หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ทําไมสัญญาณไฟจราจรต้องใช้สีแดง เหลือง และเขียว

เขียนโดย เรื่องดีดีมีทุกวัน

เวลาที่เราขับรถหรือข้ามถนน เรามักชินตากับสีของไฟจราจรที่เปลี่ยนไปมา ทั้งแดง เหลือง และเขียว แต่เคยสงสัยไหมว่าทําไมต้องเป็นสามสีนี้ ไม่ใช่สีฟ้า สีชมพู หรือสีม่วง

เรื่องนี้มีที่มาที่ไปจากประวัติศาสตร์และหลักการทางวิทยาศาสตร์ที่น่าสนใจทีเดียว จุดเริ่มต้นของระบบสัญญาณไฟจราจรไม่ได้มาจากรถยนต์ แต่มาจากทางรถไฟในศตวรรษที่ 19 ในยุค

นั้นทางรถไฟใช้สีแดงสําหรับหยุดรถ

ส่วนสีขาวหรือใสหมายถึงปลอดภัยให้ไปต่อได้ และสีเขียวหมายถึงให้ระมัดระวัง แต่ปรากฏว่าเกิดอุบัติเหตุขึ้นบ่อยครั้ง เพราะไฟสีขาวสับสนกับแสงไฟบ้านเรือนหรือแสงดาวในเวลากลางคืน

ทําให้คนขับรถไฟเข้าใจผิดว่าทางข้างหน้าปลอดภัย ทั้งที่จริงๆ แล้วอาจเป็นไฟส่องสว่างทั่วไป เมื่อระบบรถไฟต้องปรับเปลี่ยน จึงมีการนําสีเขียวมาใช้แทนสีขาวเพื่อบอกให้ไปต่อได้และสีเหลืองหรือสีอําพันถูกนํามาแทรกเป็นสีแห่งความระมัดระวังหรือเตรียมหยุดรถ เพราะสีเหลืองมีความยาวคลื่นที่อยู่ตรงกลางระหว่างสีแดงและสีเขียว ทําให้สายตามนุษย์แยกแยะได้

ง่ายในระยะไกลและในสภาพอากาศที่หลากหลาย

อีกปัจจัยสําคัญคือเรื่องของฟิสิกส์เรื่องความยาวคลื่นแสง สีแดงมีความยาวคลื่นมากที่สุด สามารถเดินทางผ่านอากาศ หมอก หรือฝนได้ดีที่สุดโดยไม่กระเจิงไปไหน

ทําให้เรามองเห็นไฟสีแดงได้จากระยะไกลและแม้อยู่ท่ามกลางสภาพอากาศแย่ๆ นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทําไมทั่วโลกถึงตกลงใช้สีแดงเป็นสัญลักษณ์ของความอันตรายหรือการหยุดกะทันหัน

ซึ่งเป็นสัญชาตญาณที่มนุษย์ตอบสนองได้รวดเร็วที่สุดอยู่แล้ว ส่วนสีเขียวเป็นสีที่ให้ความรู้สึกผ่อนคลายและตัดกับสีแดงอย่างสิ้นเชิงในเชิงทัศนะวิทยา ทําให้ดวงตาเราแยกแยะได้ชัดเจนโดยไม่เกิดการสับสน

เมื่อนําระบบนี้มาปรับใช้กับไฟจราจรบนท้องถนนในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 โดยเฉพาะหลังจากมีการพัฒนาหลอดไฟและตัวควบคุมสัญญาณจราจร ก็ทําให้ระบบไฟสามสีกลายเป็นมาตรฐานโลกจนถึงวัน

นี้

ความคุ้นเคยที่เราเห็นกันอยู่ทุกวันนี้จึงไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่ผ่านการทดลองลองผิดลองถูกมานับครั้งไม่ถ้วน เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของผู้ใช้รถใช้ถนน ไม่ว่าจะเป็นการมองเห็นในเวลากลางคืน

