เอ่ยชื่อคือคำรัก - รักวัยเยาว์ในแสงฤดูร้อน (Call Me By Your Name)
🍑Call Me By Your Name 🍑
"Call me by your name and I’ll call you by mine."
🍑Call Me By Your Name เป็นภาพยนตร์แนว Coming of Age ความยาว 2 ชั่วโมง 10 นาที ที่เข้าฉายในปี 2017 ถ่ายทอดเรื่องราวท่ามกลางบรรยากาศอันอบอุ่นของฤดูร้อนในประเทศอิตาลี ปี 1983 ผ่านการเล่าเรื่องที่เรียบง่ายแต่เปี่ยมไปด้วยอารมณ์และความหมาย
ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้รับเสียงชื่นชมอย่างล้นหลาม พร้อมทั้งได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลสำคัญมากมาย ด้วยฝีมือการกำกับของ Luca Guadagnino และงานกำกับภาพชาวไทยอย่างคุณสยมภู มุกดีพร้อม ที่สามารถถ่ายทอดความงดงามของธรรมชาติ แสง สี และบรรยากาศของฤดูร้อนออกมาได้อย่างละเมียดละไม จนทำให้ทุกฉากเต็มไปด้วยความรู้สึกมีชีวิต และพาผู้ชมดำดิ่งเข้าสู่โลกของตัวละครได้อย่างลึกซึ้ง
อีกสิ่งหนึ่งที่เราสังเกตุได้ คือ การเปลี่ยนฉากอย่างฉับพลัน (เราไม่แน่ใจว่ามีคำศัพท์เทคนิคไหม) แต่ทุกฉากกลับเชื่อมโยงถึงกันได้อย่างสวยงาม ซึ่งเราชอบมาก ๆ
สิ่งที่ทำให้ Call Me By Your Name เป็นมากกว่าภาพยนตร์โรแมนติกดราม่า คือการเล่าเรื่องของการเติบโต (Coming of Age) ผ่านประสบการณ์ของวัยรุ่นคนหนึ่งอย่าง เอลิโอ (Timothée Chalamet) ที่ได้เรียนรู้เรื่องราวต่าง ๆ ตลอดช่วงเวลา 6 สัปดาห์ของฤดูร้อน โดยมี โอลิเวอร์ (Armie Hammer) เข้ามาเป็นผู้มอบประสบการณ์รักครั้งแรกให้กับเอลิโอ วัย 17 ปี จนทำให้เขาได้เรียนรู้ความรัก ค้นหาตัวตน และนำไปสู่การยอมรับความรู้สึกของตนเองผ่านความสัมพันธ์ที่ค่อย ๆ ก่อตัวขึ้นท่ามกลางช่วงเวลาสั้น ๆ ของฤดูร้อน ระยะแสนสั้นนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงเรื่องราวของความรักเท่านั้น แต่ยังเป็นช่วงเวลาสำคัญที่หล่อหลอมให้ตัวละครเติบโตทั้งทางอารมณ์และความคิดอีกด้วย
นอกจากนี้ เพลงประกอบภาพยนตร์เป็นสิ่งที่จะไม่พูดถึงไม่ได้ เพราะเพลงแต่ละเพลงล้วนช่วยขับเคลื่อนอารมณ์ของเรื่องได้เป็นอย่างดี โดยเพลงของ Sufjan Stevens ที่ถูกใช้ในภาพยนตร์มีการเรียบเรียงและถ่ายทอดผ่านภาษาที่สละสลวย โดยมี 2 เพลงที่เป็นที่รู้จักกันมากที่สุด ได้แก่ Mystery of Love และ Visions of Gideon ส่วนดนตรีที่เราชื่นชอบเป็นพิเศษในภาพยนตร์เรื่องนี้ คือ Sonatine bureaucratique และ Hallelujah Junction ของ John Adams ทั้ง 1st Movement และ 2nd Movement ที่ช่วยเสริมบรรยากาศและอารมณ์ของเรื่องได้อย่างลงตัว
ประโยคที่ชอบจาก Call Me By Your Name ถ้าเลือกที่ทั้งสวยและมีความหมาย มีหลายประโยคมาก เช่น
ที่มา: https://pin.it/4tL43Htt2
"Call me by your name and I’ll call you by mine." แปลได้ว่า เรียกฉันด้วยชื่อของเธอ แล้วฉันจะเรียกเธอด้วยชื่อของฉัน
