ถ้าไม่มีโซเชียลมีเดีย คนเราจะรู้จักกันและมีความสุขเหมือนเดิมไหม
วันก่อนมีจังหวะนั่งอยู่ในร้านกาแฟแล้วมือถือดับแบบไม่ทันตั้งตัว ไฟแบตหมดเกลี้ยง สิ่งที่เกิดขึ้นคือความเงียบแบบแปลก ๆ จากเดิมที่มือจะเลื่อนไถฟีดไปเรื่อย ๆ กลายเป็นนั่งมองคนรอบตัวจริง ๆ
โต๊ะข้าง ๆ เป็นกลุ่มเพื่อนคุยกันเสียงดัง หัวเราะกันจริง ไม่ได้หัวเราะจากคลิปสั้น ๆ ในจอ โต๊ะหน้าเป็นคนสองคนที่คุยกันแบบไม่มีใครก้มหน้าใส่จอเลยสักคน
ตรงนั้นเริ่มมีคำถามโผล่ขึ้นมาในหัว ถ้าไม่มีโซเชียลมีเดียตั้งแต่แรก ผู้คนจะยังรู้จักกันแบบทุกวันนี้ไหม หรือจะกลับไปเป็นยุคที่ต้องเจอกันจริง ๆ ถึงจะเรียกว่ารู้จัก
ภาพย้อนกลับไปตอนก่อนมีแพลตฟอร์มพวกนี้ เวลาจะรู้จักใครต้องเจอ ต้องคุย ต้องจำหน้า ต้องนัดเจอกันผ่านเพื่อนอีกที มันช้า แต่ความสัมพันธ์บางอย่างมันเหมือนจะแน่นกว่า เพราะทุกอย่างต้องใช้เวลา
พอมีโซเชียลเข้ามา ทุกอย่างเร็วขึ้นมาก คนหนึ่งอยู่คนละจังหวัดก็กลายเป็นเพื่อนกันได้ในไม่กี่คลิก การรู้จักกันไม่ต้องผ่านสถานที่อีกต่อไป แต่สิ่งที่ตามมาคือความสัมพันธ์ที่บางครั้งเบาบางลงแบบไม่รู้ตัว
มีคนเคยเล่าว่า เพื่อนในออนไลน์เป็นร้อย แต่เวลามีเรื่องจริง ๆ กลับไม่รู้จะโทรหาใคร ความรู้สึกแบบนี้เริ่มกลายเป็นเรื่องปกติของหลายคน
อีกมุมหนึ่ง โซเชียลก็ทำให้คนที่เคยอยู่คนละโลกได้มาเจอกัน คนเงียบ ๆ ในชีวิตจริงกลับมีพื้นที่พูด คนที่ไม่มีโอกาสในสังคมเดิมกลับได้เสียงของตัวเองผ่านหน้าจอ
แต่พอใช้ไปนาน ๆ จะเริ่มเห็นอีกด้าน การคุยกันสั้นลง ความอดทนต่อบทสนทนาน้อยลง ใครไม่ตอบไวก็รู้สึกห่าง ใครหายไปไม่กี่ชั่วโมงก็เหมือนหายไปทั้งวัน
บางช่วงมีความรู้สึกเหมือนทุกอย่างเร็วเกินไป เร็วจนไม่มีเวลารู้จักกันจริง ๆ แค่ผ่าน ๆ แล้วก็เลื่อนต่อ
ถ้าลองคิดภาพวันที่ไม่มีโซเชียลจริง ๆ คนอาจต้องกลับไปโทรหา เดินไปหา เขียนข้อความนัดหมาย หรือรอเจอกันในที่เดิม ๆ ความสัมพันธ์อาจช้าลง แต่ความทรงจำอาจหนักแน่นขึ้น
แต่ก็มีอีกความจริงที่ปฏิเสธไม่ได้คือ โลกอาจเล็กลง คนอาจรู้จักกันน้อยลง คนที่อยู่ไกลอาจหายไปจากวงสังคมโดยง่าย เพราะไม่มีเครื่องมือพาเข้ามาเชื่อม
ช่วงหนึ่งเริ่มสังเกตตัวเอง เวลานั่งเงียบ ๆ โดยไม่มีจออยู่ในมือ ความคิดมันวิ่งไปไกลกว่าเดิม เห็นรายละเอียดเล็ก ๆ รอบตัวมากขึ้น ทั้งเสียงคนคุย กลิ่นกาแฟ หรือแม้แต่สีหน้าแปลก ๆ ของคนที่เดินผ่าน
มันเหมือนสองโลกที่ทับกันอยู่ โลกหนึ่งเร็ว โลกหนึ่งช้า โลกหนึ่งเชื่อมคนได้กว้าง อีกโลกทำให้คนรู้จักกันลึกกว่า
คำถามที่ค้างอยู่ในหัวเลยไม่ใช่แค่มีหรือไม่มีโซเชียล แต่เป็นเรื่องของราคาที่ต้องจ่ายเพื่อความเร็วกับความลึกของความสัมพันธ์
แล้วถ้าวันหนึ่งทุกอย่างเงียบลงจริง ๆ คนอาจเริ่มจำได้ว่าเวลาคุยกับใครสักคนแบบมองตา มันมีน้ำหนักบางอย่างที่จอไม่เคยให้ได้
เขียนโดย วัน ๆ หาแต่เรื่อง
ทำไมสายเดี่ยวหลุดไหล่จึงดูมีเสน่ห์แบบไม่ตั้งใจ
เปิด 5 ห้างที่เงินสะพัดมากที่สุดในไทย อันดับ 1 คนเดินวันละหลักแสน
ความลับใต้สายน้ำ: ทำไม “สมบัติทองคำ” ใต้แม่น้ำเจ้าพระยาจึงไม่มีใครแตะต้องได้
ร้านค้าควรรับมืออย่างไรเมื่อโครงการก่อสร้างบังทางเข้า
ประเทศที่บินเข้าประเทศไทยมากที่สุด อันดับที่ 1 ของโลก
EV Bus ฟรีในลำพูนช่วยลดค่าน้ำมันได้เท่าไร
ขนบนร่างกายมนุษย์มีไว้ทำไม
ทำไมฟองนมติดปากถึงเป็นโมเมนต์ที่น่ามอง
อำเภอที่เสี่ยงพบทุ่นระเบิดมากที่สุด อันดับที่หนึ่งของประเทศไทย
ไม่ใช่จีน! ประเทศนี้ส่งคนมาเที่ยวไทยกว่า 4.5 ล้านคน
โรงเรียนมัธยมที่มีการแข่งขันกันสูงและสอบเข้ายากมากที่สุดในประเทศไทย
AI วิเคราะห์สถิติเลขท้าย 3 ตัวบนและเลขท้าย 2 ตัวล่าง งวด 16 ก.ย.69
อำเภอที่เสี่ยงพบทุ่นระเบิดมากที่สุด อันดับที่หนึ่งของประเทศไทย
EV Bus ฟรีในลำพูนช่วยลดค่าน้ำมันได้เท่าไร
ทำไมฟองนมติดปากถึงเป็นโมเมนต์ที่น่ามอง
ทำไมท่าจับจี้สร้อยคอจึงดึงดูดสายตา



