หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

10 ของต้องเช็กก่อนขึ้นเครื่อง หลายชิ้นดูธรรมดาแต่ถูกยึดได้

เขียนโดย kitasan

ของบางอย่างไม่ได้อันตรายในชีวิตประจำวัน แต่เมื่ออยู่ในสนามบินหรือบนเครื่องบิน กฎความปลอดภัยอาจเปลี่ยนวิธีพกทันที โดยเฉพาะของเหลว แบตเตอรี่ ของมีคม และวัตถุไวไฟ

การขึ้นเครื่องบินไม่ได้จบแค่มีตั๋วกับบัตรประชาชนครบ เพราะกระเป๋าที่ผ่านเข้าจุดตรวจความปลอดภัยยังมีรายละเอียดให้เช็กอีกหลายชั้น ของบางชิ้นที่ใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น น้ำหอม กรรไกร พาวเวอร์แบงก์ หรือสเปรย์บางประเภท อาจถูกจำกัดวิธีพก หรือไม่อนุญาตให้นำไปกับผู้โดยสารเลย

รายการของต้องห้ามและของควบคุมไม่ได้มีไว้เฉพาะ “อาวุธ” เท่านั้น แต่รวมถึงวัตถุที่อาจติดไฟ ระเบิด รั่วไหล กัดกร่อน หรือก่อให้เกิดความเสี่ยงเมื่อเครื่องบินอยู่บนอากาศด้วย สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทยระบุรายการวัตถุอันตรายสำหรับผู้โดยสารไว้หลายกลุ่ม โดยบางรายการห้ามทั้งกระเป๋าถือและกระเป๋าโหลดใต้ท้องเครื่อง ขณะที่บางรายการพกได้เฉพาะตามเงื่อนไขของสายการบินหรือจุดตรวจความปลอดภัย

1. อาวุธปืน กระสุน และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง

ปืนจริง ปืนอัดลม ปืนบีบีกัน ชิ้นส่วนสำคัญของอาวุธ รวมถึงกระสุน ไม่ใช่สิ่งที่ผู้โดยสารจะถือขึ้นห้องโดยสารได้ตามปกติ แม้บางกรณีของกระสุนหรืออุปกรณ์เฉพาะอาจมีขั้นตอนขนส่งแบบพิเศษ แต่ต้องตรวจสอบกับสายการบินล่วงหน้าและทำตามกฎอย่างเคร่งครัด

สำหรับผู้โดยสารทั่วไป ทางที่ปลอดภัยที่สุดคือไม่ใส่อุปกรณ์ลักษณะนี้ไว้ในกระเป๋าเดินทางโดยไม่ได้ตรวจเงื่อนไขก่อน เพราะหากพบที่จุดตรวจ อาจถูกยึดหรือถูกตรวจสอบเพิ่มเติม

2. วัตถุระเบิด พลุ ดอกไม้ไฟ และประทัด

ดอกไม้ไฟ พลุ ประทัด สัญญาณไฟฉุกเฉิน หรือวัตถุที่มีคุณสมบัติระเบิดและติดไฟง่าย อยู่ในกลุ่มที่สนามบินตรวจเข้มมากเป็นพิเศษ CAAT ระบุว่าดอกไม้ไฟทุกชนิด ไม่ว่าจะมีขนาดเล็กแค่ไหน เป็นสิ่งต้องห้ามในกระเป๋าถือและกระเป๋าโหลดใต้ท้องเครื่อง

ของกลุ่มนี้บางครั้งถูกซื้อเป็นของฝากหรือของเล่น แต่เมื่อนำเข้าสู่ระบบการบิน ความเสี่ยงจะต่างจากการพกพาทั่วไป เพราะเกี่ยวข้องกับแรงดัน อุณหภูมิ และสภาพแวดล้อมที่ควบคุมยากกว่าเดิม

