มัทฉะดื่มทุกวันได้ไหม ประโยชน์มีจริง แต่บางคนควรระวัง
มัทฉะเป็นเครื่องดื่มที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ คาเฟอีน และ L-theanine แต่การดื่มทุกวันควรดูทั้งปริมาณ คาเฟอีน และส่วนผสมที่เติมลงไปในแต่ละแก้ว
มัทฉะกลายเป็นเครื่องดื่มประจำวันของหลายคน ทั้งในคาเฟ่ เมนูลาเต้ และสูตรหวานน้อยสำหรับสายสุขภาพ จุดเด่นของมันคือใช้ผงใบชาเขียวทั้งใบ จึงให้รสเข้ม สีชัด และมีสารจากใบชามากกว่าการชงชาแล้วกรองกากออกตามปกติ
ข้อมูลสุขภาพที่ควรรู้คือ มัทฉะไม่ได้เป็นเครื่องดื่ม “ไร้คาเฟอีน” แม้ภาพจำจะดูเบากว่ากาแฟก็ตาม ชาเขียวมีคาเฟอีนตามธรรมชาติ และหน่วยงานด้านสุขภาพของสหรัฐฯ ระบุว่าเครื่องดื่มชาเขียวในปริมาณทั่วไปยังไม่พบข้อกังวลด้านความปลอดภัยในผู้ใหญ่ แต่ผู้ดื่มควรรับรู้เรื่องคาเฟอีนและความไวของร่างกายแต่ละคน
มัทฉะคือชาเขียวแบบผง ต่างจากชาเขียวชงทั่วไป
มัทฉะทำจากใบชาที่บดเป็นผงละเอียด เวลาดื่มจึงเป็นการรับผงชาทั้งใบ ไม่ใช่แค่น้ำชาที่สกัดออกมา จุดนี้ทำให้รสชาติ กลิ่น และความเข้มของสารในใบชาแตกต่างจากชาเขียวถุงหรือชาเขียวใบชง
สารที่ถูกพูดถึงบ่อยในชาเขียวคือกลุ่มคาเทชิน ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ อีกส่วนคือคาเฟอีนที่ช่วยให้ตื่นตัว และ L-theanine ที่พบในชา โดย Cleveland Clinic ระบุว่าเครื่องดื่มชาอย่างมัทฉะมี L-theanine ในปริมาณธรรมชาติ และอาจเกี่ยวข้องกับความรู้สึกผ่อนคลายจากการดื่มชาในบางคน
จึงไม่แปลกที่หลายคนรู้สึกว่า ดื่มมัทฉะแล้วตื่นตัวแต่ไม่พุ่งแรงเหมือนกาแฟบางแก้ว แต่ผลที่เกิดขึ้นขึ้นอยู่กับปริมาณผงชา สูตรเครื่องดื่ม ขนาดแก้ว และความไวต่อคาเฟอีนของแต่ละคน
ประโยชน์ที่พูดถึงได้ แต่ไม่ควรขายฝันเกินจริง
ในมุมโภชนาการ มัทฉะแบบไม่เติมน้ำตาลเป็นเครื่องดื่มพลังงานต่ำ และมีสารจากชาเขียวตามธรรมชาติ ข้อมูลจาก NCCIH ระบุว่า ชาเขียวในรูปแบบเครื่องดื่มโดยทั่วไปถือว่าปลอดภัยสำหรับผู้ใหญ่เมื่อดื่มในปริมาณเหมาะสม แต่ยังมีคาเฟอีนอยู่
ส่วนคำกล่าวว่า “ช่วยลดน้ำหนัก” หรือ “ดีต่อสุขภาพแบบชัดเจน” ต้องใช้ภาษาระวังมากขึ้น เพราะผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับอาหารโดยรวม พฤติกรรมการใช้ชีวิต และปริมาณน้ำตาลในแก้วนั้น ๆ NCCIH ระบุว่า งานทบทวนปี 2020 พบว่าชาเขียวและผลิตภัณฑ์เสริมอาหารหลายชนิดไม่น่าจะช่วยลดน้ำหนักได้อย่างมีนัยสำคัญทางคลินิก
