หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ถ้าไม่มีโซเชียลมีเดีย คนเราจะรู้จักกันและมีความสุขเหมือนเดิมไหม

เขียนโดย วัน ๆ หาแต่เรื่อง

วันก่อนมีจังหวะนั่งอยู่ในร้านกาแฟแล้วมือถือดับแบบไม่ทันตั้งตัว ไฟแบตหมดเกลี้ยง สิ่งที่เกิดขึ้นคือความเงียบแบบแปลก ๆ จากเดิมที่มือจะเลื่อนไถฟีดไปเรื่อย ๆ กลายเป็นนั่งมองคนรอบตัวจริง ๆ

โต๊ะข้าง ๆ เป็นกลุ่มเพื่อนคุยกันเสียงดัง หัวเราะกันจริง ไม่ได้หัวเราะจากคลิปสั้น ๆ ในจอ โต๊ะหน้าเป็นคนสองคนที่คุยกันแบบไม่มีใครก้มหน้าใส่จอเลยสักคน

ตรงนั้นเริ่มมีคำถามโผล่ขึ้นมาในหัว ถ้าไม่มีโซเชียลมีเดียตั้งแต่แรก ผู้คนจะยังรู้จักกันแบบทุกวันนี้ไหม หรือจะกลับไปเป็นยุคที่ต้องเจอกันจริง ๆ ถึงจะเรียกว่ารู้จัก

ภาพย้อนกลับไปตอนก่อนมีแพลตฟอร์มพวกนี้ เวลาจะรู้จักใครต้องเจอ ต้องคุย ต้องจำหน้า ต้องนัดเจอกันผ่านเพื่อนอีกที มันช้า แต่ความสัมพันธ์บางอย่างมันเหมือนจะแน่นกว่า เพราะทุกอย่างต้องใช้เวลา

พอมีโซเชียลเข้ามา ทุกอย่างเร็วขึ้นมาก คนหนึ่งอยู่คนละจังหวัดก็กลายเป็นเพื่อนกันได้ในไม่กี่คลิก การรู้จักกันไม่ต้องผ่านสถานที่อีกต่อไป แต่สิ่งที่ตามมาคือความสัมพันธ์ที่บางครั้งเบาบางลงแบบไม่รู้ตัว

มีคนเคยเล่าว่า เพื่อนในออนไลน์เป็นร้อย แต่เวลามีเรื่องจริง ๆ กลับไม่รู้จะโทรหาใคร ความรู้สึกแบบนี้เริ่มกลายเป็นเรื่องปกติของหลายคน

อีกมุมหนึ่ง โซเชียลก็ทำให้คนที่เคยอยู่คนละโลกได้มาเจอกัน คนเงียบ ๆ ในชีวิตจริงกลับมีพื้นที่พูด คนที่ไม่มีโอกาสในสังคมเดิมกลับได้เสียงของตัวเองผ่านหน้าจอ

แต่พอใช้ไปนาน ๆ จะเริ่มเห็นอีกด้าน การคุยกันสั้นลง ความอดทนต่อบทสนทนาน้อยลง ใครไม่ตอบไวก็รู้สึกห่าง ใครหายไปไม่กี่ชั่วโมงก็เหมือนหายไปทั้งวัน

บางช่วงมีความรู้สึกเหมือนทุกอย่างเร็วเกินไป เร็วจนไม่มีเวลารู้จักกันจริง ๆ แค่ผ่าน ๆ แล้วก็เลื่อนต่อ

ถ้าลองคิดภาพวันที่ไม่มีโซเชียลจริง ๆ คนอาจต้องกลับไปโทรหา เดินไปหา เขียนข้อความนัดหมาย หรือรอเจอกันในที่เดิม ๆ ความสัมพันธ์อาจช้าลง แต่ความทรงจำอาจหนักแน่นขึ้น

แต่ก็มีอีกความจริงที่ปฏิเสธไม่ได้คือ โลกอาจเล็กลง คนอาจรู้จักกันน้อยลง คนที่อยู่ไกลอาจหายไปจากวงสังคมโดยง่าย เพราะไม่มีเครื่องมือพาเข้ามาเชื่อม

