"AI Data Center" อาจส่งผลทำให้อุณหภูมิพุ่งสูงถึง 9.1 องศาเซลเซียส!
AI Data Center ไม่ได้เป็นแค่เบื้องหลังของเทคโนโลยีอัจฉริยะที่เราใช้กันทุกวัน แต่ยังอาจกลายเป็นแหล่งกำเนิด “ความร้อนส่วนเกิน” ที่ส่งผลต่อสภาพแวดล้อมรอบข้างมากกว่าที่หลายคนคิด
เมื่อ AI เติบโตเร็วขึ้น ความต้องการประมวลผลข้อมูลก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย นั่นหมายความว่า ศูนย์ข้อมูล ต้องมีเซิร์ฟเวอร์จำนวนมหาศาลทำงานตลอด 24 ชั่วโมง และเครื่องจักรเหล่านี้ไม่ได้ใช้แค่ไฟฟ้า แต่ยังสร้างความร้อนสะสมจำนวนมาก
ความร้อนที่เกิดขึ้นภายในศูนย์ข้อมูลจำเป็นต้องถูกระบายออกมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันไม่ให้อุปกรณ์เสียหาย ระบบทำความเย็นจึงกลายเป็นหัวใจสำคัญของ Data Center แต่ในอีกด้านหนึ่ง ความร้อนที่ถูกระบายออกสู่ภายนอกก็อาจส่งผลต่ออุณหภูมิบริเวณรอบ ๆ ได้เช่นกัน
เกาะความร้อนจากข้อมูล คืออะไร
งานวิจัยจากมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ได้วิเคราะห์ข้อมูลจากดาวเทียม และพบปรากฏการณ์ที่เรียกว่า Data heat island effect หรืออาจเรียกแบบเข้าใจง่ายว่า “เกาะความร้อนจากข้อมูล”
แนวคิดนี้คล้ายกับปรากฏการณ์เกาะความร้อนในเมือง ที่พื้นที่ซึ่งมีอาคาร ถนน และกิจกรรมของมนุษย์หนาแน่น มักมีอุณหภูมิสูงกว่าพื้นที่โดยรอบ เพียงแต่ในกรณีนี้ แหล่งความร้อนสำคัญมาจากศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่ที่รองรับการประมวลผลของ AI และระบบดิจิทัลจำนวนมาก
จากข้อมูลในงานวิจัยดังกล่าว พบว่าอุณหภูมิพื้นผิวดินในพื้นที่รอบศูนย์ข้อมูลอาจสูงขึ้นเฉลี่ยราว 2 องศาเซลเซียส หลังเริ่มดำเนินงาน และในบางกรณีที่รุนแรง อาจพบความแตกต่างสูงถึงประมาณ 9.1 องศาเซลเซียส
ตัวเลขนี้ไม่ได้หมายความว่าทุก Data Center จะทำให้อากาศร้อนขึ้นเท่ากันทั้งหมด เพราะผลกระทบขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ขนาดของศูนย์ข้อมูล ปริมาณพลังงานที่ใช้ วิธีระบายความร้อน สภาพเมืองเดิม และภูมิอากาศในพื้นที่นั้น ๆ
ความร้อนอาจไม่ได้หยุดแค่รั้วอาคาร
สิ่งที่ทำให้ประเด็นนี้น่ากังวล คือความร้อนจากศูนย์ข้อมูลอาจไม่ได้จำกัดอยู่แค่บริเวณตัวอาคารเท่านั้น งานวิจัยระบุว่าผลกระทบด้านอุณหภูมิอาจแผ่ออกไปได้หลายกิโลเมตร และมีการประเมินว่าประชากรจำนวนมากทั่วโลกอาศัยอยู่ในพื้นที่ที่อาจได้รับอิทธิพลจากความร้อนลักษณะนี้
นี่จึงไม่ใช่เรื่องไกลตัวเฉพาะคนในวงการเทคโนโลยี แต่เกี่ยวข้องกับการวางผังเมือง คุณภาพชีวิตของชุมชน และการออกแบบโครงสร้างพื้นฐานในอนาคต
