หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ แชร์ลิ้ง Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม

คนไทยมีหนี้ก้อนเล็ก กินใช้ มากขึ้น บัญชีสินเชื่อส่วนบุคคลแซงหนี้บ้านและรถ

เขียนโดย กฤติน พันธ์ดี

หนี้คนไทยไม่ได้เพิ่มเด่นเฉพาะยอดเงิน แต่กำลังแตกออกเป็นบัญชีก้อนเล็กจำนวนมาก ข้อมูลเครดิตบูโร ณ ไตรมาส 1 ปี 2569 พบสินเชื่อคงค้าง 13.6 ล้านล้านบาท จาก 98.7 ล้านบัญชี โดยสินเชื่อส่วนบุคคลมีจำนวนบัญชีมากกว่าหนี้รถและหนี้บ้านแล้ว

จุดที่ต้องแยกให้ออกคือ จำนวนบัญชีไม่เท่ากับจำนวนลูกหนี้ เพราะคนหนึ่งอาจมีบัตรเครดิต บัตรกดเงินสด สินเชื่อผ่อนสินค้า และสินเชื่อส่วนบุคคลหลายบัญชีพร้อมกัน ตัวเลข 98.7 ล้านบัญชีจึงไม่ควรตีความว่ามีคนไทย 98.7 ล้านคนเป็นหนี้

ข้อมูลยังระบุว่า เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน จำนวนบัญชีสินเชื่อเพิ่มขึ้น 12.82 ล้านบัญชี แต่มูลค่าหนี้เพิ่มประมาณ 60,000 ล้านบาท ภาพที่เกิดขึ้นจึงไม่ใช่หนี้ก้อนใหญ่เติบโตแรง แต่เป็นวงเงินขนาดเล็กที่กระจายตัวไปตามการใช้จ่ายหลายรูปแบบ

บัญชีสินเชื่อส่วนบุคคลมากที่สุด แต่หนี้บ้านยังมูลค่าสูงสุด

เมื่อแบ่งตามจำนวนบัญชี สินเชื่อส่วนบุคคลมีสัดส่วน 39.28% ตามด้วยบัตรเครดิต 24.68% นาโนไฟแนนซ์ 7.77% สินเชื่อเช่าหรือเช่าซื้ออื่น 6.75% สินเชื่อรถยนต์ 5.97% และสินเชื่อบ้าน 3.53%

หากเปลี่ยนมาดูยอดเงินคงค้าง ภาพจะต่างออกไป หนี้บ้านยังมีมูลค่าสูงสุด คิดเป็น 38.53% ของยอดหนี้ รองลงมาคือสินเชื่อส่วนบุคคล 19.74% และสินเชื่อรถยนต์ 15.92%

คำว่า “หนี้กิน หนี้ใช้” จึงเป็นคำเรียกรวมเพื่ออธิบายสินเชื่อเพื่อการบริโภค ไม่ได้หมายความว่าสินเชื่อส่วนบุคคลทุกบัญชีถูกนำไปซื้ออาหาร บางบัญชีอาจใช้ซ่อมบ้าน รักษาพยาบาล เป็นเงินทุนฉุกเฉิน หรือรวมหนี้เดิม ข้อมูลประเภทสินเชื่อไม่ได้บอกรายละเอียดว่าลูกหนี้นำเงินไปใช้อะไรทุกบาท

ตัวเลขบัญชีที่เพิ่มขึ้นก็อาจได้รับผลจากการขยายฐานผู้ให้บริการที่ส่งข้อมูลเข้าสู่ระบบเครดิตบูโรด้วย จึงไม่ควรใช้ตัวเลขเพียงชุดเดียวฟันธงว่าคนไทยเปลี่ยนพฤติกรรมทั้งหมดในเวลาอันสั้น

ทำไมหนี้ก้อนเล็กหลายบัญชีจึงจัดการยาก

หนี้ก้อนละไม่มากอาจดูเบากว่าการผ่อนบ้านหรือรถ แต่ความเสี่ยงอยู่ที่การสะสม เดือนหนึ่งอาจมีค่าผ่อนโทรศัพท์ สินเชื่อในแอป บัตรกดเงินสด บัตรเครดิต และยอดซื้อก่อนจ่ายทีหลัง แต่ละบัญชีมียอดชำระ วันครบกำหนด และต้นทุนต่างกัน

เมื่อรวมกันแล้ว เงินที่ต้องจ่ายรายเดือนอาจกินรายได้มากกว่าที่รู้สึก โดยเฉพาะบัญชีหมุนเวียนที่ผู้กู้เลือกจ่ายขั้นต่ำ เงินต้นจะลดช้าและเสียดอกเบี้ยนานขึ้น ธนาคารแห่งประเทศไทยจึงกำหนดให้ผู้ให้บริการแสดงอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง ภาระดอกเบี้ยตลอดสัญญา และคำเตือนเมื่อเลือกชำระไม่เต็มจำนวน

เรื่องที่ควรจับตาจึงไม่ใช่แค่ยอดหนี้รวม แต่คือ มีกี่บัญชีที่ต้องจ่ายพร้อมกัน และหลังหักค่างวดทุกบัญชีแล้ว เหลือเงินพอสำหรับค่าอาหาร ค่าเดินทาง ค่ารักษาพยาบาล และเหตุฉุกเฉินหรือไม่

เช็กหนี้ของตัวเองก่อนยอดเล็กกลายเป็นก้อนใหญ่

เริ่มจากรวบรวมหนี้ทุกบัญชีไว้หน้าเดียว เขียนยอดคงเหลือ ค่างวด วันครบกำหนด อัตราดอกเบี้ย และสถานะค้างชำระให้ครบ รวมถึงบัญชีที่ไม่ได้ใช้บ่อยแต่ยังมียอดผูกพันอยู่

