เหตุผลที่ช่องฟรีซตู้เย็นมักอยู่ด้านบน
ตู้เย็นแบบ ฟรีซบน เป็นรูปแบบที่หลายบ้านคุ้นเคยกันมานาน เปิดช่องเล็กด้านบนไว้แช่แข็ง ส่วนช่องใหญ่ด้านล่างใช้แช่อาหารสด เครื่องดื่ม ผัก ผลไม้ และของกินประจำวัน
ฟังดูเป็นเรื่องเล็ก แต่ถ้าลองสังเกตดี ๆ จะพบว่า ตู้เย็นรุ่นดั้งเดิมจำนวนมากมักออกแบบให้ ช่องฟรีซอยู่ด้านบน ทั้งที่ในชีวิตจริง คนส่วนใหญ่มักเปิดช่องแช่เย็นบ่อยกว่าช่องแช่แข็งเสียอีก
เหตุผลไม่ได้มีแค่เรื่องความเคยชินของผู้ผลิต แต่เกี่ยวข้องกับหลักฟิสิกส์ การถ่ายเทความร้อน และการออกแบบให้ตู้เย็นทำงานได้ง่ายขึ้นในยุคที่เทคโนโลยียังไม่ซับซ้อนเท่าปัจจุบัน
เพราะความเย็นมักเคลื่อนลงด้านล่าง
หลักพื้นฐานคือ อากาศเย็นมีความหนาแน่นมากกว่าอากาศร้อน จึงมีแนวโน้มเคลื่อนตัวลงสู่ด้านล่าง
เมื่อช่องฟรีซซึ่งเป็นส่วนที่เย็นที่สุดอยู่ด้านบน ความเย็นจึงสามารถไหลลงมายังช่องแช่เย็นด้านล่างได้ง่ายกว่า โดยเฉพาะในตู้เย็นรุ่นเก่า หรือระบบที่อาศัยการหมุนเวียนอากาศแบบไม่ซับซ้อนมากนัก
ข้อดีของการวางฟรีซไว้ด้านบน เช่น
-
กระจายความเย็นลงสู่ช่องแช่เย็นได้ง่าย
-
ลดภาระของระบบหมุนเวียนอากาศในบางรูปแบบ
-
ช่วยให้คอมเพรสเซอร์ทำงานไม่หนักเกินจำเป็น
-
โครงสร้างไม่ซับซ้อนมาก
-
ราคาผลิตและค่าซ่อมมักไม่สูงเท่ารุ่นที่ฟังก์ชันเยอะกว่า
ลองนึกถึงเวลาเปิดแอร์ในบ้าน ความเย็นมักค่อย ๆ ลงมาสู่พื้นเอง หลักการเดียวกันนี้ถูกนำมาอธิบายกับการออกแบบตู้เย็นแบบฟรีซบนได้เช่นกัน เพียงแต่ในตู้เย็นจริง ยังมีชิ้นส่วนอื่นเข้ามาช่วยควบคุมอุณหภูมิร่วมด้วย
ถ้าช่องฟรีซอยู่ด้านล่างจะเป็นอย่างไร?
ถ้าช่องฟรีซอยู่ด้านล่าง ความเย็นจากส่วนล่างจะไม่ไหลขึ้นด้านบนเองได้ง่ายเท่ากับการไหลลง
ดังนั้นตู้เย็นฟรีซล่างจึงมักต้องอาศัยระบบช่วยกระจายความเย็นมากขึ้น เช่น พัดลม ช่องลม เซ็นเซอร์ และระบบควบคุมอุณหภูมิที่ละเอียดกว่าเดิม
ในอดีต สิ่งเหล่านี้อาจทำให้ต้นทุนสูงขึ้น ระบบซับซ้อนขึ้น และกินพลังงานมากกว่าแบบฟรีซบน จึงไม่น่าแปลกที่ตู้เย็นรุ่นเก่า ๆ จำนวนมากเลือกออกแบบให้ช่องฟรีซอยู่ด้านบน
แล้วทำไมตู้เย็นรุ่นใหม่ถึงมีฟรีซล่างมากขึ้น?
คำตอบคือ เทคโนโลยีพัฒนาขึ้นมาก
ตู้เย็นยุคใหม่ไม่ได้พึ่งแค่การไหลของอากาศเย็นตามธรรมชาติแบบเดิม แต่ใช้ระบบต่าง ๆ เข้ามาช่วย เช่น
-
พัดลมกระจายความเย็นประสิทธิภาพสูง
-
เซ็นเซอร์ตรวจจับอุณหภูมิ
-
ระบบ No Frost ลดการเกิดน้ำแข็งเกาะ
-
ช่องลมหลายจุดภายในตู้
-
ระบบแยกควบคุมอุณหภูมิระหว่างช่องแช่เย็นและช่องแช่แข็ง
เมื่อเทคโนโลยีเหล่านี้ดีขึ้น ผู้ผลิตจึงสามารถออกแบบตู้เย็นให้ตอบโจทย์การใช้งานของคนมากขึ้น ไม่จำเป็นต้องยึดติดกับตำแหน่งฟรีซด้านบนเพียงอย่างเดียว
ฟรีซบน ฟรีซล่าง ต่างกันตรงไหน?