ช่วงหนึ่งเริ่มสังเกตตัวเอง เวลานั่งเงียบ ๆ โดยไม่มีจออยู่ในมือ ความคิดมันวิ่งไปไกลกว่าเดิม เห็นรายละเอียดเล็ก ๆ รอบตัวมากขึ้น ทั้งเสียงคนคุย กลิ่นกาแฟ หรือแม้แต่สีหน้าแปลก ๆ ของคนที่เดินผ่าน

มันเหมือนสองโลกที่ทับกันอยู่ โลกหนึ่งเร็ว โลกหนึ่งช้า โลกหนึ่งเชื่อมคนได้กว้าง อีกโลกทำให้คนรู้จักกันลึกกว่า

คำถามที่ค้างอยู่ในหัวเลยไม่ใช่แค่มีหรือไม่มีโซเชียล แต่เป็นเรื่องของราคาที่ต้องจ่ายเพื่อความเร็วกับความลึกของความสัมพันธ์

แล้วถ้าวันหนึ่งทุกอย่างเงียบลงจริง ๆ คนอาจเริ่มจำได้ว่าเวลาคุยกับใครสักคนแบบมองตา มันมีน้ำหนักบางอย่างที่จอไม่เคยให้ได้

เนื้อหาโดย: วัน ๆ หาแต่เรื่อง
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
วัน ๆ หาแต่เรื่อง's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 66 ครั้ง
เขียนโดย วัน ๆ หาแต่เรื่อง
กดให้คะแนน หรือกดติดตาม เพื่อเป็นกำลังใจและไม่พลาดบทความใหม่ทุกวัน
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ทำไมสายเดี่ยวหลุดไหล่จึงดูมีเสน่ห์แบบไม่ตั้งใจเปิด 5 ห้างที่เงินสะพัดมากที่สุดในไทย อันดับ 1 คนเดินวันละหลักแสนความลับใต้สายน้ำ: ทำไม “สมบัติทองคำ” ใต้แม่น้ำเจ้าพระยาจึงไม่มีใครแตะต้องได้ร้านค้าควรรับมืออย่างไรเมื่อโครงการก่อสร้างบังทางเข้าประเทศที่บินเข้าประเทศไทยมากที่สุด อันดับที่ 1 ของโลกEV Bus ฟรีในลำพูนช่วยลดค่าน้ำมันได้เท่าไรขนบนร่างกายมนุษย์มีไว้ทำไมทำไมฟองนมติดปากถึงเป็นโมเมนต์ที่น่ามองอำเภอที่เสี่ยงพบทุ่นระเบิดมากที่สุด อันดับที่หนึ่งของประเทศไทยไม่ใช่จีน! ประเทศนี้ส่งคนมาเที่ยวไทยกว่า 4.5 ล้านคนโรงเรียนมัธยมที่มีการแข่งขันกันสูงและสอบเข้ายากมากที่สุดในประเทศไทยAI วิเคราะห์สถิติเลขท้าย 3 ตัวบนและเลขท้าย 2 ตัวล่าง งวด 16 ก.ย.69
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
อำเภอที่เสี่ยงพบทุ่นระเบิดมากที่สุด อันดับที่หนึ่งของประเทศไทยEV Bus ฟรีในลำพูนช่วยลดค่าน้ำมันได้เท่าไรทำไมฟองนมติดปากถึงเป็นโมเมนต์ที่น่ามองทำไมท่าจับจี้สร้อยคอจึงดึงดูดสายตา
กระทู้อื่นๆในบอร์ด ความรัก, ประสบการณ์ชีวิต
ทำไมเสื้อผ้าเปียกจึงดูเย้ายวนกว่าเดิมทำไมฟองนมติดปากถึงเป็นโมเมนต์ที่น่ามองทำไมจังหวะผูกเนคไทให้แฟนถึงทำให้ใจเต้นแรงทำไมชุดเอี๊ยมในครัวถึงดูโรแมนติกปนเซ็กซี่
ตั้งกระทู้ใหม่