จากนั้นลองทำตามลำดับนี้

ลูกหนี้สามารถขอปรับโครงสร้างหนี้ได้ตั้งแต่ยังไม่เป็นหนี้เสีย วิธีช่วยอาจเป็นการขยายระยะเวลาผ่อนหรือลดค่างวดในช่วงแรกตามความสามารถและเงื่อนไขของเจ้าหนี้ อย่ารอให้หลายบัญชีค้างพร้อมกันแล้วค่อยติดต่อ

ประวัติการชำระตรงเวลา การใช้วงเงินไม่ตึงเกินไป และการไม่ยื่นขอสินเชื่อถี่เกินจำเป็น ล้วนเกี่ยวข้องกับข้อมูลเครดิต แต่การมีหลายบัญชีไม่ได้แปลว่าเครดิตเสียทันที จุดตัดสินอยู่ที่ภาระรวมและพฤติกรรมชำระของแต่ละคน

หนี้ก้อนเล็กไม่ได้น่ากลัวเพราะยอดต่อบัญชี สิ่งที่ต้องระวังคือยอดเล็กหลายก้อนซึ่งซ่อนอยู่คนละแอป คนละบัตร และคนละวันครบกำหนด หากมองเห็นทั้งหมดในหน้าเดียว จะประเมินได้ง่ายขึ้นว่าควรหยุดก่อหนี้ใหม่ เร่งปิดบัญชีใด หรือติดต่อเจ้าหนี้เมื่อใด

ข้อมูลนี้ใช้เป็นแนวทางเบื้องต้น ก่อนตัดสินใจซื้อผลิตภัณฑ์ทางการเงิน กู้เงิน ลงทุน หรือทำประกัน ควรอ่านเงื่อนไขให้ละเอียด และปรึกษาผู้เชี่ยวชาญหากไม่แน่ใจ

แหล่งที่มา: ข้อมูลเครดิตบูโรที่เผยแพร่ผ่าน Brand Inside, ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจทีทีบี และธนาคารแห่งประเทศไทย
อ้างอิง: https://brandinside.asia/thailand-personal-loan-accounts-surpass-home-car-loans/, https://www.ttbbank.com/th/newsroom/detail/ttba-ncb-insight-credit-jun-2026, https://www.bot.or.th/th/debtsolution/debtsolution-measure.html
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
กฤติน พันธ์ดี's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 69 ครั้ง
เขียนโดย กฤติน พันธ์ดี
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
"ฟักทอง" เป็นผักหรือผลไม้? สรุปคำตอบ 2 มุมมองพร้อมประโยชน์ต่อสุขภาพจ๋าย ไททศมิตร เคลื่อนไหวประเด็นคนแห่ตุนอาหาร ลั่นไม่ตุนแต่เชื่อมั่นนายกฯ ด้านอนุทินย้ำไทยมีอาหารมั่นคง ไม่ต้องตระหนกไทยเด้ง หลวงพี่โต้ง งวด 1 พ.ย. 2569 ถอดใบแนวทางเลขเขียนมือ แยกชุด 3 ตัว เลขวงกลม และเลขวิ่งสรุปเส้นทางความสำเร็จและเงินรางวัลสะสม "ภราดร ศรีชาพันธุ์" ตำนานมือ 9 ของโลกผู้พลิกประวัติศาสตร์เทนนิสไทยลุงแป้นเปิดโพยงวดนี้! เผยเลขเด่น พร้อมชุดสองตัว-สามตัว งวด 1 พ.ย. 69รีวิว THE HOBBIT THE BATTLE OF THE FIVE ARMIES สงครามห้าทัพเปิดอันดับโรงเรียนรัฐบาลสอบเข้า ม.1 ยากที่สุด ปี 2569ทำไมผู้ชายบางคนจึงมองหน้าอกและสะโพกของผู้หญิงข่าว 33 ประเทศเตือนประชาชนกักตุนอาหาร สัญญาณเตือนวิกฤตโลกจริงหรือไม่หมู่บ้านที่ตั้งอยู่สูงที่สุดในประเทศไทยอยู่ที่ไหนเทียบชัด 10 อันดับเลขขายดี 3 สำนักดัง ‘แม่จำเนียร - จำเนียรอ่อนนุช - แม่ทำเนียน’ งวด 1 พฤศจิกายน 2569เหรียญเงินบาทไทยที่ถูกผลิต น้อยที่สุด และหายากมาก ที่สุดในปัจจุบัน
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
จ๋าย ไททศมิตร เคลื่อนไหวประเด็นคนแห่ตุนอาหาร ลั่นไม่ตุนแต่เชื่อมั่นนายกฯ ด้านอนุทินย้ำไทยมีอาหารมั่นคง ไม่ต้องตระหนก
กระทู้อื่นๆในบอร์ด การเงิน
วิธีเช็คสลิปปลอม ตรวจสอบสลิปโอนเงินปลอมแบบรวดเร็ว ป้องกันมิจฉาชีพดีเซล B7 หน้าปั๊มลด 1 บาท เหลือ 42.54 บาท เริ่มวันนี้ 29 ต.ค.: ผลจากการถอดต้นทุนทิพย์กบง. ลดดีเซลหน้าโรงกลั่น 2 บาท 1–30 พ.ย. 2569: ส่วนลดหดจาก 4 บาท ไม่ใช่ลดเพิ่มAnthropic ยื่นเอกสาร S-1 เตรียมขายหุ้นต่อสาธารณะ นักลงทุนควรอ่านส่วนไหนนอกจากตัวเลขรายได้?
ตั้งกระทู้ใหม่