เพราะในวันที่อากาศร้อนจัดอยู่แล้ว ความร้อนเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยก็อาจทำให้คนบางกลุ่มได้รับผลกระทบมากขึ้น โดยเฉพาะผู้สูงอายุ เด็กเล็ก คนทำงานกลางแจ้ง หรือชุมชนที่มีพื้นที่สีเขียวน้อย
เมืองสเลาในอังกฤษ กลายเป็นตัวอย่างที่ถูกจับตา
กรณีของเมือง สเลา ประเทศอังกฤษ ถูกยกเป็นหนึ่งในตัวอย่างที่น่าสนใจ เพราะพื้นที่นี้เป็นศูนย์กลาง Data Center ขนาดใหญ่ของยุโรป มีศูนย์ข้อมูลจำนวนมากตั้งอยู่ใกล้ชุมชนและเขตเมือง
รายงานจาก The Guardian ระบุว่าคนในพื้นที่บางส่วนเริ่มตั้งคำถามถึงความร้อนที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในช่วงอากาศร้อนจัด แม้การพิสูจน์ว่าความร้อนทั้งหมดมาจาก Data Center โดยตรงยังต้องพิจารณาหลายปัจจัย ทั้งภาวะโลกร้อน การขยายตัวของเมือง และโครงสร้างอุตสาหกรรมโดยรอบ
แต่กรณีนี้สะท้อนให้เห็นว่า การตั้งศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่ใกล้ชุมชนไม่ควรมองแค่เรื่องไฟฟ้า เศรษฐกิจ หรือการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตเท่านั้น แต่ควรมองรวมถึงผลกระทบด้านความร้อน น้ำ พื้นที่สีเขียว และคุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่ด้วย
คนทั่วไปมักเข้าใจผิดว่า Data Center “สะอาด” เสมอ
หลายคนอาจรู้สึกว่าโลกดิจิทัลดูสะอาด เพราะเราไม่ได้เห็นควันดำหรือปล่องโรงงานเหมือนอุตสาหกรรมแบบเก่า แต่ความจริงแล้ว เบื้องหลังการค้นหา การใช้แชตบอต การเก็บภาพบนคลาวด์ หรือการประมวลผล AI ล้วนต้องใช้พลังงานจริง เครื่องจักรจริง และระบบทำความเย็นจริง
ศูนย์ข้อมูลจึงไม่ใช่สิ่งที่ลอยอยู่ในโลกออนไลน์เท่านั้น แต่มันมีตัวตนอยู่บนพื้นดิน ใช้น้ำ ใช้ไฟ ใช้พื้นที่ และระบายความร้อนออกสู่สิ่งแวดล้อมเหมือนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่อื่น ๆ
ประเด็นสำคัญจึงไม่ใช่การต่อต้าน AI หรือเทคโนโลยี แต่คือการตั้งคำถามว่า เราจะออกแบบเทคโนโลยีเหล่านี้อย่างไรให้ไม่ผลักภาระด้านสิ่งแวดล้อมไปให้ชุมชนรอบข้าง
แล้วควรรับมืออย่างไร
ทางออกที่ถูกพูดถึงมากขึ้น คือการออกแบบ Data Center ให้ใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพมากกว่าเดิม ใช้ระบบทำความเย็นที่เหมาะสมกับสภาพอากาศ เลือกทำเลที่ไม่เพิ่มภาระให้ชุมชน และอาจนำความร้อนเหลือทิ้งกลับมาใช้ประโยชน์ เช่น ใช้ให้ความร้อนกับอาคารหรือระบบสาธารณูปโภคบางประเภทในพื้นที่หนาว
