หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

สถานที่ผีดุที่สุดในเอเชีย

เขียนโดย คิดไปเรื่อย

ทวีปเอเชียขึ้นชื่อเรื่องเรื่องเล่าลี้ลับและประวัติศาสตร์ที่ยาวนาน ทำให้มีสถานที่หลายแห่งที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล (เช่น จากการจัดอันดับของ National Geographic หรือสื่อสารคดีระดับโลก) ว่าเป็น "สถานที่ผีดุและหลอนที่สุดในเอเชีย" ซึ่งส่วนใหญ่มีเบื้องหลังมาจากเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ สงคราม หรือโศกนาฏกรรมครับ

นี่คือ 5 อันดับสถานที่ที่ขึ้นชื่อเรื่องความเฮี้ยนที่สุดในเอเชีย:

1. ป้อมภังการ์ (Bhangarh Fort) – รัฐราชสถาน ประเทศอินเดีย

 ฉายา: เมืองต้องคำสาปที่ไม่มีใครกล้าอยู่หลังพระอาทิตย์ตก

 ความหลอน: เป็นป้อมปราการหินโบราณจากศตวรรษที่ 17 ที่สวยงามแต่บรรยากาศชวนขนลุก ตามตำนานเล่าว่าป้อมแห่งนี้ถูกนักเวทมนตร์ดำสาปแช่งไว้ก่อนตาย ส่งผลให้เมืองทั้งเมืองกลายเป็นเมืองร้างในชั่วข้ามคืน มีเรื่องเล่าเกี่ยวกับเสียงกรีดร้องและเงาลึกลับ

 ระดับความเฮี้ยน: เฮี้ยนจนถึงขนาดที่ สถาบันโบราณคดีแห่งอินเดีย (ASI) ต้องปักป้ายเตือนอย่างเป็นทางการ ห้ามไม่ให้นักท่องเที่ยวหรือใครก็ตามเข้าไปในเขตป้อมหลังพระอาทิตย์ตกดินจนถึงก่อนพระอาทิตย์ขึ้นโดยเด็ดขาด

2. ป่าอาโอกิกาฮาระ (Aokigahara Forest) – จังหวัดยามานาชิ ประเทศญี่ปุ่น

 ฉายา: ป่าฆ่าตัวตาย (Suicide Forest) ที่เลื่องชื่อระดับโลก

 ความหลอน: ป่าทึบขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่บริเวณเชิงภูเขาไฟฟูจิ เนื่องจากพื้นดินเต็มไปด้วยแร่เหล็กกล้าภูเขาไฟ ทำให้เข็มทิศและสัญญาณโทรศัพท์มักจะใช้งานไม่ได้ ป่านี้มีสถิติคนมาจบชีวิตตัวเองหนาแน่นเป็นอันดับต้นๆ ของโลก

 เรื่องลี้ลับ: บรรยากาศภายในป่าจะเงียบสงัดจนน่ากลัว เชื่อกันว่าต้นไม้ในป่าได้ดูดซับพลังงานด้านลบและวิญญาณของผู้เสียชีวิต (ยูเร) เอาไว้ ทำให้ผู้ที่เข้าไปมักเกิดอาการหลงทาง หูแว่ว หรือรู้สึกเหมือนถูกสะกดจิตให้เดินลึกเข้าไป

3. ลาวัง เซวู (Lawang Sewu) – เมืองเซมารัง ประเทศอินโดนีเซีย

 ฉายา: อาคารพันประตูแห่งความตาย

 ความหลอน: อาคารสไตล์อาณานิคมดัตช์ขนาดใหญ่ที่โด่งดังในแถบอาเซียน ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 กองทัพญี่ปุ่นได้เข้ายึดอาคารนี้และดัดแปลงชั้นใต้ดินให้กลายเป็นคุกคุมขัง ทรมาน และตัดศีรษะเชลยศึกจำนวนมาก

 เรื่องลี้ลับ: ผู้คนมักพบเห็นวิญญาณเชลยศึกที่ไม่มีหัวเดินไปมาตามระเบียงทางเดิน รวมถึงวิญญาณ "กุนตีลานัก" (ผีผู้หญิงตามความเชื่อของอินโดนีเซีย) จนสถานที่นี้ถูกนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์สยองขวัญและรายการล่าท้าผีมากมาย