3. เชื้อเพลิง น้ำมัน และของไวไฟ

น้ำมันเบนซิน น้ำมันก๊าด ทินเนอร์ สี สเปรย์ไวไฟ กาวอุตสาหกรรมบางชนิด หรืออุปกรณ์ที่ยังมีไอน้ำมันตกค้าง เป็นอีกกลุ่มที่ไม่ควรใส่กระเป๋าเดินทางโดยไม่ตรวจให้ชัด CAAT ระบุว่าเชื้อเพลิงและของเหลวไวไฟ เช่น น้ำมันเบนซิน ห้ามทั้งในกระเป๋าถือและกระเป๋าโหลดใต้ท้องเครื่อง รวมถึงอุปกรณ์หรือภาชนะที่ยังมีเชื้อเพลิงหรือไอระเหยตกค้าง

กลุ่มที่มักพลาดคืออุปกรณ์แคมป์ปิ้ง เตาแก๊ส กระป๋องเชื้อเพลิง หรืออุปกรณ์เครื่องยนต์ขนาดเล็ก เพราะบางชิ้นดูเหมือนไม่มีของเหลวอยู่แล้ว แต่ยังอาจมีไอเชื้อเพลิงหลงเหลือ

4. มีด กรรไกร คัตเตอร์ และของมีคม

ของมีคมเป็นกลุ่มที่หลายคนพลาดบ่อย โดยเฉพาะกรรไกรตัดเล็บ มีดพับ คัตเตอร์ มีดอเนกประสงค์ หรืออุปกรณ์ช่างที่มีปลายแหลม หากอยู่ในกระเป๋าถือขึ้นห้องโดยสาร อาจถูกพิจารณาว่าใช้เป็นอาวุธได้

ของบางอย่างอาจโหลดใต้ท้องเครื่องได้ แต่ไม่ควรถือขึ้นห้องโดยสาร หากไม่แน่ใจ ให้ตรวจเงื่อนไขของสนามบินและสายการบินก่อนจัดกระเป๋า โดยเฉพาะเที่ยวบินระหว่างประเทศที่แต่ละประเทศอาจมีรายละเอียดแตกต่างกัน

5. ปืนช็อตไฟฟ้า อุปกรณ์ป้องกันตัว และวัตถุควบคุม

อุปกรณ์อย่างปืนช็อตไฟฟ้า กระบองไฟฟ้า หรืออุปกรณ์ที่ออกแบบมาเพื่อทำให้ผู้อื่นบาดเจ็บ ถูกควบคุมอย่างเข้มงวดในบริบทการบิน CAAT ระบุว่าอุปกรณ์ช็อตไฟฟ้า เช่น Tasers ห้ามทั้งกระเป๋าถือ กระเป๋าโหลด และการพกติดตัว

สเปรย์ป้องกันตัวบางประเภทก็อาจเข้าข่ายวัตถุอันตรายหรือวัตถุควบคุม ขึ้นอยู่กับส่วนผสม ขนาด และกฎหมายของประเทศปลายทาง การพกเพื่อความสบายใจจึงอาจกลายเป็นปัญหาที่ด่านตรวจได้

6. ถังแก๊ส กระป๋องแรงดัน และอุปกรณ์อัดก๊าซ

ถังแก๊สสำหรับแคมป์ปิ้ง ถังออกซิเจนบางชนิด กระป๋องอัดแรงดัน หรือภาชนะที่มีแก๊สภายใน เป็นกลุ่มที่ต้องระวัง เพราะเกี่ยวข้องกับแรงดันและความเสี่ยงจากการรั่วหรือระเบิด

CAAT ระบุว่าออกซิเจนอัดหรือออกซิเจนเหลวที่ผู้โดยสารนำมาเองไม่อนุญาตในกระเป๋าโหลด กระเป๋าถือ หรือพกติดตัว ขณะที่อุปกรณ์ช่วยหายใจบางประเภทมีเงื่อนไขเฉพาะและต้องติดต่อสายการบิน

7. สารเคมี กรด สารกัดกร่อน และชุดทดลอง

สารเคมีไม่ได้หมายถึงของในห้องแล็บเท่านั้น น้ำยาทำความสะอาดเข้มข้น กรด ด่าง สารกัดกร่อน สารพิษ หรือชุดทดลองที่มีสารอันตราย อาจถูกจัดเป็นวัตถุอันตรายในการขนส่งทางอากาศ