สำหรับประเทศที่มีอากาศร้อนอยู่แล้ว รวมถึงไทย ประเด็นนี้ยิ่งควรถูกพิจารณาอย่างรอบคอบ เพราะการสร้างศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่ในเมืองหรือใกล้ชุมชน อาจต้องคำนึงถึงทั้งระบบไฟฟ้า น้ำ พื้นที่สีเขียว การระบายอากาศ และการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง
การพัฒนา AI จึงไม่ควรถูกมองแค่ในมุมความเร็ว ความฉลาด หรือการแข่งขันทางเศรษฐกิจเท่านั้น แต่ควรถูกมองในฐานะโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ที่มีต้นทุนต่อโลกจริง ๆ
สุดท้ายแล้ว AI อาจช่วยให้ชีวิตมนุษย์สะดวกขึ้นได้มาก แต่ความล้ำสมัยนั้นควรเดินไปพร้อมกับความรับผิดชอบ หากศูนย์ข้อมูลถูกออกแบบอย่างรอบคอบ ใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ และไม่ละเลยชุมชนรอบข้าง เทคโนโลยีก็จะเติบโตได้โดยไม่ทำให้เมืองกลายเป็น “เตาอบขนาดใหญ่” ที่มนุษย์สร้างขึ้นเอง
[แหล่งอ้างอิง]
[1] Marinoni, A., et al. "The data heat island effect: quantifying the impact of AI data centers in a warming world." arXiv preprint, 2026. DOI: 10.48550/arXiv.2603.20897
[2] "‘Slough is like an experiment’: Europe’s largest datacentre hub leaves town sweltering." The Guardian, 2026.
แหล่งที่มา:
arXiv preprint
The Guardian
อ้างอิง:
https://arxiv.org/abs/2603.20897
https://www.theguardian.com/environment/2026/jun/26/slough-is-like-an-experiment-europes-largest-datacentre-hub-leaves-town-sweltering
เขียนโดย ดร กิฟท์นางมารพยากรณ์
เพื่อให้ผู้อ่านได้รับทั้งความรู้ แรงบันดาลใจ และแนวทางการใช้ชีวิตที่เท่าทันโลก
เผยสถิติเลขออกบ่อย ย้อนหลัง 20 ปี งวดวันที่ 1 สิงหาคม 2569
รายงานสภาพความยากจนของคนไทย
มหัศจรรย์เกาะวัดกลางทะเลที่น้ำทะเลล้อมรอบ
AI วิเคราะห์เลขท้าย 3 ตัวรางวัลที่ 1 งวดวันที่ 1 สิงหาคม 2569
ลา ดอนเซยา มัมมี่สาวแห่งยอดภูเขาไฟ ผู้หลับใหลมานานกว่า 500 ปี
10 นิสัยแปลกๆ ของ “คนฉลาดจริง” ที่คุณอาจจะมีแต่ไม่เคยรู้ตัว
สวนสนุกในตำนานของไทย ที่ถูกยกให้เป็นสถานที่น่ากลัวมาจนถึงปัจจุบัน
เกาะงูพิษที่น่ากลัวที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
ควักเครื่องในตัวเองมาสู้! กลยุทธ์สุดสยองของ “ปลิงทะเล”
นี่คือทะเลทรายที่ร้อนที่สุดในโลก
กระป๋องละล้าน! ตำนาน 'ขี้ใส่กระป๋อง' ดักขายคนรวย
ทำไมเครื่องหมายดอลลาร์ถึงใช้ตัว S? ไม่เป็นตัว D?
ทำไม "ซูดาน" ถึงมีพีระมิดมากกว่า "อียิปต์"?
โบโบยี: จากนัตผู้พิทักษ์ สู่เทพทันใจในเงามายา
จากน้ำหยดเดียวสู่ลูกไฟยักษ์: ถอดรหัสลับทางฟิสิกส์ที่เปลี่ยนห้องครัวให้กลายเป็นโกดังระเบิด
ผู้ชายชอบผู้หญิง "ผมยาว" หรือ "ผมสั้น" มากกว่ากันในมุมมองจิตวิทยา



