ทำไมกินเหล้าแล้วเมา เดินเซ พูดไม่ชัด และขาดสติ?
อ
ทำไมกินเหล้าแล้ว “เบรกแตก” สมองส่วนไหนทำให้เมาและภาพตัด?
เคยสงสัยไหมว่า ทำไมหลังดื่มเหล้า บางคนถึงพูดเก่งขึ้น กล้าทำเรื่องที่ปกติไม่กล้า เดินเซ พูดไม่ชัด หรือหนักจนจำอะไรไม่ได้?
อาการเมาและขาดสติจากเหล้า หรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด มีสาเหตุหลักจาก เอทานอลในเครื่องดื่มเข้าไปรบกวนและกดการทำงานของสมองโดยตรง ทำให้สมองส่วนที่เกี่ยวข้องกับการคิด การตัดสินใจ ความจำ การพูด และการทรงตัวทำงานได้ไม่เหมือนเดิมครับ
เมื่อเราดื่ม แอลกอฮอล์จะถูกดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือด ก่อนกระจายไปยังอวัยวะต่าง ๆ รวมถึงสมอง ยิ่งดื่มเร็ว ดื่มมาก หรือดื่มขณะท้องว่าง ระดับแอลกอฮอล์ในเลือดก็อาจเพิ่มขึ้นรวดเร็ว และอาการเมาอาจชัดขึ้น
🧠 กลไกในสมองที่ทำให้เรา “เมาและขาดสติ”
1. เร่งระบบ “เบรก” จนง่วงซึมและทรงตัวไม่ดี
แอลกอฮอล์ส่งผลต่อระบบสารสื่อประสาทหลายชนิด รวมถึง GABA (กาบา) ซึ่งมีบทบาทคล้าย “เบรก” ช่วยลดการกระตุ้นของเซลล์ประสาท
เมื่อระบบเบรกทำงานมากขึ้น สมองจึงทำงานช้าลง ร่างกายเริ่มผ่อนคลาย ง่วง และตอบสนองต่อสิ่งรอบตัวได้ช้ากว่าปกติ
อาการที่สังเกตได้ เช่น
-
พูดช้าหรือพูดไม่ชัด
-
การเคลื่อนไหวไม่แม่นยำ
-
เดินเซ
-
ทรงตัวไม่อยู่
-
ง่วงซึมมากขึ้น
แม้เจ้าตัวอาจรู้สึกว่า “ยังไหว” แต่ความสามารถในการควบคุมร่างกายและตอบสนองต่อเหตุการณ์อาจลดลงไปแล้วครับ
2. ลดการทำงานของ “คันเร่ง” จนประมวลผลช้า
ในขณะเดียวกัน แอลกอฮอล์ยังไปรบกวนการทำงานของ Glutamate (กลูตาเมต) ซึ่งเป็นสารสื่อประสาทที่มีส่วนช่วยกระตุ้นการทำงาน การเรียนรู้ และการประมวลผลของสมอง
เมื่อระบบกระตุ้นถูกกด สมองจึงคิดและตอบสนองช้าลง
กว่าจะคิด กว่าจะตอบ หรือกว่าจะตัดสินใจ อาจใช้เวลานานกว่าปกติ บางคนเริ่มเหม่อลอย มองไม่ชัด หรือประเมินระยะและความเสี่ยงผิดพลาด
นี่เป็นเหตุผลสำคัญว่าทำไมคนที่ดื่มแล้วจึงไม่ควรขับรถ แม้จะรู้สึกว่าตัวเองยังพูดรู้เรื่องหรือยังเดินได้ก็ตาม
3. สมองส่วนหน้าถูกกด จนการยับยั้งชั่งใจลดลง
สมองส่วนหน้ามีบทบาทเกี่ยวกับ การคิดวิเคราะห์ การวางแผน เหตุผล การควบคุมอารมณ์ การยับยั้งชั่งใจ และการตัดสินใจ
เมื่อแอลกอฮอล์เข้าไปรบกวนการทำงานของสมองส่วนนี้ ความสามารถในการ “กรอง” ความคิดและควบคุมพฤติกรรมอาจลดลง
คนที่ดื่มจึงอาจ
-
พูดมากหรือกล้าพูดกว่าปกติ
-
หัวเราะและสนุกสุดเหวี่ยง
-
ร้องไห้หรืออ่อนไหวง่าย
-
โมโหหรือหุนหันพลันแล่น
-
ทำสิ่งที่ตอนมีสติอาจไม่เลือกทำ
