ไม่มีประเทศไหนล่ามนุษย์เพื่ออาหาร แต่ทำไมเรื่องนี้ยังถูกเล่าซ้ำ
คำตอบตรง ๆ คือ ปัจจุบันไม่มีประเทศใดที่อนุญาตหรือยอมรับให้ “ล่ามนุษย์เพื่อเป็นอาหาร” แบบที่มักเห็นในหนังสยองขวัญหรือคลิปเล่าเรื่องลึกลับ สิ่งที่ยังถูกพูดถึงส่วนใหญ่เป็นประวัติศาสตร์ พิธีกรรม ความเชื่อ คดีอาญา หรือข่าวเล่าต่อที่ต้องแยกให้ออก
ความน่ากลัวของเรื่องนี้อยู่ตรงที่คำว่า “มนุษย์กินคน” มักถูกเล่าแบบเหมารวม จนทำให้หลายคนเข้าใจผิดว่าบางประเทศยังมีธรรมเนียมล่าคนเป็นอาหารอยู่จริง ทั้งที่ในโลกปัจจุบัน การฆ่าคน การทำร้ายร่างกาย การทำลายศพ หรือการนำร่างมนุษย์มาเกี่ยวข้องกับพิธีกรรม ล้วนเป็นเรื่องร้ายแรงตามกฎหมายของแต่ละประเทศ ไม่ใช่วัฒนธรรมกระแสหลักที่สังคมยอมรับ
กรณีที่ถูกพูดถึงบ่อยคือ Korowai ในเขตปาปัวของอินโดนีเซีย เรื่องเล่าที่เกี่ยวกับกลุ่มนี้ไม่ได้หมายถึงการออกล่าคนเพื่อกินเป็นอาหารประจำวัน แต่เกี่ยวกับความเชื่อเรื่อง “khakhua” หรือผู้ที่ถูกมองว่าเป็นพ่อมดหมอผีที่ทำให้คนในชุมชนเจ็บป่วยหรือตาย เรื่องลักษณะนี้ถูกเล่าในสื่อและงานเขียนหลายชิ้น แต่ก็เป็นประเด็นที่ต้องระวังมาก เพราะการเล่าแบบสยองเกินจริงอาจทำให้คนเหมารวมชนพื้นเมืองทั้งหมด ทั้งที่ชีวิตจริงของชุมชนเหล่านี้ซับซ้อนกว่าภาพจำในสื่อมาก
อีกกรณีสำคัญคือชนเผ่า Fore ในปาปัวนิวกินี ซึ่งเกี่ยวข้องกับโรค Kuru โรคนี้เป็นโรคทางระบบประสาทจากพรีออน และเคยเชื่อมโยงกับพิธีกรรมกินร่างผู้เสียชีวิตในครอบครัวเพื่อไว้อาลัย ไม่ใช่การล่าคนแปลกหน้าเพื่อกินเป็นอาหาร ข้อมูลทางการแพทย์ระบุว่าโรค Kuru ลดลงอย่างมากหลังธรรมเนียมดังกล่าวยุติลง และปัจจุบันถือว่าเป็นโรคที่หมดไปแล้วในทางปฏิบัติ
ส่วน Aghori ในอินเดียก็เป็นอีกชื่อที่มักถูกโยงกับเรื่องนี้ แต่ต้องแยกให้ชัดว่า Aghori ไม่ใช่กลุ่มที่ล่ามนุษย์ พวกเขาเป็นนักบวชสายหนึ่งที่มีพิธีกรรมเกี่ยวข้องกับป่าช้า เถ้าศพ และแนวคิดทางจิตวิญญาณบางแบบ เรื่องการกินเศษซากศพที่ถูกเล่าต่อกันจึงอยู่คนละเรื่องกับการฆ่าคนเพื่อเอามากิน และไม่ควรถูกสรุปว่าเป็น “ประเทศที่ล่ามนุษย์”
ถ้าจะแยกให้เข้าใจง่าย เรื่องมนุษย์กินคนในยุคใหม่มักอยู่ใน 4 กลุ่มนี้มากกว่า
- พิธีกรรมในอดีต — เช่น พิธีศพหรือความเชื่อเฉพาะกลุ่มที่ลดลงหรือยุติไปแล้ว
- ภาวะเอาชีวิตรอดสุดขีด — เช่น ผู้ประสบภัยที่ไม่มีอาหารในสถานการณ์ปิดตาย
