หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ตำนานไวน์สแบร์ก เมื่อสตรีเยอรมันแบกสามีออกจากปราสาท


เขียนโดย ดร กิฟท์นางมารพยากรณ์

 

ในสงครามยุคกลาง ชีวิตของผู้แพ้มักขึ้นอยู่กับคำสั่งของผู้ชนะ แต่ตำนานไวน์สแบร์กเล่าว่า ผู้หญิงกลุ่มหนึ่งเคยใช้เพียง “คำพูดของกษัตริย์” ช่วยชีวิตคนทั้งครอบครัว

เรื่องนี้เกิดขึ้นที่เมือง Weinsberg ทางตะวันตกเฉียงใต้ของเยอรมนี ในปี ค.ศ. 1140 ช่วงที่กษัตริย์คอนราดที่ 3 แห่งราชวงศ์ Staufer หรือ Hohenstaufen ทำศึกกับฝ่าย Welf หนึ่งในตระกูลอำนาจสำคัญของจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์

ปราสาท Weinsberg ซึ่งอยู่ฝ่าย Welf ถูกปิดล้อมเป็นเวลาหลายสัปดาห์ เมืองเริ่มหมดทางสู้ และเมื่อฝ่ายกษัตริย์ได้เปรียบ ชะตาของผู้ชายในปราสาทก็ถูกเล่าว่าแขวนอยู่บนเส้นบาง ๆ ระหว่างการไว้ชีวิตกับการลงโทษแบบผู้แพ้สงคราม

จุดที่ทำให้เรื่องนี้กลายเป็นตำนาน ไม่ใช่การรบด้วยดาบหรือกำแพงเมือง แต่เป็นเงื่อนไขสั้น ๆ ที่เปิดช่องให้ผู้หญิงคิดต่างจากทหารทั้งกองทัพ

 

กษัตริย์คอนราดที่ 3 อนุญาตให้ผู้หญิงออกจากปราสาทได้อย่างปลอดภัย และให้แต่ละคนนำ “สิ่งที่แบกไว้บนบ่าได้” ออกไปด้วย ในสายตาของผู้ชนะ สิ่งนั้นอาจหมายถึงทอง เงิน เครื่องประดับ หรือของมีค่าที่พอถือไหว

แต่เมื่อประตูปราสาทเปิดออก สิ่งที่ปรากฏกลับไม่ใช่ขบวนผู้หญิงหอบทรัพย์สิน ผู้หญิงแต่ละคนแบกสามีหรือคนในครอบครัวฝ่ายชายไว้บนหลัง แล้วค่อย ๆ เดินออกจากปราสาท

พวกเธอไม่ได้ฝ่าฝืนคำสั่ง หากตีความคำว่า “สิ่งมีค่าที่สุด” ในแบบตรงที่สุด สำหรับพวกเธอ ชีวิตของคนรักและครอบครัวมีค่ากว่าทรัพย์สินทุกชิ้น

ตามเรื่องเล่าที่สืบต่อกันมา เหล่าขุนนางและทหารไม่พอใจ เพราะเห็นว่านี่เป็นการใช้ช่องว่างของคำสั่ง แต่กษัตริย์คอนราดที่ 3 กลับยอมรับไหวพริบนี้ และเลือกถือคำพูดของตัวเองเป็นใหญ่

ประโยคที่มักถูกเล่าคู่กับเหตุการณ์นี้ คือแนวคิดว่า “คำของกษัตริย์ไม่ควรถูกบิดหรือคืนคำ” ทำให้ผู้หญิงเหล่านั้นพาผู้ชายออกจากปราสาทได้อย่างปลอดภัย

ตำนานนี้ทำให้พวกเธอถูกเรียกว่า Treue Weiber von Weinsberg หรือ “สตรีผู้ซื่อสัตย์แห่งไวน์สแบร์ก” และชื่อ Weibertreu ก็กลายเป็นชื่อที่ผูกกับซากปราสาท Weinsberg มาจนถึงปัจจุบัน

สิ่งที่น่าสนใจคือ เรื่องนี้ไม่ได้ควรอ่านแค่ในฐานะนิทานรักโรแมนติก เพราะแกนจริงของตำนานคือการปะทะกันระหว่างอำนาจกับถ้อยคำ ผู้ชนะมีอาวุธ มีทหาร และมีสิทธิ์ตัดสินชะตาผู้แพ้ แต่สุดท้ายกลับถูกผูกไว้ด้วยคำอนุญาตที่ตัวเองพูดออกไป

อีกด้านหนึ่ง ผู้หญิงในเรื่องไม่ได้ถูกเล่าเป็นเพียงคนรอความเมตตา พวกเธอเป็นคนอ่านเงื่อนไข มองเห็นช่องทาง และลงมือในเวลาที่แทบไม่มีทางเลือก นั่นทำให้เรื่องนี้ยังถูกจดจำในฐานะตำนานของไหวพริบ ความกล้า และความหมายของคำมั่นสัญญา

อย่างไรก็ตาม รายละเอียดบางส่วนของเรื่องถูกส่งต่อในรูปแบบตำนานและวรรณกรรมภายหลัง จึงควรมองเหตุการณ์นี้ในฐานะ “ตำนานประวัติศาสตร์ที่มีรากจากพงศาวดาร” มากกว่าบันทึกที่ยืนยันทุกบทสนทนาได้แบบคำต่อคำ