พูดให้ตรงขึ้นคือ มัทฉะไม่ใช่เครื่องดื่มวิเศษ แต่เป็นชาเขียวรูปแบบหนึ่งที่อาจเป็นตัวเลือกที่ดีได้ หากดื่มในสูตรที่ไม่หวานจัด และไม่ใช้แทนอาหารหรือการดูแลสุขภาพโดยรวม
ข้อควรระวังอยู่ที่คาเฟอีนและสูตรที่เติมเพิ่ม
สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาสหรัฐฯ ระบุว่า สำหรับผู้ใหญ่ส่วนใหญ่ คาเฟอีนประมาณ 400 มิลลิกรัมต่อวันเป็นปริมาณที่โดยทั่วไปไม่สัมพันธ์กับผลเสีย แต่ความไวต่อคาเฟอีนของแต่ละคนต่างกันมาก
คนที่ไวต่อคาเฟอีนอาจมีอาการใจสั่น นอนไม่หลับ กระวนกระวาย ปวดศีรษะ หรือรู้สึกไม่สบายท้องได้ โดยเฉพาะเมื่อดื่มหลายแก้วต่อวัน หรือดื่มใกล้เวลานอน Mayo Clinic ระบุเช่นกันว่าคาเฟอีนมากเกินไปอาจทำให้เกิดอาการอย่างปวดศีรษะ นอนไม่หลับ หงุดหงิด หรือหัวใจเต้นเร็วในบางคน
อีกจุดที่มักถูกมองข้ามคือ “มัทฉะลาเต้” ไม่ได้เท่ากับ “มัทฉะเพียว” เสมอไป ถ้าในแก้วมีนมข้นหวาน น้ำเชื่อม วิปครีม หรือผงสำเร็จรูปที่หวานอยู่แล้ว ปริมาณน้ำตาลและพลังงานอาจสูงขึ้นมาก เมื่อดื่มทุกวันจึงควรดูสูตรมากกว่าดูแค่คำว่า “มัทฉะ”
สารสกัดชาเขียวไม่เหมือนการดื่มมัทฉะทั่วไป
ข้อมูลสุขภาพอีกส่วนที่ควรแยกให้ชัดคือ เครื่องดื่มชาเขียวกับ “สารสกัดชาเขียว” แบบเข้มข้นในแคปซูลหรือผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่ใช่สิ่งเดียวกัน NCCIH ระบุว่า อาการไม่พึงประสงค์ของผลิตภัณฑ์สารสกัดชาเขียวอาจรวมถึงคลื่นไส้ ท้องผูก ไม่สบายท้อง และความดันโลหิตเพิ่มขึ้น อีกทั้งมีรายงานภาวะตับบาดเจ็บที่พบไม่บ่อย โดยมักเกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์สารสกัดมากกว่าเครื่องดื่มชาเขียวทั่วไป
สำหรับคนที่มีโรคประจำตัว ตั้งครรภ์ ให้นมบุตร ใช้ยาบางชนิด หรือเคยมีปัญหาตับ ควรตรวจสอบกับแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารจากชาเขียว โดยเฉพาะแบบเข้มข้น
ดื่มอย่างไรให้เหมาะกับชีวิตประจำวัน
สำหรับคนทั่วไป มัทฉะสามารถอยู่ในเมนูประจำวันได้ หากดูปริมาณรวมของคาเฟอีนจากทั้งวัน ไม่ว่าจะมาจากกาแฟ ชา น้ำอัดลม หรือเครื่องดื่มชูกำลัง
แนวทางที่ปลอดภัยกว่าคือเริ่มจากแก้วเล็ก เลือกสูตรหวานน้อยหรือไม่เติมน้ำตาล หลีกเลี่ยงการดื่มตอนท้องว่างถ้าเคยแสบกระเพาะ และไม่ดื่มช่วงใกล้นอนหากมีปัญหานอนไม่หลับ
