หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

รีวิวงานยกกระชับวัย 50 ที่กลัวเจ็บแต่ไม่เจ็บ ใครจะเชื่อเผลอหลับด้วย

โพสท์โดย nattgongolm

รีวิวงานยกกระชับวัย 50 ที่กลัวเจ็บแต่ไม่เจ็บ ใครจะเชื่อเผลอหลับด้วย ประสบการณ์ทำหน้า ที่ Dermatige ปิ่นเกล้า

พออายุเข้าเลข 5 อะไรที่คิดว่าง่ายก็จะยาก ผิวปัญหาผิวหน้า ปัญหาความหย่อยคล้อย แม้ว่าเราจะดูแลผิวตัวเองได้ดีแค่ไหน แต่ปัญหาผิวริ้วรอยตามวัยก็ยังเกิดขึ้นอยู่ดี

 

 

เดิมทีเราเป็นคนตัวเล็ก หลายคนอาจจะมองว่าไม่น่ามีปัญหา แต่ไม่เลย ด้วยความที่เราตัวเล็กแต่เป็นคนที่ก็มีกิจกรรมเยอะ จนมีช่วงนึงคุณหมอขอให้เพิ่มน้ำหนักตัวขึ้นมา 5+10 โลเพื่อสุขภาพที่ดีขึ้นอีกหน่อยของเรา

 

พอขึ้นมาได้ก็กลายเป็นว่า “หน้ามันบานออกและก็ไม่กระชับ” แล้วหน้าเนี่ยลดยากมากก ผู้หญิงทุกคนจะรู้เรื่องนี้ดี เราเลยอยากทำให้มันสมส่วนกับตัว แต่ไม่ได้อยากหน้าเรียวแหลมจนเกินไป

 

ยิ่งพออายุ 50 จะยิ่งเห็นถึงปัญหาบนใบหน้าเราได้เยอะมาก ไหนจะริ้วรอยที่ขึ้นตามวัย ไหนจะหน้าที่มันเริ่มบานและหย่อยคล้อย ไหนจะฝ้ากระ ทุกปัญหานี้ ที่ถึงแม้ว่าจะดูแลตัวเองด้วยการทาครีมแล้วบำรุงอย่างดีมาตลอดแล้ว ก็ช่วยได้ส่วนนึงเท่านั้นเราถึงตัดสินใจให้หัตถการมาช่วยเราเพื่อการดูแลตัวเอง

 

เราเข้าวงการนี้มาได้ 2 ปี ที่จริงแอบรู้สึกว่าตัวเองเข้าช้าไปน่าจะเข้ามาไวกว่านี้ เชื่อเหอะว่ามันดีจริงๆ

 

เราผ่านการฉีดBotox แก้ไขริ้วรอยไปปีที่แล้ว แล้วก็มีทำ UltraFill กระตุ้นคอลลาเจนไปไปเกือบจะ 2 ปีได้ แล้วก็ทำ ulthera ปีที่แล้วมา ตอนนั้นเจ็บมากตะโกนลั่นห้องเลยค่ะ จนต้องขอยาชาเพิ่ม ทำแล้วต้องแคนเซิลงานทุกอย่างแล้วกลับบ้าน เพราะแดงและเจ็บมากเลยแอบเข็ด

 

จนเดือนก่อนเห็นรุ่นพี่ผู้ชายที่ไดร์ฟกอล์ฟด้วยกันเค้าดูผอมลงแล้วหน้าเรียวขึ้น เลยทักแล้วเลยได้คุยกัน เค้าก็บอกว่าไปทำ shape up และ โปรแกรมหน้ายุง Ulthera prime กับ Mpt ที่ dermatige สาขาสยามมา เลยถามเค้าว่าเจ็บมั้ย เค้าบอกว่าหมอมือเบา แล้วไม่ห่วงยาชาด้วย ไม่เจ็บเลย นอนหลับได้เลย หลังจากโดนป้ายยาก็เคลิ้ม เลยเข้าไปดูรีวิวอื่นของ dermatige ก็เห็นหลายรีวิวบอกเหมือนกันว่าไม่เจ็บและก็เช็คสาขาว่ามีที่ไหนบ้าง เผื่อมีใกล้ๆบ้าน เพราะสยามไกลไปนิดนึง แล้วเห็นว่ามี “Dermatige สาขาเซ็นทรัลปิ่นเกล้า” ก็เลยทำการนัดวันเข้าไป

