ซาอุดีอาระเบีย ประเทศใหญ่ที่แทบไม่มีแม่น้ำถาวร แล้วใช้น้ำจากไหน
ซาอุดีอาระเบียมักถูกยกเป็นตัวอย่างของประเทศขนาดใหญ่ที่แทบไม่มีแม่น้ำถาวร แต่เรื่องนี้ไม่ได้แปลว่าไม่มีทางน้ำธรรมชาติเลย สิ่งที่ควรเข้าใจคือ ประเทศนี้ไม่มีแม่น้ำที่มีน้ำไหลตลอดปีแบบแม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำโขง หรือแม่น้ำไนล์
พื้นที่ส่วนใหญ่ของซาอุดีอาระเบียอยู่ในเขตแห้งแล้งและทะเลทราย ฝนตกน้อย อุณหภูมิสูง และการระเหยของน้ำเกิดขึ้นเร็วมาก จึงไม่เอื้อต่อการเกิดแม่น้ำถาวรที่มีน้ำไหลต่อเนื่องตลอดทั้งปี
แต่ซาอุดีอาระเบียยังมีสิ่งที่เรียกว่า “วาดี” หรือร่องน้ำตามธรรมชาติ วาดีมักแห้งในช่วงเวลาปกติ แต่เมื่อเกิดฝนตกหนัก น้ำจะไหลผ่านร่องน้ำเหล่านี้ชั่วคราว ก่อนค่อย ๆ แห้งหายไปหลังฝนหยุด
จุดนี้ทำให้หลายคนเข้าใจคลาดเคลื่อน คำว่า “ไม่มีแม่น้ำ” ในกรณีของซาอุดีอาระเบีย จึงควรหมายถึง “ไม่มีแม่น้ำถาวร” มากกว่า “ไม่มีทางน้ำตามธรรมชาติเลย”
แล้วประเทศใหญ่ขนาดนี้ใช้น้ำจากไหน?
คำตอบคือใช้หลายแหล่งร่วมกัน ทั้งน้ำใต้ดิน น้ำผิวดินตามฤดูกาล น้ำที่เก็บจากเขื่อนและระบบจัดการน้ำ รวมถึงแหล่งสำคัญในยุคปัจจุบันคือ น้ำจืดที่ผลิตจากน้ำทะเล หรือ desalination
ซาอุดีอาระเบียลงทุนกับระบบผลิตน้ำจืดจากน้ำทะเลมายาวนาน เพราะเมืองใหญ่หลายแห่งตั้งอยู่ในพื้นที่ที่แหล่งน้ำธรรมชาติจำกัด ขณะที่ประชากร เมือง อุตสาหกรรม และการใช้น้ำในชีวิตประจำวันยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
หน่วยงานด้านน้ำของซาอุดีอาระเบียระบุว่า ประเทศนี้เป็นหนึ่งในผู้ผลิตน้ำจืดจากน้ำทะเลรายใหญ่ที่สุดของโลก โดยน้ำทะเลจะถูกนำมาผ่านกระบวนการแยกเกลือและสิ่งเจือปน ก่อนส่งต่อเข้าสู่ระบบประปาและเครือข่ายน้ำของเมืองต่าง ๆ
อย่างไรก็ตาม การพึ่งพาน้ำจืดจากทะเลไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะต้องใช้พลังงานสูง มีต้นทุนการผลิตและต้นทุนการส่งน้ำ โดยเฉพาะเมื่อพื้นที่ใช้น้ำอยู่ไกลจากชายฝั่ง ยุทธศาสตร์น้ำของซาอุดีอาระเบียจึงไม่ได้พูดถึงการผลิตน้ำอย่างเดียว แต่รวมถึงการลดการใช้น้ำเกินจำเป็น การจัดการน้ำใต้ดิน และการนำน้ำบำบัดกลับมาใช้ใหม่ด้วย
ประเทศอื่นในภูมิภาคอ่าวอาหรับ เช่น สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ กาตาร์ คูเวต และบาห์เรน ก็มีลักษณะคล้ายกันในบางส่วน คือมีภูมิอากาศแห้งแล้ง ฝนตกน้อย และพึ่งพาการจัดการน้ำสมัยใหม่มากกว่าการอาศัยแม่น้ำถาวรเหมือนหลายประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
เรื่องนี้จึงไม่ใช่แค่ความรู้ภูมิศาสตร์แปลก ๆ แต่ช่วยให้เห็นว่า น้ำประปาที่เราเปิดใช้ทุกวันในบางประเทศไม่ได้มาจากแม่น้ำเสมอไป บางแห่งต้องผลิตน้ำจากทะเล สูบน้ำจากแหล่งใต้ดิน เก็บน้ำฝนตามฤดูกาล และบริหารระบบน้ำอย่างละเอียดเพื่อให้เมืองทั้งเมืองเดินต่อได้
สรุปให้จำง่ายคือ ซาอุดีอาระเบียไม่ได้ไม่มีทางน้ำธรรมชาติเลย แต่ไม่มีแม่น้ำถาวรแบบที่มีน้ำไหลตลอดปี ประเทศนี้จึงเป็นตัวอย่างชัดเจนของการอยู่รอดและพัฒนาเมืองในพื้นที่แห้งแล้ง ด้วยเทคโนโลยีและการจัดการน้ำที่ซับซ้อนกว่าที่หลายคนคิด
แหล่งที่มา: Britannica / Saudi Ministry of Environment, Water and Agriculture / Saudi Water Authority
อ้างอิง:
https://www.britannica.com/place/Saudi-Arabia
https://www.mewa.gov.sa/en/Ministry/Agencies/TheWaterAgency/Topics/Pages/Strategy.aspx
https://www.swa.gov.sa/en/related-sectors/swcc
สวนสนุกในตำนานของไทย ที่ถูกยกให้เป็นสถานที่น่ากลัวมาจนถึงปัจจุบัน
รายงานสภาพความยากจนของคนไทย
เผยสถิติเลขออกบ่อย ย้อนหลัง 20 ปี งวดวันที่ 1 สิงหาคม 2569
ควักเครื่องในตัวเองมาสู้! กลยุทธ์สุดสยองของ “ปลิงทะเล”
นี่คือทะเลทรายที่ร้อนที่สุดในโลก
10 โรงแรมในตำนานของไทย ที่เคยโด่งดังแต่ปัจจุบันเหลือเพียงความทรงจำ
AI วิเคราะห์เลขท้าย 3 ตัวรางวัลที่ 1 งวดวันที่ 1 สิงหาคม 2569
ลา ดอนเซยา มัมมี่สาวแห่งยอดภูเขาไฟ ผู้หลับใหลมานานกว่า 500 ปี
108 ท่าบนเตียง มีอะไรบ้าง Sex position ท่าเด็ดบนเตียง
10 นิสัยแปลกๆ ของ “คนฉลาดจริง” ที่คุณอาจจะมีแต่ไม่เคยรู้ตัว
10 รถจักรยานยนต์ยุค 80 รุ่นดัง ที่หลายคนยังจดจำ
เกาะงูพิษที่น่ากลัวที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
