่ 1 ของโลก
อำเภอที่เสี่ยงพบทุ่นระเบิดมากที่สุด อันดับที่หนึ่งของประเทศไทย
ทำไมสายเดี่ยวหลุดไหล่จึงดูมีเสน่ห์แบบไม่ตั้งใจ
EV Bus ฟรีในลำพูนช่วยลดค่าน้ำมันได้เท่าไร
โรงเรียนมัธยมที่มีการแข่งขันกันสูงและสอบเข้ายากมากที่สุดในประเทศไทย
ความลับใต้สายน้ำ: ทำไม “สมบัติทองคำ” ใต้แม่น้ำเจ้าพระยาจึงไม่มีใครแตะต้องได้
มีแฟนแล้วทำไมยังอยากช่วยตัวเอง
ร้านค้าควรรับมืออย่างไรเมื่อโครงการก่อสร้างบังทางเข้า
เปิดเลขเสือตกถัง ปกฟ้า งวด 16 กันยายน 2569
เห็นทุกครั้งแต่แทบไม่เคยสนใจ หลักกิโลเมตรข้างถนนมีไว้ทำอะไร
ไม่ใช่จีน! ประเทศนี้ส่งคนมาเที่ยวไทยกว่า 4.5 ล้านคน
เปิด 7 คณะเรียนยาว ต้องใช้เวลากี่ปีถึงจะจบ บางหลักสูตรเรียนถึง 6 ปี
เปิด 5 เขตกรุงเทพฯ ที่มีเงินฝากมากที่สุด อันดับ 1 เงินทะลุ 6 แสนล้าน!
“สุขสมรวย” แจงปมดู “อัสนี-วสันต์” กลางห้องประชุมสภา ยอมรับภาพไม่เหมาะสม
ทำไมเมืองริมแม่น้ำโขงอย่าง "นครพนม-หนองคาย" ตลิ่งพังเรื่อยๆ แล้วช่างเขาเอาอะไรไปตอกกั้นน้ำ?
จังหวัดไหนของไทยไม่มีภูเขา
5 โรงเรียนที่มีระบบห้องเรียนพิเศษโดดเด่น เด็กต้องจ่ายเพิ่มเท่าไหร่เพื่อเข้าเรียน
เปิด 5 โรงเรียนมัธยมที่สอบเข้าแข่งขันสูงที่สุด ปี 2569 ที่นั่งมีจำกัด แต่เด็กสมัครกันเป็นพัน