CAAT ระบุว่าชุดสารเคมีที่มีวัตถุอันตราย เช่น สารกัดกร่อน สารออกซิไดซ์ หรือสารอินทรีย์เปอร์ออกไซด์ อาจห้ามทั้งกระเป๋าถือและกระเป๋าโหลดใต้ท้องเครื่อง

8. พาวเวอร์แบงก์และแบตเตอรี่ลิเธียมสำรอง

พาวเวอร์แบงก์เป็นของที่ผู้โดยสารจำนวนมากพกติดตัว แต่ต้องพกให้ถูกใบ โดยหลักทั่วไปแบตเตอรี่ลิเธียมสำรองและพาวเวอร์แบงก์ต้องอยู่ในกระเป๋าถือ ไม่ควรใส่กระเป๋าโหลดใต้ท้องเครื่อง เพราะหากเกิดความร้อนหรือความผิดปกติ ลูกเรือจะเข้าถึงและจัดการได้เร็วกว่า CAAT ระบุว่าแบตเตอรี่ลิเธียมสำรองต้องอยู่ในกระเป๋าถือเท่านั้น และต้องป้องกันขั้วแบตเตอรี่ไม่ให้ลัดวงจร

บางสายการบินอาจมีเงื่อนไขเพิ่ม เช่น จำกัดจำนวน ความจุ หรือห้ามใช้ระหว่างบิน ผู้โดยสารจึงควรดูประกาศของสายการบินก่อนเดินทาง โดยเฉพาะเที่ยวบินต่างประเทศหรือเที่ยวบินที่มีการต่อเครื่อง

9. ของเหลว เจล สเปรย์ และครีมที่เกินกำหนด

น้ำหอม โลชั่น ครีม เจลแต่งผม ยาสีฟัน สเปรย์ หรือเครื่องสำอางเหลว เป็นกลุ่มที่ถูกยึดบ่อยที่สุด เพราะหลายคนดูเฉพาะปริมาณที่เหลือในขวด แต่กฎดูจากขนาดภาชนะด้วย

ข้อมูลของสนามบินสุวรรณภูมิระบุว่า ของเหลว เจล และสเปรย์ที่นำเข้าห้องโดยสารต้องอยู่ในภาชนะไม่เกิน 100 มิลลิลิตร หรือ 100 กรัม หรือ 3.4 ออนซ์ รวมกันไม่เกิน 1 ลิตรต่อผู้โดยสาร และควรอยู่ในถุงพลาสติกใสแบบปิดผนึกได้ โดยภาชนะที่มีขนาดเกิน 100 มิลลิลิตร แม้เหลือของเหลวอยู่ไม่ถึง 100 มิลลิลิตร ก็ไม่อนุญาตให้นำเข้าห้องโดยสาร

10. ของที่อาจใช้เป็นอาวุธได้

ไม้เบสบอล กระบองเหล็ก สนับมือ อุปกรณ์กีฬาแข็ง ๆ หรือเครื่องมือช่างบางประเภท อาจไม่ได้เป็นอาวุธโดยตัวมันเอง แต่สามารถใช้ทำร้ายผู้อื่นได้ จึงมักถูกจำกัดในห้องโดยสาร

กลุ่มนี้ควรแยกออกจากกระเป๋าถือก่อนเดินทาง หากจำเป็นต้องนำไปจริง ควรตรวจว่าสามารถโหลดใต้ท้องเครื่องได้หรือไม่ และต้องบรรจุให้ปลอดภัย ไม่ให้เกิดอันตรายต่อเจ้าหน้าที่หรือสัมภาระอื่น

เช็กให้จบก่อนออกจากบ้าน

วิธีลดโอกาสสะดุดที่สนามบินคือแยกของเป็น 3 กลุ่มก่อนเดินทาง ได้แก่ ของที่ถือขึ้นเครื่องได้ ของที่ควรโหลดใต้ท้องเครื่อง และของที่ไม่ควรนำไปเลย ของเหลวให้ดูขนาดภาชนะ พาวเวอร์แบงก์ให้ดูความจุและใส่กระเป๋าถือ ส่วนของมีคม สารไวไฟ สารเคมี และอุปกรณ์แรงดัน ควรตรวจเงื่อนไขจากสายการบินหรือสนามบินโดยตรง