 

 

ด้วยความที่กลัวเจ็บแบบสุดๆ ก็เลยชวนรุ่นน้องไปเป็นเพื่อน เพราะรุ่นน้องก็กำลังสนใจทำหน้า กำลังหาข้อมูล เรียกว่ากำลังจะหัดเข้าสู่แวดวงนี้เหมือนกันเลยชวนไปเป็นเพื่อนด้วยเลย รุ่นน้องอยากไปดูเผื่อไว้เป็นตัวเลือกในการตัดสินใจ ส่วนเราต้องการกำลังใจ

 

เรานัดกับรุ่นน้องที่เซ็นทรัลปิ่นเกล้า ขับรถเข้าไปจอดในเซนทรัลปิ่นเกล้าได้เลยมาถึงแล้วเรา ก็แวะกินข้าวกันก่อน แล้วค่อนเดินไปที่ ฝั่ง Tower A กดลิฟท์ขึ้นไป ชั้น 7 หาไม่ยาก

 

 

 

 

 

 

พอไปถึงคลินิค น้องพนักงานก็เข้ามาต้อนรับอย่างดีเลยค่ะ ช่วยเช็กสภาพผิวและสอบถามจุดที่เรากับน้องกังวลใจแบบละเอียด พร้อมกับแนะนำโปรโมชั่นดีๆ ที่เหมาะกับเราให้ด้วยประทับใจมากค่ะ

 

 

วันนี้เราได้พบกับ “หมอแจ๊บ” ที่มาพร้อมอุปกรณ์ของเค้า

 

 

เราบอกหมอแจ๊บว่า ปัญหาหลักๆที่อยากทำวันนี้คืออยากทำ “Tightening” ยกแก้ม ปรับกรอบหน้า และก็ให้หมอดูส่วนที่กังวลเพิ่มเติม คือ

 

-คิ้วขวาตก รู้สึกว่าคิ้วขวาต่ำคิ้วซ้าย เวลามองกระจกจะเห็นชัดว่าหางมันปิดลง

 

-อยากกรอบหน้ามันเล็กลงมาอีกนิดนึง อยากเก็บแก้มกับปรับรูปหน้าให้เข้ากับตัวเรา เพราะรู้สึกมันบานหย่อยคล้อยและไม่กระชับด้วย

 

-เก็บพวกริ้วรอยเพิ่มเติม

 

หมอแจ๊บน่ารักมาก เราเข้าสู่วงการนี้มาได้ 2 ปีพอเข้าใจเรื่องชั้นผิวและการทำหัตถการแบบนี้มาบ้างพอสมควรแล้ว แต่หมอแจ๊ปก็อธิบายให้รุ่นน้องเราเข้าใจด้วย ว่าผิวมีทั้งหมดกี่ชั้น แล้วหน้าเราที้มาทำวันนี้คือชั้นไหน ต้องทำอะไรบ้าง ชั้น smash (ไม่รู้เขียนถูกไหม) คือชั้นอะไร และจะทำอะไรแบบไหนให้กับเราบ้าง ให้เห็นรุ่นน้องได้ภาพชัดเจน

 

สำหรับเราปัญหาใหญ่อีกอย่างของเราในวันนี้ที่ย้ำกับหมอแจ๊บเลยคือ ”กลัวเจ็บ” แบบกลัวเจ็บจริงแอบเข็ด เพราะเคยทำที่อื่นเจ็บจนต้องรอขอยาชาเพิ่มมาแล้ว หมอแจ๊บก็รับทราบแล้วก็แจ้งว่าอาจจะอยู่ที่เทคนิคของหมอแต่ละคน และหมอก็รับปากว่าจะดูแลอย่างดีที่สุดตลอดการทำหัตถการ

 

 

โปรแกรมที่เราทำวันนี้คือ

 

-Ulthera PRIME 300 ช็อต +Ultraformer MPT 600 ช็อต “ปรับยกแก้มขึ้นและให้กระชับ”

 