มัทฉะจึงมีทั้งด้านที่น่าสนใจและจุดที่ควรดูให้ละเอียด โดยเฉพาะเมื่อมันไม่ได้อยู่ในรูปชาเพียวเสมอไป แต่กลายเป็นเมนูคาเฟ่ที่มีสูตรหลากหลายมากขึ้นในชีวิตประจำวัน
- มัทฉะคือผงชาเขียวที่ดื่มทั้งใบ จึงให้รสและความเข้มต่างจากชาเขียวชงทั่วไป
- มัทฉะมีคาเฟอีน ไม่ใช่เครื่องดื่มไร้คาเฟอีน
- ประโยชน์ของมัทฉะควรดูคู่กับสูตรเครื่องดื่ม โดยเฉพาะน้ำตาลและนมที่เติมเพิ่ม
- เครื่องดื่มชาเขียวทั่วไปต่างจากสารสกัดชาเขียวเข้มข้นในผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร
- คนที่ไวต่อคาเฟอีน มีโรคประจำตัว หรือใช้ยาบางชนิด ควรระวังเป็นพิเศษ
แหล่งที่มา:
NCCIH, FDA, Mayo Clinic, Cleveland Clinic
อ้างอิง:
https://www.nccih.nih.gov/health/green-tea
https://www.fda.gov/consumers/consumer-updates/spilling-beans-how-much-caffeine-too-much
https://www.mayoclinic.org/healthy-lifestyle/nutrition-and-healthy-eating/in-depth/caffeine/art-20045678
หนังดังสัญชาติไทย ที่ถูกนำไปสร้างใหม่เป็นภาพยนตร์ตะวันตก
จังหวัดอันดับ 1 ของไทย ที่โดดเด่นมากที่สุดเรื่องการปลูกทุเรียน
โรงแรมขนาดยักษ์ที่ใหญ่ที่สุด มีห้องพักมากสุดอันดับ 1 ในไทย
เลข 6 ถูกย้ำถึง 5 จุด! แกะใบ “นกตาทิพย์” 16 ต.ค. 69 จาก 61-64-67-69 มีจุดไหนต้องจับตา
108 ท่าบนเตียง มีอะไรบ้าง Sex position ท่าเด็ดบนเตียง
รู้จัก อำเภอที่เล็กที่สุดในประเทศไทย ดังมาก นักท่องเที่ยวเพียบ
เลข 9 ตรงกัน 2 สำนัก! งวด 16 ต.ค. 69 เปิดชุด “เลขเทวดา” ชน “บนสวย”
รู้หรือไม่? เด็กน้อยข้างซองไวไวที่เห็นมาตั้งแต่เด็ก แท้จริงคือใคร? วันนี้เธอเป็นอย่างไร
อำเภอเดียวพื้นที่ใหญ่กว่ากรุงเทพฯ เกือบ 3 เท่า แต่ทำไมคนกลับไม่ค่อยรู้จัก
จาก "เปลือกหอย" บนเนินทรายร้าง สู่นครมหานครติดอันดับโลก! กว้านซื้อที่ดินฉบับแปลกปี 1909
เช็กสิทธิ์เยียวยาน้ำท่วม 2569 ใครมีสิทธิ์ลงทะเบียนบ้าง? เปิด 2 ช่องทางรับเงินช่วยเหลือ สูงสุด 9,000 บาท
ประเดิมต้นงวด 16/10/69! ส่องสถิติหวยออกวันศุกร์ เลขไหนหมุนซ้ำบ่อยสุด
อำเภอที่เจริญที่สุด มีเศรษฐกิจดีที่สุดในประเทศไทย
เลข 9 ตรงกัน 2 สำนัก! งวด 16 ต.ค. 69 เปิดชุด “เลขเทวดา” ชน “บนสวย”
เช็กสิทธิ์เยียวยาน้ำท่วม 2569 ใครมีสิทธิ์ลงทะเบียนบ้าง? เปิด 2 ช่องทางรับเงินช่วยเหลือ สูงสุด 9,000 บาท
นครรัฐวาติกัน ประเทศที่เล็กจิ๋วที่สุดในโลก
ผู้สูงอายุเพิ่มทุกปี แล้วทำไมสินค้าสำหรับคนแก่ยังขายไม่ง่ายอย่างที่คิด?