กฎของแต่ละประเทศและแต่ละสายการบินอาจมีรายละเอียดเพิ่มเติม โดยเฉพาะเที่ยวบินระหว่างประเทศ การตรวจล่วงหน้าไม่กี่นาทีจึงช่วยประหยัดเวลา ลดโอกาสถูกยึดของ และทำให้การเดินทางเริ่มต้นได้ราบรื่นกว่าเดิม

KEY TAKEAWAYS:

เนื้อหาโดย: kitasan
แหล่งที่มา: สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย, สนามบินสุวรรณภูมิ

อ้างอิง:
https://www.caat.or.th/aviation/dangerous-goods/dangerous-items-list-for-passengers-on-aircraft/
https://www.caat.or.th/en/aviation/dangerous-goods/list-of-dangerous-goods-may-be-carried-by-passenger-or-crew/
https://suvarnabhumi.airportthai.co.th/service/airport-guide/detail/Liquid_BKK
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
kitasan's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 33 ครั้ง
เขียนโดย kitasan
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ห้างสรรพสินค้าไทยที่หรูหรามาก จนหลายคนไม่กล้าเข้าไปเพื่อใช้บริการกินบ๊ะจ่าง 2 ลูกแล้วอาเจียนเป็นเลือด หมอชี้โรคตับคือปัจจัยเสี่ยงอัลตราซาวด์เห็นทารกเหมือนยิ้ม แพทย์ชี้อาจเป็นสัญญาณปากแหว่งเพดานโหว่4 เมืองร้างในไทย จากยุคเหมืองแร่ถึงเมืองบาดาลใต้เขื่อนทำไมพระวินัยจึงมีข้อห้ามบางคนบวช ทั้งที่พุทธศาสนาเปิดกว้างเชือกเล็ก ๆ ที่ฝาถังน้ำมัน ไม่ได้มีไว้แค่กันหายไข่ปลาริวกิวในแกงส้ม แท้จริงมาจากปลาอะไร ทำไมชื่อคล้ายญี่ปุ่น5 จังหวัด ที่เจองูกะปะเยอะที่สุดในประเทศไทยวัดที่อยู่สูงที่สุดในประเทศไทยแมวขยิบตาข้างเดียว แปลว่ารักหรือป่วย เช็กสัญญาณให้ชัดฟองน้ำล้างจานมีกลิ่นเร็ว เพราะอะไร ทั้งที่ดูยังสะอาด10 จังหวัดที่มีความเสี่ยงภัยแล้งสูงสุดของประเทศไทย
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
คอมพิวเตอร์แบรนด์ไทย ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดตลอดกาลกินบ๊ะจ่าง 2 ลูกแล้วอาเจียนเป็นเลือด หมอชี้โรคตับคือปัจจัยเสี่ยงอัลตราซาวด์เห็นทารกเหมือนยิ้ม แพทย์ชี้อาจเป็นสัญญาณปากแหว่งเพดานโหว่4 เมืองร้างในไทย จากยุคเหมืองแร่ถึงเมืองบาดาลใต้เขื่อนแมวขยิบตาข้างเดียว แปลว่ารักหรือป่วย เช็กสัญญาณให้ชัดฟองน้ำล้างจานมีกลิ่นเร็ว เพราะอะไร ทั้งที่ดูยังสะอาด
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
กินบ๊ะจ่าง 2 ลูกแล้วอาเจียนเป็นเลือด หมอชี้โรคตับคือปัจจัยเสี่ยงฟองน้ำล้างจานมีกลิ่นเร็ว เพราะอะไร ทั้งที่ดูยังสะอาด10 จังหวัดที่มีความเสี่ยงภัยแล้งสูงสุดของประเทศไทยเมืองสแกมริมชายแดน เมื่อ “งานดีเกินจริง” กลายเป็นกับดักคนเปราะบาง
ตั้งกระทู้ใหม่