(เฉพาะของเรานะ ไม่อยากให้เอาไปเปรียบเทียบกันเพราะเหมาะแต่ละสภาพชั้นผิวแต่ละคนและเทคนิคของหมอด้วย )

 

-เพิ่ม Botox Toxin “ลดริ้วรอยที่มาอายุและจากการแสดงอารมณ์” เพราะว่าเราฉีดไปตอนปีที่แล้วมาถึงตอนี้มันก็เริ่มหายไปละก็ถึงเวลาเติมพอดี ก็เพิ่มตรงหางตา เพื่อทำให้คิ้วทั้งสองข้างดูเท่ากัน และดูดีขึ้น

 

ส่วนกระตุ้นคอลลาเจน ค่อยดูอีกที (Stro-Fill) เพราะหมอแจ๊บบอกว่าของเรายังมีอยู่

 

แล้วหมอแจ๊บก็ถามเพิ่มว่ามีอะไรอีกมั้ยที่เรากังวล เราก็เลยบอกว่าจริงอีกปัญหานึงเลยเรากังวลเรื่อง “ฝ้ากระ” เราเป็นฝ้ากระหนักมาก หมอแจ๊บก็บอกว่าถ้าฝ้ากระที่ dermatige จะมี 2 โปรแกรม ซึ่งอันนี้เราเก็บไว้ทำที่หลัง คือ

 

-PiCO Second

 

-Micro Needle rf

 

หมอแจ๊บบอกว่าเราน่าจะไหวที่ PiCO ซึ่งฝ้าเนี่ยไม่ใช้ว่าลงหัตถการเดียวหรือครั้งเดียวแล้วจะหายไป ซึ่งวันนี้เราต้องรักษาชั้นผิวลึกก่อน แล้วค่อยมาเก็บงานผิวอีกที เพราะการรักษามันต้องทั้งทา ทั้งกิน ทั้งฉีด ไปด้วยพร้อมกัน ไว้ค่อยมาดูชนิด แล้วมาดูข้อแนะนำเพิ่มเติมอีกที

 

ซึ่งจริงอย่างที่หมอแจ๊บบอก ฝ้ากับกระนี่หลายคนจะรู้ปัญหาว่ารักษายากมากและจะใช้เวลานาน ยิ่งอายุเยอะก็ยิ่งรักษายาก และเราก็รักษาอยู่ เลยอยากจะบอกทุกๆคนตัวโตๆเลยว่า “ทากันแดดกันนะคะทาไปเถอะคะ ไม่แต่งหน้าก็ควรทา ไม่ควรมองข้าม” เราชอบความไม่ยัดเยียดของหมอนะคือหมอฟังปัญหารูปหน้าเรา ไม่ยัดเยียดว่าต้องทำอะไรเพิ่ม หรือต้องให้ทำเผื่อ ไหวที่ตรงไหน ทำแค่ตรงนั้น ซึ่งตรงนี้ดีมากๆ

 

อันนี้คือรูปหน้าเราก่อนทำ ให้รุ่นน้องถ่ายไว้ให้ ขออภัยทุกคนไว้ ณ. ที่นี้ แม้ว่าเราจะอยากรีวิวก็แต่ขออนุญาตปิดหน้าไว้นิดนึง เดี๋ยวคนรู้ว่าวัย 50 คนนี้ยังไม่ยอมแพ้แรงโน้มถ่วงของโลก

 

 

หลังจากคุยกับหมอเสร็จ ก็ย้ายตัวเองเข้าห้องหัตถการเพื่อน้องพนักงานเตรียมคลีนหน้าและทายาชา ระหว่างนี้ น้องก็จะคอยบอกทุกขั้นตอนว่าจะทำอะไรที่หน้าเราบ้าง ลงอะไรที่หน้าเราบ้าง เช่น “ขออนุญาติทำเช็คทำความสะอาดหน้านะคะ” “กำลังใช้สำลีเปียกจะเย็นหน่อยนะคะ” และบอกว่าก่อนจะลงยาชา

 

เดี๋ยวหมอจะมาขอแสกนดู smash ชั้นผิวเพื่อประเมินจำนวนชอตว่าต้องใช้กี่ชอต เพื่อวางแผนการใช้เครื่อง mpt ให้เหมาะกับชั้นผิวเรา

 

 

ระหว่างนี้ก็ถามน้องว่า “หลังจากทำแล้วเราแต่งหน้าได้เลยไหม ทำกิจกรรมปกติได้เลยมั้ย?”