อาการเหล่านี้ไม่ได้หมายความว่าแอลกอฮอล์สร้างบุคลิกใหม่ขึ้นมา แต่เป็นเพราะระบบควบคุมและการยับยั้งพฤติกรรมของสมองทำงานลดลงครับ
4. สมองหยุดสร้างความทรงจำใหม่ จนเกิดอาการ “ภาพตัด”
หากดื่มเร็วหรือดื่มปริมาณมาก ระดับแอลกอฮอล์ในเลือดอาจเพิ่มขึ้นรวดเร็ว และรบกวนการทำงานของ Hippocampus (ฮิปโปแคมปัส) ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการสร้างและจัดเก็บความทรงจำใหม่
ช่วงที่เกิดอาการภาพตัด บางคนอาจยังพูด เดิน หรือทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้ แต่สมองไม่สามารถบันทึกเหตุการณ์เหล่านั้นเป็นความทรงจำได้ตามปกติ
ตื่นเช้ามาจึงจำไม่ได้ว่าเมื่อคืนพูดอะไร ทำอะไร หรือกลับถึงบ้านได้อย่างไร
อาการภาพตัดไม่ได้หมายความว่าเจ้าตัวหลับหรือหมดสติเสมอไป และไม่ใช่เรื่องขำ เพราะช่วงที่ความจำไม่ถูกบันทึกนั้น การตัดสินใจ การทรงตัว และการประเมินอันตรายก็มักบกพร่องร่วมด้วย ทำให้เสี่ยงต่ออุบัติเหตุ การบาดเจ็บ หรือเหตุการณ์ที่เจ้าตัวจำไม่ได้ภายหลัง
📊 ระดับแอลกอฮอล์ในเลือดกับอาการที่อาจเปลี่ยนไป
ระดับแอลกอฮอล์ในเลือดมักเขียนเป็น mg% หรือมิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ โดยอาการของแต่ละคนอาจแตกต่างกันตามปริมาณและความเร็วในการดื่ม น้ำหนักตัว อาหาร ยาที่ใช้ สุขภาพ และความคุ้นเคยต่อแอลกอฮอล์
ตัวเลขด้านล่างจึงเป็นภาพรวมโดยประมาณ ไม่ใช่เส้นแบ่งที่ทุกคนจะมีอาการเหมือนกันครับ
30 mg% ขึ้นไป
อาจเริ่มสนุกสนาน ร่าเริง พูดเก่งขึ้น และการยับยั้งชั่งใจเริ่มลดลง
50 mg% ขึ้นไป
การตอบสนองและการควบคุมร่างกายเริ่มช้าลง การมองเห็นและการตัดสินใจอาจลดลง
สำหรับประเทศไทย กฎหมายกำหนดเกณฑ์แอลกอฮอล์ในเลือดของผู้ขับขี่แตกต่างกันตามบางกรณี โดยทั่วไปเกิน 50 mg% ถือว่าเมาสุรา ส่วนผู้ขับขี่บางกลุ่มใช้เกณฑ์เกิน 20 mg% เช่น ผู้มีอายุต่ำกว่า 20 ปี หรือผู้ถือใบอนุญาตขับรถชั่วคราว
100 mg% ขึ้นไป
อาจคลื่นไส้ เดินเซ พูดไม่ชัด ควบคุมการเคลื่อนไหวและอารมณ์ได้ยากขึ้น
200 mg% ขึ้นไป
อาจสูญเสียความทรงจำบางส่วน มึนงง สะลึมสะลือ และควบคุมสติได้ลดลง
300 mg% ขึ้นไป
อาจสับสนมาก ไม่ตอบสนอง หายใจผิดปกติ หรือหมดสติ เสี่ยงต่อภาวะแอลกอฮอล์เป็นพิษและการสำลักอาเจียน
400 mg% ขึ้นไป
เป็นระดับอันตรายรุนแรง อาจหมดสติ การหายใจและการทำงานของร่างกายถูกกด จนเสี่ยงเสียชีวิตได้
อย่างไรก็ตาม อย่าใช้ตัวเลขเหล่านี้เป็นการคำนวณว่า “ดื่มได้อีกกี่แก้ว” เพราะระดับแอลกอฮอล์และอาการของแต่ละคนไม่เท่ากัน และไม่สามารถประเมินได้แม่นยำจากความรู้สึกเพียงอย่างเดียว
⚠️ คนเมาหนักแบบไหนควรรีบขอความช่วยเหลือ?