สิ่งที่ยังคงชัดคือ Weinsberg มีปราสาท Weibertreu เป็นสถานที่จริง และเรื่อง Treue Weiber ยังคงเป็นหนึ่งในตำนานสำคัญของภูมิภาค Baden-Württemberg เยอรมนี หน่วยงานท่องเที่ยวท้องถิ่นระบุว่าเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับการปิดล้อมของกษัตริย์คอนราดที่ 3 ในปี 1140 และเล่าว่าผู้หญิงแบกผู้ชายลงจากปราสาทเพื่อช่วยชีวิตพวกเขา

สิ่งที่ทำให้ตำนานนี้อยู่ได้นาน ไม่ใช่แค่ภาพผู้หญิงแบกสามีบนหลัง แต่เป็นคำถามที่ยังร่วมสมัยมากว่า เมื่อผู้มีอำนาจให้สัญญาไว้แล้ว คำพูดนั้นควรมีน้ำหนักแค่ไหน

ในโลกที่คำพูดเปลี่ยนได้ง่าย ตำนานไวน์สแบร์กจึงยังมีแรงดึงดูด เพราะมันเล่าว่า บางครั้งสิ่งที่ช่วยชีวิตคนได้ อาจไม่ใช่กำลังที่มากกว่า แต่เป็นสติ ความรัก และการยืนหยัดต่อความหมายของคำสัญญา

 

 

 

ที่มาและหลักฐานทางประวัติศาสตร์ (Sources)

Chronica Regia Coloniensis (พงศาวดารหลวงแห่งโคโลญ / Royal Chronicle of Cologne): บันทึกประวัติศาสตร์ภาษาละตินที่เขียนขึ้นในอารามมิกคาเอลสแบร์ก (Michaelsberg Abbey) ช่วงทศวรรษที่ 1170 (ประมาณ 30 กว่าปีหลังเกิดเหตุการณ์จริง)

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
ดร กิฟท์นางมารพยากรณ์'s profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 75 ครั้ง
เขียนโดย ดร กิฟท์นางมารพยากรณ์
นักเขียนและนักวิเคราะห์คอนเทนต์เชิงโหราศาสตร์จิตวิทยา มานุษยวิทยา สังคมศาสตร์ นิเทศศาสตร์ เศรษฐศาสตร์การเมือง และวัฒนธรรมร่วมสมัย รวมถึงความเชื่อทางจิตวิญญาณ
เพื่อให้ผู้อ่านได้รับทั้งความรู้ แรงบันดาลใจ และแนวทางการใช้ชีวิตที่เท่าทันโลก
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
40 VOTES (5/5 จาก 8 คน)
VOTED: projor007, famai, goldfish13, Freya Rune, แด๊ดดี้จอแดน โค้ดชีวิตพลิกชะตา, kyogisa, davin, ดร กิฟท์นางมารพยากรณ์
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
AI วิเคราะห์เลขท้าย 3 ตัวรางวัลที่ 1 งวดวันที่ 1 สิงหาคม 256910 โรงแรมในตำนานของไทย ที่เคยโด่งดังแต่ปัจจุบันเหลือเพียงความทรงจำ10 นิสัยแปลกๆ ของ “คนฉลาดจริง” ที่คุณอาจจะมีแต่ไม่เคยรู้ตัวBluetooth ส่งข้อมูลผ่านอากาศได้อย่างไรเผยสถิติเลขออกบ่อย ย้อนหลัง 20 ปี งวดวันที่ 1 สิงหาคม 25695 เรื่องแปลกจากอดีต ที่ผู้คนทำเพื่อความสนุกและแสดงฐานะมหัศจรรย์เกาะวัดกลางทะเลที่น้ำทะเลล้อมรอบรวม 5 ลางสังหรณ์และเหตุการณ์นำโชค ก่อนถูกรางวัลที่ 1 ใครมีอาการแบบนี้งวดนี้เตรียมตัวเป็นเศรษฐีพระกัมพูชาอ้างเป็นอดีตทหารเขมรแดง ประกาศจะยึดคืน 37 พื้นที่จากไทยหนุ่มรอดไฟไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว เห็นเงาดำสูงขวางประตู ที่แท้คืออะไร?เส้นลายมือเปลี่ยนตามอายุได้ไหม? ไขคำตอบทั้งมุมวิทยาศาสตร์และศาสตร์ลายมือ“วูลเฟีย” พืชน้ำจิ๋วโปรตีนสูง ญี่ปุ่นเร่งพัฒนาเป็นอาหารแห่งอนาคต
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
“ผู้หญิงบวชได้จริงหรือ?” เปิดมุมมองธรรมะ ประวัติศาสตร์ และความจริงในสังคมไทย5 เรื่องแปลกจากอดีต ที่ผู้คนทำเพื่อความสนุกและแสดงฐานะพระกัมพูชาอ้างเป็นอดีตทหารเขมรแดง ประกาศจะยึดคืน 37 พื้นที่จากไทยในภูมิประเทศที่อากาศร้อนสุด ๆ ผู้คนเขาใช้ชีวิตกันอย่างไร?เส้นลายมือเปลี่ยนตามอายุได้ไหม? ไขคำตอบทั้งมุมวิทยาศาสตร์และศาสตร์ลายมือWhy pet insurance becomes more complicated as pets age
“โกซูยอชิล” (Gosuyeochil) : ปีศาจครึ่งท่อนในชุดไว้อาลัยตำนาน “กอมอกซารี” (Geomoksari) : เงาดำปั่นประสาทแห่งหัวโค้งตีนเขาตำนาน “มุลเกว” (물괴) : อสูรกายร่างยักษ์ผู้สั่นคลอนราชสำนักโชซอนทำไมเราต้องฝันร้าย และวิทยาศาสตร์เบื้องหลังการแช่แข็งร่างกาย
ตั้งกระทู้ใหม่