 

น้องพนักงานบอกว่า “ได้ปกติ แต่

 

-ของดแต่งหน้าก่อนซัก 2 ชั่วโมง เพราะว่ายาขายังมีอยู่ แล้วเครื่องที่เราทำจะมีความร้อนทำให้รูขุมขนเราเปิดอยู่ ถ้าแต่งหน้าเลยอาจจะมีอุดตัน น้องแนะนำเพิ่มว่า

 

-คืนนี้อยากแนะนำให้ทามอยเจอร์ไรเซอร์เยอะๆหรือมาร์กหน้าที่เป็นแผ่นจะดีขึ้น

 

แนะนำพวกสูตรไฮยา ที่เติมน้ำให้ผิวจะดีมากๆ เพราะถ้ายิ่งเป็นคนผิวแห้ง จะยิ่งทำให้ผิวแห้งขึ้น

 

-ส่วนพวกเครื่องความร้อน อบซาวน่า เลเซอร์ขอเว้น 2 อาทิตย์ ไม่งั้นมันจะเป็นความร้อนซ้ำซ้อนกันเครื่องยกกระชับที่เราทำวันนี้

 

และด้วยเราเป็นคนผิวขาวน้องเลยแจ้งว่า ถ้าเป็นรอยอาจจะมีเขียวบ้าง แต่เดี๋ยวจะให้คุณหมอประเมินและจ่ายยาแต้มเขียวและยาลดบวมให้

 

หลังจากคลีนหน้าเสร็จแล้วหมอแจ๊บเข้ามาสแกนหน้าเพื่อประเมินผิว

 

หน้าจอจะเห็นชั้นผิวของเรา ตั้งแต่ชั้นแรกจนถึงชั้น smash (ไม่รู้สะกดแบบนี้หรือเปล่านะ)และบอกว่าผิวหน้าเราแต่ละชั้นเป็นแบบไหน แต่ละชั้นเป็นยังไงบ้าง ชั้นไขมันโอเคมั้ยแล้วจะให้เครื่องปล่อยพลังงานทำงานไปถึงชั้นไหน และต้องใช้พลังงานเท่าไหร่ พร้อมกับบอกเราว่าอันนี้เป็น “เครื่องใหม่ จอใหญ่ ยิ่งไว เจ็บน้อย”

 

 

หมอแจ๊บบอกว่า ของเราผิวแต่ละชั้นยังคงออกมาโอเคยังคงปกติตามวัยพร้อมชมว่า ดูแลผิวอย่างดีเลย แต่ก็นั่นแหละค่ะ แม้ว่าจะดูแลดี แต่ก็ต้านทานแรงโน้มถ่วงของโลกไม่ได้อยู่ดี ย้ำอีกครั้งว่านี้คืออีกหนึ่งเหตุผลที่เราต้องพึ่งหมอและหัตถการ 555

 

พอเสร็จก็ทายาชาและรอเวลา 30 นาทีให้ยาชาทำงาน ระหว่างรอก็นั่งคุยกับรุ่นน้องที่มาด้วยกันเรื่องการทำหน้า ระหว่างที่คุยกับยังกังวลเรื่องความเจ็บ แบบเตรียมใจกับความเจ็บไว้แล้ว รุ่นน้องก็ขอถ่ายรูปเก็บไว้ด้วยเพื่อประกอบการตัดสินใจของตัวเอง

 

 

พอถึงเวลาที่ทำจริงผิดคาดไว้มาก คือไม่เจ็บเลย แบบไม่เจ็บจริงๆ คือรู้สึกได้ว่ามีพลังงานอุ่นๆเข้าที่หน้าแต่ไม่รู้สึกเจ็บเลย จนต้องถามหมอว่าที่ทำอยู่นี้พลังงานเท่าไหร่ ทำไมไม่เจ็บเลย ซึ่งก็เป็นค่าปกติที่เค้าทำกัน

 