หากพบคนดื่มแล้วมีอาการต่อไปนี้ ไม่ควรปล่อยให้นอนแล้วคิดว่าเดี๋ยวก็หาย
-
ปลุกไม่ตื่นหรือไม่ตอบสนอง
-
หายใจช้า หายใจไม่สม่ำเสมอ หรือหายใจลำบาก
-
อาเจียนขณะหมดสติหรือซึมมาก
-
ชัก
-
ตัวเย็นผิดปกติ
-
ริมฝีปากหรือผิวมีสีคล้ำ
-
หมดสติหรืออาการแย่ลงอย่างรวดเร็ว
ควรรีบโทรขอความช่วยเหลือฉุกเฉิน และอย่าปล่อยให้อยู่คนเดียว เพราะผู้ที่หมดสติอาจสำลักอาเจียนหรือมีการหายใจผิดปกติได้
ระหว่างรอความช่วยเหลือ ไม่ควรบังคับให้ดื่มกาแฟ อาบน้ำเย็น หรือทำให้อาเจียน เพราะวิธีเหล่านี้ไม่ได้ทำให้แอลกอฮอล์ออกจากร่างกายเร็วขึ้น และบางกรณีอาจเพิ่มความเสี่ยงครับ
💡 สิ่งที่ควรจำ
ความเมาไม่ได้เกิดจากเหล้าชนิดใดชนิดหนึ่ง แต่เกิดจาก ปริมาณเอทานอลที่เข้าสู่ร่างกายและระดับแอลกอฮอล์ในเลือด ดังนั้น เบียร์ ไวน์ เหล้าขาว หรือสุรากลั่นต่างก็ทำให้เมาได้ หากได้รับแอลกอฮอล์มากพอ
ส่วนอาการ “ภาพตัด” ไม่ควรมองเป็นเรื่องสนุกหรือหลักฐานว่าคืนนั้นปาร์ตี้หนัก เพราะเป็นสัญญาณว่าสมองถูกรบกวนจนไม่สามารถสร้างความทรงจำใหม่ได้ตามปกติ และมักเกิดร่วมกับการตัดสินใจและการควบคุมตัวเองที่ลดลง
สุดท้าย ต่อให้รู้สึกว่า “ยังไม่เมา” แอลกอฮอล์ก็อาจทำให้การตอบสนอง การตัดสินใจ และการควบคุมร่างกายแย่ลงแล้ว หากดื่มจึงไม่ควรขับรถ และไม่ควรปล่อยให้คนที่เมาหนักหรือหมดสติอยู่ตามลำพังครับ
จังหวัดที่มีร้านเซเว่นอีเลฟเว่น จำนวนมากกว่า 500 สาขา
9 อาชีพที่กำลังกลายเป็น “อาชีพหายาก” ในไทย
ผีถ้วยแก้วทำไมแก้วถึงเคลื่อนเองทั้งที่ทุกคนยืนยันว่าไม่ได้ออกแรง
ทำไมสบตาคนแปลกหน้าแล้วต้องยิ้มให้
วัยรุ่นฟันน้ำนมคือใคร ทำไมเด็กอนุบาลถึงกลายเป็นแฟนเพลงร็อกกลุ่มใหญ่ของไทย
เลขเล็ก ๆ ที่เราไม่เคยสนใจ อาจไม่ได้เป็นแค่เลขธรรมดา
ทำไมต้องเปิดทีวีทิ้งไว้ตอนเล่นมือถือ
จากปลากัดบ้านๆ สู่ตลาดโลก ปลาตัวเล็กที่สร้างรายได้ให้ไทย หลายร้อยล้าน
ล้างพริกด้วยน้ำไหลลดเชื้อได้แต่ไม่ได้ฆ่าซัลโมเนลลา
10 โรงเรียนที่ขึ้นชื่อว่าสอบเข้ายากที่สุด
พี่บ่าว ปู่วัดสายป่า เปิดแนวทางเลขงวด 16 สิงหาคม 2569 ลุ้น 760-60-70-76 ล่าง 85
ทำไมตอบคำถามเกมโชว์หน้าทีวีได้คล่องแต่พออยู่ต่อหน้าคนจริงสมองกลับว่าง
จังหวัดที่มีคนญี่ปุ่นอาศัยอยู่มากที่สุดในประเทศไทย
ล้างพริกด้วยน้ำไหลลดเชื้อได้แต่ไม่ได้ฆ่าซัลโมเนลลา
ทำไมสบตาคนแปลกหน้าแล้วต้องยิ้มให้
ทำไมต้องเปิดทีวีทิ้งไว้ตอนเล่นมือถือ
ผีถ้วยแก้วทำไมแก้วถึงเคลื่อนเองทั้งที่ทุกคนยืนยันว่าไม่ได้ออกแรง
ทำไมคนถึงมีเตาแก๊สหัวโปรดกับห้องน้ำตู้ประจำ