การแยกแยะสีท่ามกลางแสงแดดจ้า หรือแม้แต่การสร้างจังหวะในการชะลอความเร็ว ทุกอย่างถูกคํานวณมาอย่างดีเพื่อให้เราเคลื่อนที่จากจุดหนึ่งไปอีกจุดหนึ่งได้อย่างไร้ความเสี่ยง

การเข้าใจที่มาของสิ่งรอบตัวเล็กๆ

แบบนี้ช่วยให้การเดินทางบนถนนครั้งต่อไปดูน่าสนใจขึ้นอีกเยอะเลย

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
เรื่องดีดีมีทุกวัน's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 71 ครั้ง
เขียนโดย เรื่องดีดีมีทุกวัน
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
แผ่นดินไหวขนาด 7.4 เขย่าโคลอมเบียจนต้องปิดสนามบินหลายแห่งและมีผู้เสียชีวิตเกินร้อยจากปลากัดบ้านๆ สู่ตลาดโลก ปลาตัวเล็กที่สร้างรายได้ให้ไทย หลายร้อยล้านอีกาจำใบหน้ามนุษย์ได้ และความทรงจำอาจอยู่ได้นานหลายปีญี่ปุ่นส่ง H3-9 ขึ้นฟ้า มีรายงาน “มิชิบิกิ-7” เข้าสู่วงโคจรตามแผนจังหวัดที่มีร้านเซเว่นอีเลฟเว่น จำนวนมากกว่า 500 สาขา10 โรงเรียนที่ขึ้นชื่อว่าสอบเข้ายากที่สุด9 อาชีพที่กำลังกลายเป็น “อาชีพหายาก” ในไทย“งวดสุดท้าย” หลวงพ่อไห้ 16 ส.ค. 69อย่าเปรียบเทียบตัวเองกับคนถูกรางวัล — จิตวิทยาที่ทำให้เล่นอย่างมีความสุข ก่อนงวด 16 ส.ค. 69พี่บ่าว ปู่วัดสายป่า เปิดแนวทางเลขงวด 16 สิงหาคม 2569 ลุ้น 760-60-70-76 ล่าง 85ตัวเลขบนสายชาร์จ USB บอกอะไร? 3A, 5A, 60W, 240W ต่างกันตรงไหนทำไมต้องใส่เกลือต้มไข่? เคล็ดลับที่หลายคนทำตามแต่ไม่รู้เหตุผล
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
แผ่นดินไหวขนาด 7.4 เขย่าโคลอมเบียจนต้องปิดสนามบินหลายแห่งและมีผู้เสียชีวิตเกินร้อยอย่าเปรียบเทียบตัวเองกับคนถูกรางวัล — จิตวิทยาที่ทำให้เล่นอย่างมีความสุข ก่อนงวด 16 ส.ค. 69ญี่ปุ่นส่ง H3-9 ขึ้นฟ้า มีรายงาน “มิชิบิกิ-7” เข้าสู่วงโคจรตามแผนจังหวัดที่ไม่มีเพื่อนบ้านทางพื้นดิน เพียงหนึ่งเดียวในประเทศไทยอีกาจำใบหน้ามนุษย์ได้ และความทรงจำอาจอยู่ได้นานหลายปี
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
ความซื่อสัตย์มันผิดตรงไหน? บทเรียนรักสุดเจ็บ... ซื่อตรงแทบตาย สุดท้ายได้แค่ "คำบอกเลิก"อีกาจำใบหน้ามนุษย์ได้ และความทรงจำอาจอยู่ได้นานหลายปีทำไมต้องใส่เกลือต้มไข่? เคล็ดลับที่หลายคนทำตามแต่ไม่รู้เหตุผลตัวเลขบนสายชาร์จ USB บอกอะไร? 3A, 5A, 60W, 240W ต่างกันตรงไหน
ตั้งกระทู้ใหม่