จากประโยคข้างต้น เราคิดว่าเป็นการสื่อถึงการหลอมรวมตัวตนของเอลิโอและโอลิเวอร์เข้าด้วยกัน จนแทบไม่เหลือเส้นแบ่งระหว่าง "ฉัน" กับ "เธอ" นอกจากที่ทั้งสองคนจะเป็นชาวยิวเหมือนกันแล้ว ทั้งคู่ยังเป็นชายสองคนที่มีความรู้สึกลึกซึ้งต่อกันในยุคที่ความรักรูปแบบนี้ยังไม่ได้รับการยอมรับ การเรียกอีกฝ่ายด้วยชื่อของตนเอง จึงไม่ใช่เพียงคำพูดที่แสดงความรัก แต่ยังเป็นการยอมรับตัวตนของอีกฝ่ายราวกับเป็นส่วนหนึ่งของตนเอง เป็นช่วงเวลาที่ทั้งสองคนเชื่อมโยงกันทั้งในฐานะคนที่มีความรู้สึกดี ๆ ต่อกัน และในฐานะมนุษย์ที่ต่างเข้าใจความรู้สึกของกันและกันอย่างลึกซึ้ง
ที่มา: https://pin.it/5xogvSfBM
อีกประโยคที่หลายคนจำได้มาก และตอนนี้นี้จนปัจจุบันประโยคนี้ก็ถูกนำมาใช้ซ้ำ ซึ่งกำลังฮิตอยู่ในช่องของ Tiktoker ต่างชาติท่านหนึ่ง ช่อง amine (@notamine) เป็น ประโยคที่แม่ของเอลิโออ่านจากวรรณกรรมฝรั่งเศสเรื่องหนึ่งที่เล่าถึงความสัมพันธ์ของเจ้าหญิงกับองค์รักษ์โดยมีประโยคที่กล่าวว่า
"Is it better to speak or to die?" แปลได้ว่า มันจะดีกว่าไหมกับการพูดความรู้สึกออกไปแทนที่จะปล่อยให้มันตายไปพร้อมกับเรา (เราอาจไม่ได้แปลตรงตัว เพราะเราคิดว่าถ้าแปลตรงตัวมันอ่านแล้วไม่เป็นธรรมชาติเท่าไหร่)
จากประโยคข้างต้น เราคิดว่าเป็นประโยคที่แสดงถึงความลังเลของเอลิโอ ว่าจะบอกความรู้สึกกับโอลิเวอร์ดีไหม และเอลิโอก็หยิบประโยคนี้ไปพูดกับโอลิเวอร์เช่นเดียวกัน ซึ่งโอลิเวอร์ก็ถามกลับว่า
"แล้วองค์รักษ์หนุ่มคนนั้นได้พูดออกไปหรือเปล่า" และแน่นอนว่าคำตอบคือ "ไม่"ก่อนที่โอลิเวอร์จะแซวว่า "แน่ล่ะ ก็เขาเป็นหนุ่มฝรั่งเศสนี่"
เราคิดว่าองค์รักษ์หนุ่มไม่ได้เป็นตัวแทนของโอลิเวอร์หรือเอลิโอเพียงคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นตัวแทนของทั้งคู่ เพราะตลอดทั้งเรื่อง ทั้งสองคนต่างก็ไม่กล้าเปิดเผยความรู้สึกของตัวเองออกมาตรง ๆ โอลิเวอร์เลือกเก็บความรู้สึกไว้ภายใต้ท่าทีที่นิ่ง และเข้าถึงยาก จนเอลิโอไม่ชอบขี้หน้าเขาในตอนแรก ประโยคนี้จึงแสดงถึงความกลัวของคนสองคน และเมื่อมีคนหนึ่งกล้าพูด ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ก็เริ่มต้นขึ้น
จากที่เราตีความไป จะนำไปสู่อีกบทสนทนาหนึ่งที่เราชอบในภาพยนต์เรื่องนี้ ซึ่งมาจากฉากที่เอลิโอสารภาพความรู้สึกต่อโอลิเวอร์ตรงอนุสาวรีย์สงครามโลกครั้งที่ 1 โดยเอลิโอพูดว่า
"If you only knew how little I know about the things that really matter."
เราตีความว่า เอลิโอกำลังบอกว่า ถึงแม้เขาจะเป็นคนรู้เรื่องต่าง ๆ มากมาย แต่เมื่อเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุดสำหรับเขาในตอนนั้น อย่างความรักและความรู้สึก เขากลับไม่รู้เลยว่าควรทำอย่างไร
โอลิเวอร์จึงถามกลับว่า "Why are you telling me this?" และเอลิโอตอบว่า "Because I thought you should know." ก่อนจะค่อย ๆ พูดพึมพำกับตัวเองว่า "Because I want you to know."