ถ้าเน้นความเรียบง่าย ประหยัดไฟ ราคาไม่แรง และซ่อมง่าย ตู้เย็นแบบ ฟรีซบน ยังเป็นตัวเลือกที่เหมาะกับหลายบ้าน โดยเฉพาะบ้านที่ไม่ได้ใช้ฟังก์ชันพิเศษมากนัก
ถ้าเน้นความสะดวกในการหยิบอาหารสด เปิดช่องแช่เย็นบ่อย และไม่อยากก้มบ่อย ตู้เย็นแบบ ฟรีซล่าง ก็อาจตอบโจทย์กว่า เพราะช่องแช่เย็นซึ่งใช้บ่อยจะอยู่ในระดับสายตา
ส่วนตู้เย็นแบบ French Door หรือ Side by Side มักเหมาะกับบ้านที่ต้องการพื้นที่เยอะ แยกของเป็นหมวดหมู่ หรือมีสมาชิกหลายคน แต่ก็มักมีราคาสูงกว่า และควรดูฉลากประหยัดไฟควบคู่ไปด้วย
อย่าเลือกจากตำแหน่งฟรีซอย่างเดียว
แม้ตู้เย็นฟรีซบนมักถูกมองว่าใช้พลังงานคุ้มกว่าในหลายกรณี แต่การเลือกตู้เย็นจริง ๆ ไม่ควรดูแค่ตำแหน่งช่องฟรีซ
สิ่งที่ควรดูร่วมกันคือ
-
ขนาดตู้เย็นเหมาะกับจำนวนคนในบ้านหรือไม่
-
มีฉลากประหยัดไฟหรือไม่
-
ความจุพอดีกับพฤติกรรมการซื้อของหรือเปล่า
-
มีระบบ No Frost หรือไม่
-
เปิด-ปิดบ่อยแค่ไหนในแต่ละวัน
-
วางตู้เย็นในจุดที่ระบายความร้อนได้ดีหรือไม่
-
มีช่องลมภายในที่ไม่ถูกของวางบังหรือเปล่า
บางครั้งตู้เย็นเครื่องใหญ่เกินจำเป็น หรือวางของอัดแน่นจนลมเย็นไหลเวียนไม่ดี ก็อาจทำให้กินไฟมากกว่าที่ควร แม้จะเป็นรุ่นประหยัดไฟก็ตาม
เรื่องเล็กที่หลายคนไม่เคยสังเกต
ตำแหน่งของช่องฟรีซอาจดูเหมือนเป็นรายละเอียดเล็ก ๆ แต่จริง ๆ แล้วสะท้อนวิธีคิดของการออกแบบเครื่องใช้ไฟฟ้ามานานหลายสิบปี
การวางฟรีซไว้ด้านบนช่วยใช้ประโยชน์จากธรรมชาติของอากาศเย็นที่ไหลลงด้านล่าง ทำให้ระบบทำความเย็นทำงานได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะในตู้เย็นรุ่นเก่า
ส่วนตู้เย็นรุ่นใหม่ที่ย้ายฟรีซลงล่าง ก็ไม่ได้แปลว่าออกแบบผิด เพียงแต่ใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยชดเชย และเน้นความสะดวกในการใช้งานของคนในบ้านมากขึ้น
สรุปง่าย ๆ คือ ฟรีซบนเด่นเรื่องความเรียบง่ายและความคุ้มค่า ส่วนฟรีซล่างเด่นเรื่องความสะดวกในการหยิบของใช้ประจำวัน
สุดท้าย แบบไหนดีกว่ากันจึงขึ้นอยู่กับพฤติกรรมของแต่ละบ้านมากกว่า ถ้าเปิดช่องแช่เย็นบ่อย ทำอาหารทุกวัน และไม่อยากก้มบ่อย ฟรีซล่างอาจใช้งานสบายกว่า แต่ถ้าอยากได้ตู้เย็นที่ราคาไม่แรง ประหยัด และดูแลง่าย ฟรีซบนก็ยังเป็นตัวเลือกที่น่าใช้มากครับ
แหล่งที่มา: หลักการถ่ายเทความร้อนและการออกแบบระบบทำความเย็นของผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้า
อ้างอิง:
https://www.energystar.gov/products/refrigerators
https://www.energy.gov/energysaver/purchasing-and-maintaining-refrigerators-and-freezers
https://www.energy.gov/cmei/femp/purchasing-energy-efficient-residential-refrigerators
เขียนโดย พีรพัฒน์ พีพี
| นักเขียนสาระรอบตัว•วิทยาศาสตร์ใกล้ตัว•เรื่องที่คนมองข้าม
| 900+ บทความ | 400+ Hot Topic
| เจาะลึก อ่านง่าย ใช้ได้จริง
ยีนอ้วนมีจริงไหม? ทำไมบางคนกินเท่ากัน แต่อ้วนง่ายกว่า
อาชีพข้าราชการไทยที่เงินเดือนเยอะที่สุด
5 สถานที่อากาศบริสุทธิ์ที่สุดในประเทศไทย สูดลมหายใจได้เต็มปอด
เลขมงคล เพชรกล้า "เด็กชายนำโชค" 1/8/69
6 อาหารอุ่นซ้ำ กลายเป็นสารพิษหรือมะเร็ง จริงหรือไม่
10 เมนูแปลกๆ แดนอีสาน
เปิดตำนาน 7 ห้างสรรพสินค้าในอดีตที่เคยรุ่งเรือง
10 โรงแรมในตำนานของไทย ที่เคยโด่งดังแต่ปัจจุบันเหลือเพียงความทรงจำ
รู้หรือไม่? ไม่ใช่แค่ไทยที่กินข้าวเหนียว! เปิดรายชื่อ9ประเทศที่นิยมกิน "ข้าวเหนียว"
ทำไมเสาไม้ใต้เวนิสยังไม่ผุ
ทำไมเหาถึงไม่เคยสูญพันธุ์
8 รถจักรยานยนต์ที่คนนิยมใช้มากที่สุดในประเทศไทย
แชร์เทคนิคเขียนบทความ Postjung จากคนที่ลองผิดลองถูกเอง