หมอจะคอยสลับข้างทำ เริ่มจากแก้มขวาแล้วสลับไปแก้มซ้ายแบบนี้ ระหว่างทำก็คุยกับหมอคุยกับน้องไปด้วย หลังจากทำแก้มทั้ง 2 ข้างเสร็จก็ไปต่อที่บนคิ้วที่เราคิดว่าจะต้องเจ็บแน่ๆ แต่ก็ไม่เจ็บเลย อันนี้ก็เซอร์ไพร์มาอีกเหมือนกัน ถือว่าหมอมีฝีมือและเทคนิคในการทำหน้าให้เราดีจริงๆ ตลอดการทำไม่มีเจ็บเลย

 

 

พอทำโปรแกรมแรกเสร็จก็เห็นได้ด้วยตาเราว่ามันยกกระชับขึ้น น้องที่มาด้วยกันก็เห็นว่ามันกระชับขึ้นยิ่งตรงคอที่เป็นเหนียงน้อยๆก็ยกขึ้นไปแบบเห็นได้ชัด

 

 

เสร็จแล้วก็เติม Botox ที่ข้างคิ้ว หน้าฝาก ระหว่างคิ้ว ต่อทันที อันนี้อยากบอกว่าหมอมือก็เบามากกถึงมากที่สุด มือไวมาก เติมไวมากก และใช้เวลาแป๊บแบบแป๊บเดียวจริงๆ ระหว่างนี้น้องผู้ช่วยก็เอาน้ำแข็งมาค่อยประคบให้ตามจุดที่ฉีด คือเจ็บน้อยมาก และนี้ผลลัพท์หลังทำ เราพอใจมาก

 

 

เราใช้เวลาทั้งหมดตั้งแต่เดินเข้าประตูมา ไม่เกิน 3 ชั่วโมง

 

ทำเสร็จเราก็ไปทำธุระต่อได้เลย เพราะไม่ได้บวมมาก ตรงที่เติมโบท๊อกก็ไม่มีจุดหรือรอยอะไรมาก

 

 

นี่เราชอบ Dermatige มากนะปกติไม่ค่อยได้เขียนรีวิวยาวๆ แต่ครั้งนี้ประทับใจสุด ชอบตั้งแต่พนักงานที่ไม่ได้ยัดเยียดโปรเลย รู้สึกสบายใจตั้งแต่เข้าไป คอยถามตลอดว่าทานอะไรมารึยัง? ทานขนมหรือรับเครื่องดื่มอะไรมั้ย? ซึ่งที่นี่เค้าจะมีโซนรับรองที่มีขนมกับน้ำ กาแฟชาให้กดเองได้เลย

 

แล้วก็ประทับใจคุณหมอสุดๆ เพราะคุณหมออธิบายละเอียด เข้าใจง่าย รวมถึงอธิบายให้รุ่นน้องที่มากับเราฟังด้วยแบบไม่รีบเลย ทั้งที่น้องเรายังไม่ได้ตัดสินใจทำ มาขอเก็บข้อมูลไปก่อน อีกอย่างที่ชอบมากคือคุณหมอเข้าใจและรับฟังในสิ่งที่เรากังวลจริงๆไม่ได้รีบขายหรือให้เราเพิ่มอะไรเน้นอธิบายให้เราเข้าใจ แล้วที่สำคัญคือหมอมือเบามากกก แบบแทบไม่เจ็บเลย ยิ่งทำให้รู้สึกว่าเทคนิคของหมอที่ Dermatige ดีจริงๆ ยังไงก็คิดว่าคงกลับมาทำส่วนอื่นๆที่นี่ต่อแน่นอน

 

 

สุดท้ายนี้ หลายคนอาจเคยได้ยินว่า “เข้าวงการหัตถการแล้วจะออกยาก” แต่จากประสบการณ์ของเรา เราว่าถ้ามีโอกาส ก็เลือกทำเถอะเราเลือกทำอย่างเหมาะสมได้ อยากให้เริ่มดูแลตัวเองตั้งแต่เนิ่นๆ ไว้ดีกว่า อย่ารอให้อายุเยอะแล้วค่อยรีบทำทีเดียวหนักๆ ค่อยๆดูแลไปพร้อมกับการทาครีม ดูแลผิวอะไรก็ว่าไป และเลือกทำหัตถการที่เหมาะกับตัวเองตามวัยของเรามันช่วยได้มากกว่าในระยะยาว เพราะบางอย่าง ถ้าปล่อยไว้นานเกินไป สุดท้ายอาจแก้ยากกว่าเดิม หรือจำเป็นต้องทำหนักขึ้น จริงๆแล้วหัตถการก็เป็นอีกตัวช่วยที่มีประโยชน์และเห็นผลจริงนะ