ที่มา: https://pin.it/3Y5cjFEyd
สำหรับเรา ประโยคนี้คือช่วงเวลาที่เอลิโอเลิกซ่อนความรู้สึกไว้ข้างใน จากเดิมที่พูดว่า "ฉันคิดว่านายควรรู้" กลายเป็น "ฉันอยากให้นายรู้" ความแตกต่างเพียงไม่กี่คำนี้ทำให้เห็นว่า เอลิโอไม่ได้กำลังหาเหตุผลมาอธิบายความรู้สึกของตัวเองแบบอ้อม ๆ อีกต่อไป แต่กำลังพูดในสิ่งที่หัวใจของตัวเองต้องการจริง ๆ แม้สุดท้ายเลือกที่จะพึมพัมกับตัวเองเท่านั้น
สำหรับเรา ประโยคนี้คือคำตอบของประโยค "Is it better to speak or to die?" เพราะท้ายที่สุดแล้ว เอลิโอก็เลือกที่จะพูด แม้จะไม่รู้ว่าผลลัพธ์จะออกมาเป็นอย่างไร เขาไม่ได้พูดเพราะหวังว่าโอลิเวอร์จะตอบรับความรู้สึก แต่พูดเพราะไม่อยากปล่อยให้ความรู้สึกนั้นตายไปพร้อมกับตัวเอง
และสุดท้าย จะไม่พูดถึงเลยไม่ได้ เพราะเราคิดว่าเป็นประโยคที่ทรงพลังมาก และให้ข้อคิดกับผู้ชมได้ คือ ประโยคที่พ่อพูดกับเอลิโอว่า
"We rip out so much of ourselves to be cured of things faster that we go bankrupt by the age of thirty." แปลได้ว่า เรามักฉีกทึ้งบางส่วนของตัวเองทิ้ง เพื่อให้ความเจ็บปวดหายไป จนอายุสามสิบ เราแทบไม่เหลือตัวตน (หรือความรู้สึก) มอบแก่ใครอื่นอีกเลย
สำหรับเรา ประโยคนี้คือหัวใจของภาพยนตร์ เพราะพ่อไม่ได้บอกให้เอลิโอ ลืมความรักครั้งนี้ หรือรีบก้าวผ่านความเจ็บปวด แต่กลับบอกให้เขายอมรับความรู้สึกนั้น เพราะทั้งความสุขและความเจ็บปวดล้วนเป็นส่วนหนึ่งของการเติบโต หากเรารีบผลักความเจ็บปวดออกไป เราอาจกำลังผลักทิ้งช่วงเวลาที่หล่อหลอมให้เราเป็นตัวเราในวันนี้ ซึ่งนั่นเองคือสิ่งที่ทำให้ Call Me By Your Name เป็นภาพยนตร์ Coming of Age ที่งดงามและเป็นภาพยนตร์เรื่องโปรดอันดับหนึ่งของเราตลอดไป
โพสท์โดย Bougainvillea
ช่องทางติดตามอื่น ๆ
TikTok: Bougainvillea (@belloda.4)
YouTube: Raelynn Jann (https://youtu.be/0OdeIR7A3Zw?si=OFdT55sczba6xlrB)
ชนสนั่นแผง! เสือตกถังฯ ปะทะ ม้าสีหมอก 16/7/69 เลขเด่นตรงกันตัวเดียวเน้นๆ
มาแล้ว! เลขเด็ดม้าสีหมอก งวดวันที่ 16/7/69
3 จังหวัดที่ถูกพูดถึงว่ามีคนถูกรางวัลที่ 1 บ่อยที่สุด
10 รถจักรยานยนต์ยอดนิยมยุค 90 ที่คนไทยยังจำได้
เลข 67 คืออะไร ทำไมเด็กเจนใหม่พูดกันทุกวัน
เชือกสีแดงบนไหล่ตำรวจ คืออะไร และมีไว้ใช้ทำหน้าที่อะไร?
ผัวบอก “เราแยกกันอยู่แล้ว” แต่ยังไม่หย่า ไปมีคนใหม่ได้จริงหรือ? กฎหมายตอบชัด กับสิ่งที่หลายคนเข้าใจผิด อาจทำให้เสียทั้งเงิน ครอบครัว และอนาคต
5 ต้นไม้มงคล ปลูกแล้วเชื่อกันว่าช่วยเสริมโชคลาภ การงาน และความมั่นคง
เมื่อคุณแม่ซื้อเสื้อในมาใหม่ แต่ดันคับเกินไปนิสนึง ได้เวลาเปิดระบบขยายด่วน
สูตรคำนวณหาแนวทาง งวด 16/7/69
3 เมนูอาหารไทยยอดฮิต ที่ชาวอเมริกันมักสั่งซ้ำ
บางกอกรีคอร์เดอร์ หนังสือพิมพ์ฉบับแรกในสยาม
เขตของกรุงเทพมหานคร ที่มีสภาพเป็นพื้นที่ชนบทมากที่สุด
Victim (1961)-เมื่อความรักกลายเป็นอาชญากรรมในสายตาสังคม
28 มิถุนายน: วันแห่งความภาคภูมิใจสโตนวอลล์ (Stonewall Day) จุดเริ่มต้นของการต่อสู้เพื่อความเท่าเทียม
คนโสดเกย์เริ่มหาแฟนจากที่ไหนได้บ้าง ให้ปลอดภัยและไม่รีบร้อน
มาแล้วเพจInfluencer คนดัง LGBTQIA+ สายฮา มอบความสุข ยิงมุกสนั่นโซเชียลมีเดีย