4. โรงพยาบาลเก่าชางงี (Old Changi Hospital) – ประเทศสิงคโปร์

 ฉายา: สถานที่หลอนที่สุดในสิงคโปร์

 ความหลอน: อดีตโรงพยาบาลทหารที่ถูกกองทัพญี่ปุ่นยึดครองในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 และถูกใช้เป็นค่ายกักกันและห้องทรมานเชลยศึกของตำรวจลับ (เคมเปไต) หลังจากทิ้งร้างไว้ โรงพยาบาลแห่งนี้ก็กลายเป็นศูนย์รวมเรื่องเล่าสยองขวัญ

 เรื่องลี้ลับ: นักล่าท้าผีมักพบเห็นร่างของทหารเดินตรวจตราตามตึก เสียงกรีดร้องจากห้องทรมานเก่า และเงาดำลึกลับที่เดินทะลุผ่านกำแพง

5. พิพิธภัณฑ์สงครามปีนัง (Penang War Museum) – รัฐปีนัง ประเทศมาเลเซีย

 ฉายา: เนินเขาผีสิง (Ghost Hill)

 ความหลอน: เดิมทีเป็นป้อมปราการของทหารอังกฤษ แต่ถูกกองทัพญี่ปุ่นยึดและใช้เป็นสถานที่ประหารชีวิตคุมขังนักโทษอย่างโหดเหี้ยม National Geographic เคยยกให้ที่นี่เป็นหนึ่งในสถานที่ที่หลอนที่สุดในเอเชีย

 เรื่องลี้ลับ: มีรายงานการพบเห็นวิญญาณของเพชฌฆาตชาวทหารญี่ปุ่นจอมโหด เดินถือดาบซามูไรวนเวียนอยู่ภายในอุโมงค์และบังเกอร์ใต้ดินของพิพิธภัณฑ์

นอกจากนี้ในเอเชียยังมีสถานที่หลอนชื่อดังอื่นๆ อีก เช่น โรงเรียนตั๊กตั๊ก (Tat Tak School) ในฮ่องกง หรือ เกาะฮาชิมะ ในญี่ปุ่น ซึ่งล้วนแต่เป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมของเหล่านักท่องเที่ยวสาย Dark Tourism (ท่องเที่ยวสถานที่แนวดาร์ก) ครับ

เนื้อหาโดย: คิดไปเรื่อย
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
คิดไปเรื่อย's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 11 ครั้ง
เขียนโดย คิดไปเรื่อย
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
5 VOTES (5/5 จาก 1 คน)
VOTED: คิดไปเรื่อย
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
เหรียญ 10 มูลค่า 1 ล้านบาททําไมสมุทรสงครามถึงเป็นจังหวัดที่เล็กที่สุดในประเทศไทย10 รถจักรยานยนต์ยุค 80 รุ่นดัง ที่หลายคนยังจดจำลัคนาราศีพิจิก (Scorpio) กรกฎาคม 2569: สัมผัสที่หกแรงกล้า ฝันให้โชคพารวยทรัพย์ก้อนโตทวีวัฒนา พื้นที่สีเขียวผืนสุดท้ายที่ซ่อนอยู่ใจกลางกรุงเทพร่องรอยความหลังเหมืองแร่ทังสเตนตํานานที่ยังหายใจในปิล๊อกที่มาชื่อเขตสะพานสูง จากสะพานไม้ข้ามคลองในอดีตเบื้องหลังทําไมชาวจีนยุคใหม่เลือกห้วยขวางเป็นบ้านในกรุงเทพมารู้จัก “ตะขบยักษ์” ผลไม้พื้นบ้านลูกโต รสหวาน ปลูกง่ายสงสัยกันบ้างไหมเรื่องปลั๊กไฟบ้านเราทําไมบางที่ใช้สามขาย้อนรอยประวัติศาสตร์ ทุ่งนาบางกะปิสู่ย่านธุรกิจสําคัญที่มาของชื่อประเวศ จากอดีตพระโขนงสู่ย่านพักอาศัยยอดนิยม
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
ดูไบรวยระดับจักรวาลจริงมั้ยต้นกำเคนไทยเชื้อสายจีน10สถานที่ผีดูในประเทศไทยเจาะลึก คำว่า “น่ารักน่าชัง” คำชมสุดย้อนแย้ง เริ่มพูดกันมาตั้งแต่สมัยไหน?
ตั้งกระทู้ใหม่