หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ไขปริศนา! ทำไม “โจรสลัด” จึงคาดตาข้างเดียว เกี่ยวกับการมองในที่มืดจริงหรือ?


เขียนโดย Mac Casanova

ไขปริศนา! ทำไม “โจรสลัด” จึงคาดตาข้างเดียว เกี่ยวกับการมองในที่มืดจริงหรือ?

เมื่อพูดถึง “โจรสลัด” หลายคนมักนึกถึงกัปตันเรือมาดเข้มที่มีเอกลักษณ์โดดเด่น ไม่ว่าจะเป็นมือตะขอ ขาไม้ นกแก้วคู่ใจบนบ่า และสิ่งที่ขาดไม่ได้ก็คือ “ผ้าคาดตาข้างเดียว” ซึ่งกลายเป็นภาพจำของโจรสลัดไปทั่วโลก

คนจำนวนไม่น้อยอาจเข้าใจว่า โจรสลัดคาดตาเพราะผ่านศึกมาอย่างโชกโชน จนได้รับบาดเจ็บ สูญเสียดวงตา หรือตาบอดจากการต่อสู้ บางคนก็มองว่าอาจใส่ไว้เพื่อเพิ่มความน่าเกรงขามและข่มขวัญศัตรู

อย่างไรก็ตาม ยังมีอีกทฤษฎีหนึ่งที่ถูกเล่าต่อกันมาอย่างแพร่หลายว่า ผ้าคาดตาอาจเกี่ยวข้องกับกลไกการปรับตัวของดวงตามนุษย์ และช่วยให้ผู้สวมใส่เปลี่ยนจากบริเวณที่สว่างไปยังพื้นที่มืดได้รวดเร็วขึ้น

จากดาดฟ้าสว่างจ้า สู่ใต้ท้องเรือที่มืดกว่า

บนเรือในอดีต สภาพแสงระหว่างดาดฟ้ากับพื้นที่ใต้ท้องเรืออาจแตกต่างกันมาก ด้านบนต้องเผชิญกับแสงแดดสว่างจ้า ขณะที่ใต้ดาดฟ้าหรือห้องเก็บของอาจมีแสงสว่างเพียงเล็กน้อย

เมื่อมนุษย์เดินจากบริเวณที่มืดออกไปยังที่สว่าง ดวงตามักปรับตัวได้ค่อนข้างรวดเร็ว ม่านตาจะหดลงเพื่อลดปริมาณแสงที่เข้าสู่ดวงตา

แต่ในทางกลับกัน เมื่อเดินจากบริเวณที่สว่างจ้าเข้าไปในพื้นที่มืด ดวงตาต้องใช้เวลามากกว่าในการเพิ่มความไวต่อแสง โดยเกี่ยวข้องกับการทำงานของเซลล์รับแสงบริเวณจอประสาทตาและการฟื้นตัวของสารไวแสง

การปรับการมองเห็นในที่มืดอาจใช้เวลาประมาณ 20–30 นาทีจึงจะเข้าใกล้ระดับสูงสุด ขึ้นอยู่กับความสว่างที่ดวงตาเผชิญมาก่อนและสภาพแวดล้อมของแต่ละคน

ระยะเวลาราว 25 นาทีจึงอาจมีความสำคัญอย่างมาก หากต้องเคลื่อนที่อย่างเร่งด่วนจากดาดฟ้าเรือลงไปยังพื้นที่มืด โดยเฉพาะในช่วงที่เกิดการต่อสู้

ทฤษฎีผ้าคาดตาช่วยรักษาการมองเห็นในความมืด

ตามทฤษฎีที่ถูกเล่าต่อกันมา โจรสลัดอาจใช้ผ้าปิดตาข้างหนึ่งเอาไว้ เพื่อให้ดวงตาข้างนั้นได้รับแสงน้อยและคงสภาพที่เหมาะกับการมองในที่มืด

เมื่อต้องลงจากดาดฟ้าที่สว่างไปยังพื้นที่ใต้ท้องเรือ ผู้สวมใส่เพียงสลับผ้าคาดตาไปปิดอีกข้าง แล้วใช้ดวงตาที่เคยถูกปิดไว้มองในบริเวณที่มีแสงน้อย โดยไม่จำเป็นต้องรอให้ดวงตาทั้งสองข้างปรับตัวตั้งแต่ต้น

ในทางหลักการ แนวคิดดังกล่าวมีความเป็นไปได้ เพราะดวงตาแต่ละข้างสามารถปรับตัวต่อระดับแสงที่ได้รับแตกต่างกันได้ หากดวงตาข้างหนึ่งถูกป้องกันจากแสงสว่าง การมองเห็นในที่มืดของดวงตาข้างนั้นอาจได้รับผลกระทบน้อยกว่า

แต่ยังไม่มีหลักฐานยืนยันว่าโจรสลัดใช้วิธีนี้จริง

แม้กลไกเรื่องการปรับสายตาในที่มืดจะมีพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ แต่ข้อสันนิษฐานที่ว่าโจรสลัดคาดตาเพื่อเตรียมดวงตาไว้สำหรับมองใต้ท้องเรือ ยังไม่มีหลักฐานทางประวัติศาสตร์หรือหลักฐานทางโบราณคดีที่ยืนยันอย่างชัดเจน