- คดีอาญารายบุคคล — เช่น ฆาตกรต่อเนื่องหรือผู้ก่อเหตุที่มีความผิดปกติรุนแรง
- เรื่องเล่าเกินจริงในสื่อ — เช่น การนำชื่อชนเผ่าหรือกลุ่มศาสนามาขยายจนดูเหมือนเป็นธรรมเนียมปกติ
จุดที่ควรจำคือ “การกินเนื้อคน” กับ “การล่ามนุษย์เพื่ออาหาร” ไม่ใช่เรื่องเดียวกันเสมอไป ในอดีต บางสังคมเคยมีพิธีกรรมเกี่ยวกับศพ ความเชื่อเรื่องวิญญาณ หรือการทำสงคราม แต่ไม่ได้แปลว่าปัจจุบันมีประเทศใดเปิดทางให้คนออกล่าคนเหมือนล่าสัตว์
เรื่องนี้จึงน่าสนใจไม่ใช่เพราะโลกยังมีประเทศล่ามนุษย์ซ่อนอยู่ แต่เพราะมันสะท้อนว่าความกลัว ความเชื่อ และการเล่าเรื่องแบบสยอง สามารถทำให้ประวัติศาสตร์บางส่วนถูกจำผิดได้ง่ายมาก โดยเฉพาะเมื่อถูกตัดออกจากบริบทของกฎหมาย สุขภาพ วัฒนธรรม และชีวิตจริงของผู้คนในพื้นที่นั้น
แหล่งที่มา: NCBI Bookshelf / Smithsonian Magazine / Encyclopaedia Britannica / Oxford Academic
อ้างอิง: https://www.ncbi.nlm.nih.gov/books/NBK559103/ , https://www.smithsonianmag.com/travel/sleeping-with-cannibals-128958913/ , https://www.britannica.com/story/cannibalism-cultures-cures-cuisine-and-calories
AI วิเคราะห์เลขท้าย 3 ตัวรางวัลที่ 1 งวดวันที่ 1 สิงหาคม 2569
10 นิสัยแปลกๆ ของ “คนฉลาดจริง” ที่คุณอาจจะมีแต่ไม่เคยรู้ตัว
ประเทศไทยมีศาลอะไรบ้าง
สิวหัวช้างทำไมเจ็บและทิ้งรอยง่าย
10 โรงแรมในตำนานของไทย ที่เคยโด่งดังแต่ปัจจุบันเหลือเพียงความทรงจำ
เผยสถิติเลขออกบ่อย ย้อนหลัง 20 ปี งวดวันที่ 1 สิงหาคม 2569
เกาะกระแสเลขดัง! แนวทาง หวยลาว 21 กรกฎาคม 2569 เลขไหนถูกพูดถึงมากที่สุดในโลกออนไลน์?
มหัศจรรย์เกาะวัดกลางทะเลที่น้ำทะเลล้อมรอบ
ท้องเสีย แล้วอะไรที่เสียตามไปด้วย
30 คำอวยพรวันเกิดแฟน ซึ้งๆ ความหมายดี สุขสันต์วันเกิดแฟน
วัดความจนจากอะไรได้บ้าง
ทำไมเครื่องหมายดอลลาร์ถึงใช้ตัว S? ไม่เป็นตัว D?
สวนสนุกในตำนานของไทย ที่ถูกยกให้เป็นสถานที่น่ากลัวมาจนถึงปัจจุบัน
7 นิสัยแปลกๆ ของ “สายอ่าน” ที่คุณอาจจะทำอยู่ทุกวัน... โดยไม่รู้ตัว
21 กรกฎาคม 356 ปีก่อนคริสตกาล : หิวแสง!ชายผู้เผา 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก เพียงเพื่อให้คนจำชื่อเขา
ย้อนดู "แก้วที่ไม่มีวันแตก" แต่ทำไมบริษัทถึงเจ๊ง?
“เจ้าหมูสกปรก” ทำไมหมูถึงกลายเป็นคำด่า ทั้งที่ความจริงหมูอาจไม่ได้สกปรกอย่างที่คิด