 

ยิ่งเดี๋ยวนี้มีทั้งรีวิวและข้อมูลให้ศึกษาก่อนตัดสินใจเยอะมาก ทำให้เราเลือกได้อย่างเหมาะสมและปลอดภัยขึ้น คลินิกเสริมความงามสมัยนี้มีเยอะมากเลย มีทั้งเครื่องมือเทคโนโลยี หรือโปรที่คล้ายๆกันเต็มไปหมด จนบางทีรู้สึกว่าทำที่ไหนก็ได้น่าออกมาเหมือนกัน แต่จากประสบการณ์ของเรา สิ่งสำคัญอีกอย่างที่อยากให้ใช้ในการตัดสินใจจริงๆ คือ “เทคนิคของหมอ” เพราะต่อให้ใช้เครื่องเดียวกัน เทคโนโลยีเดียวกัน ผลลัพธ์อาจจะต่างกันได้ จากประสบการณ์ มุมมอง และเทคนิคเฉพาะของแต่ละคนสุดท้ายแล้ว เครื่องมือที่ดีคือส่วนหนึ่ง แต่ฝีมือและความเข้าใจของหมอ คือสิ่งที่ทำให้ผลลัพธ์ออกมาดีและเหมาะกับเราจริงๆ

 

 

#งานยกกระชับ #รีวิวคลินิกเสริมความงาม #หมอDermatige #ultheraPrime #Botox

ขอบคุณเนื้อหา และสามารถติดตามเพิ่มเติมได้ที่: https://mindtheglabbetween.wixsite.com/betweenyou
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
nattgongolm's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 7 ครั้ง
โพสท์โดย nattgongolm
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
จังหวัดในประเทศไทย ที่ไม่มีห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ตั้งอยู่เลยนอนดึกเป็นประจำ อาจกระทบมากกว่าความง่วงที่เห็นตอนเช้าสสารมืดคืออะไร? ทำไมสิ่งที่มองไม่เห็นจึงสำคัญต่อจักรวาลค่าดองสาวลาวปัจจุบัน เรียกกันเท่าไหร่ ต้องเตรียมอะไรบ้าง5 มือถือสเปกดีแต่ไม่ค่อยได้รับความนิยมในประเทศไทยสิบเลขขายดีแม่จำเนียร งวด 1/7/693 ปัจจัยหลักที่ทำให้ชาวฝรั่งเศสไม่นิยมติดตั้งเครื่องปรับอากาศ"ความลับบนรถที่คนขับทุกวัน แต่ไม่เคยรู้" ฟังก์ชันเล็ก ๆ ที่ซ่อนอยู่บนรถและช่วยชีวิตได้มากกว่าที่คิดทำไมกระเป๋าเดินทางรุ่นใหม่ถึงใช้ 4 ล้อ? เรื่องเล็กที่คนเดินทางบ่อยถึงรู้ว่าต่างกันมากรายได้ 10 สายการบินชั้นนำสถิติหวยออกวันพุธย้อนหลัง แนวโน้มเลขซ้ำและรูปแบบที่คนชอบใช้วิเคราะห์สืบสวน สภ.ปลายพระยา ลุยกวาดล้างยาเสพติด รวบ 5 คดี จับผู้ต้องหา 5 ราย
กระทู้อื่นๆในบอร์ด เรื่องราวสุขภาพ
อยากยกกระชับแต่ไม่อยากไปถึงศัลยกรรมมีแบบไหนให้เลือกบ้าง?เมื่อผู้ชายวัย 49ต้องเข้าคลินิกทำหน้าครั้งแรกจะดีกว่ามั้ยถ้ามะเร็งได้รับการรักษาที่รวดเร็วมะเร็งรอไม่ได้ ไม่ต้องรอ ต้องรักษาทันที
ตั้งกระทู้ใหม่