จึงควรมองเรื่องนี้ว่าเป็น “ทฤษฎีที่อธิบายได้ในทางวิทยาศาสตร์” มากกว่าจะสรุปว่าเป็นเหตุผลที่โจรสลัดทุกคนใช้ผ้าคาดตา

ในความเป็นจริง โจรสลัดหรือนักเดินเรือบางคนอาจคาดตาเพื่อปกปิดดวงตาที่ได้รับบาดเจ็บหรือสูญเสียการมองเห็น ขณะที่ภาพโจรสลัดพร้อมผ้าคาดตาที่เราคุ้นเคยในปัจจุบัน อาจได้รับอิทธิพลจากนิยาย ภาพยนตร์ และวัฒนธรรมสมัยนิยมด้วย

อย่างไรก็ตาม เรื่องราวของผ้าคาดตาก็ช่วยให้เราเข้าใจกลไกของดวงตามนุษย์ได้ดีขึ้นว่า การเดินจากที่สว่างเข้าไปในที่มืดนั้น ดวงตาไม่ได้ปรับได้ทันที แต่ต้องใช้เวลาในการเพิ่มความไวต่อแสง

ดังนั้น ครั้งต่อไปที่เดินเข้าห้องมืดแล้วมองอะไรแทบไม่เห็น อย่าเพิ่งคิดว่าสายตามีปัญหา เพราะดวงตาอาจกำลังใช้เวลาปรับตัวอยู่ และนี่คือหลักการเดียวกับที่ทำให้ทฤษฎี “ผ้าคาดตาของโจรสลัด” ยังคงถูกพูดถึงมาจนถึงทุกวันนี้

หมายเหตุด้านความน่าเชื่อถือ: หลักการที่ดวงตาต้องใช้เวลาปรับจากที่สว่างเข้าสู่ที่มืดมีข้อมูลรองรับ แต่ยังไม่มีหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่ยืนยันว่าโจรสลัดใช้ผ้าคาดตาเพื่อจุดประสงค์นี้จริง จึงปรับถ้อยคำจาก “ข้อเท็จจริง” เป็น “ทฤษฎีที่มีความเป็นไปได้ทางวิทยาศาสตร์”

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
Mac Casanova's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 78 ครั้ง
เขียนโดย Mac Casanova
นักเขียนข่าวไวรัลและกระแสสังคม ที่เชี่ยวชาญการเล่าเรื่องให้ “หยุดนิ้วได้ในไม่กี่วินาที” ครอบคลุมข่าวแรง เหตุการณ์จริง และเรื่องที่คนกำลังพูดถึง พร้อมรักษาความน่าเชื่อถือของข้อมูลในทุกบทความ
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
5 VOTES (5/5 จาก 1 คน)
VOTED: เศรษฐีตัวน้อย
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
7 ลักษณะของคนที่เป็น "พญานาคหนีมาเกิด" ตามความเชื่อ มีอะไรบ้าง?รวม เลขปฏิทินจีน งวด 16/7/6910 นักร้องลูกทุ่งไทยที่มีค่าจ้างงานแสดงสูงที่สุด10 รถจักรยานยนต์ยอดนิยมยุค 90 ที่คนไทยยังจำได้ซื้อเพราะสินค้า หรือเพราะศิลปินที่ชอบ10 พิธีกรรายการโทรทัศน์ไทยที่มีค่าตัวสูงที่สุด10 นักแสดงตลกไทยระดับแถวหน้า ที่มีค่าตัวสูงที่สุดของวงการหมู่บ้านที่แปลกที่สุดในโลก! ถนนเส้นเดียวทอดยาวกว่า 9 กิโลเมตรเจาะเลข "ท้าวเวสสุวรรณ" และคัมภีร์ดวงดาวราชาโชคกึ่งกลางปี งวดวันที่ 16 กรกฎาคม 2569หมวกเกราะทรงแปลกของ "King Henry VIII" หนึ่งในวัตถุโบราณที่น่าสนใจและเป็นปริศนาที่สุดชิ้นหนึ่งทำไม "ทรายจากทะเลทราย" ถึงเอามาสร้างตึกสร้างบ้านไม่ได้3 บุคคลหที่มียอดผู้ติดตามมากที่สุดในโลก
กระทู้อื่นๆในบอร์ด พูดคุย ทั่วไป
พ่อค้ากับไรเดอร์เถียงกันหน้าร้าน ลูกค้าต้องรอนานเดินห้างทีไร ทำไมบางที่รู้สึกเดินง่าย แต่บางที่หาร้านเดียวก็วนหลายรอบ? ลองมองผ่านมุม "ผังการออกแบบ"ทำไม "โชห่วย" บางร้าน มีลูกค้าแน่นกว่าเมื่อก่อนซะอีกฮือฮานางแบบรัสเซีย หน้าคล้ายกับเออร์ลิง ฮาแลนด์ นักฟุตบอลชื่อดังชาวนอร์เวย์ คนแห่ดูคลิป 4 ล้านวิว
ตั้งกระทู้ใหม่