หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ความสุขคือการกินจริงไหม หรือเราแค่ใช้ของอร่อยปลอบใจตัวเอง


เขียนโดย พี่หมีขี้เล่า

บางวันเราไม่ได้อยากกินเพราะหิว แต่อยากกินเพราะเหนื่อย เครียด เหงา หรือแค่อยากให้หัวใจรู้สึกดีขึ้นสักพัก นี่อาจเป็นเหตุผลที่คำว่า ความสุขคือการกิน ฟังดูเข้าใจง่ายสำหรับหลายคน

สอบผ่านก็ไปกินบุฟเฟต์
ได้เงินเดือนออกก็อยากกินของอร่อย
วันเกิดก็เลือกร้านดี ๆ
อกหัก เหนื่อย หรือเจอวันที่แย่ ก็ยังมีอาหารสักมื้อเป็นรางวัลปลอบใจ

คำถามคือ อาหารคือความสุขจริง ๆ หรือเราแค่คุ้นกับการใช้การกินแทนความรู้สึกบางอย่าง

สรุปเร็ว

ทำไมอาหารถึงทำให้เรารู้สึกดี

อาหารไม่ได้เป็นแค่สิ่งที่ทำให้อิ่ม แต่ยังผูกกับอารมณ์ ความทรงจำ และช่วงเวลาสำคัญในชีวิต

บางคนจำรสชาติไข่เจียวที่บ้านได้ดีกว่าร้านแพง ๆ
บางคนกินก๋วยเตี๋ยวร้านเดิมแล้วนึกถึงวัยเรียน
บางคนได้กลิ่นอาหารฝีมือแม่แล้วรู้สึกเหมือนได้กลับไปอยู่ในช่วงเวลาที่ปลอดภัย

เพราะหลายครั้ง เราไม่ได้กินแค่อาหาร แต่กำลังกินความทรงจำ ความผูกพัน และความรู้สึกบางอย่างที่ติดอยู่กับจานนั้นด้วย

นี่จึงทำให้อาหารกลายเป็นรางวัล เป็นการฉลอง และเป็นที่พักใจในวันที่โลกข้างนอกวุ่นวายเกินไป

กินเพื่อสุข กับ กินเพื่อหนี ต่างกันตรงไหน

การกินของอร่อยแล้วมีความสุขไม่ใช่เรื่องผิดเลย ปัญหาเริ่มเกิดเมื่ออาหารกลายเป็นวิธีเดียวที่เราใช้รับมือกับทุกอารมณ์

ลองแยกง่าย ๆ แบบนี้

กินเพื่อสุข
คือกินเพราะอยากกินจริง ๆ รู้สึกพอดี กินแล้วอิ่มใจ ไม่รู้สึกผิด และยังใช้ชีวิตต่อได้ตามปกติ

กินเพื่อหนี
คือกินเพราะเครียด เหงา โกรธ หรือเศร้า ทั้งที่ไม่ได้หิวมาก กินเร็ว กินเยอะกว่าที่ตั้งใจ แล้วหลังจากนั้นอาจรู้สึกผิด ว่างเปล่า หรือยิ่งไม่สบายใจ

จุดต่างไม่ได้อยู่ที่เมนู แต่อยู่ที่ความรู้สึกก่อนและหลังกิน

ไอศกรีมหนึ่งถ้วยอาจเป็นความสุขเล็ก ๆ ในวันที่เหนื่อย
แต่ไอศกรีมถ้วยเดิมก็อาจกลายเป็นการหนีความเครียด ถ้าเรากินเพื่อกลบทุกความรู้สึกโดยไม่เคยหันกลับมาดูว่าข้างในใจเกิดอะไรขึ้น

เช็กตัวเองก่อนกินแก้เครียด

ก่อนหยิบของกินเพราะรู้สึกไม่ไหว ลองถามตัวเองสั้น ๆ 5 ข้อนี้

ไม่จำเป็นต้องตอบให้ถูกทุกข้อ แค่หยุดถามตัวเองสั้น ๆ ก็ช่วยให้เห็นชัดขึ้นว่า ตอนนี้ร่างกายต้องการอาหาร หรือหัวใจกำลังต้องการการดูแล

ความสุขไม่ได้มีจานเดียว

สังคมทำให้เราเห็นภาพความสุขอยู่ตลอดเวลา บางคนสุขกับการกินร้านดัง บางคนสุขกับการเที่ยว บางคนสุขกับการแต่งเพลง ปลูกต้นไม้ เล่นกับสัตว์เลี้ยง นอนเงียบ ๆ หรือได้นั่งเฉย ๆ โดยไม่ต้องตอบแชตใคร

ทั้งหมดนี้ไม่มีแบบไหนสูงกว่ากัน

คนหนึ่งอาจมีความสุขกับหมูกระทะ
อีกคนอาจมีความสุขกับกาแฟแก้วเดียวตอนเช้า
บางคนอาจไม่ได้อยากกินอะไรพิเศษ แค่อยากมีใครสักคนนั่งกินข้าวด้วย

พอคิดแบบนี้ ความสุขจากการกินจึงไม่ได้อยู่ที่อาหารราคาแพงเสมอไป แต่อยู่ที่ความหมายของมื้อนั้นมากกว่า

บางมื้ออร่อยเพราะรสชาติ
บางมื้ออร่อยเพราะคนที่นั่งอยู่ตรงข้าม
บางมื้ออร่อยเพราะมันเกิดขึ้นหลังวันที่เหนื่อยมาทั้งวัน
และบางมื้ออร่อยเพราะเราได้กินอย่างไม่ต้องรีบ ไม่ต้องแข่งกับใคร

เมื่อไหร่ที่ควรเริ่มดูแลตัวเองมากขึ้น

ถ้าการกินเริ่มมาพร้อมความรู้สึกผิดบ่อย ๆ กินจนควบคุมไม่ได้ หรือใช้การกินเป็นทางออกหลักทุกครั้งที่เครียด เรื่องนี้ไม่ใช่ความผิดของเรา แต่เป็นสัญญาณว่าความรู้สึกข้างในอาจกำลังต้องการการดูแลมากกว่าขนมอีกหนึ่งถุง

อาหารช่วยปลอบใจได้ชั่วคราว แต่ถ้าความเครียด ความเศร้า หรือความกังวลวนกลับมาซ้ำ ๆ การคุยกับคนที่ไว้ใจ ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิต หรือแพทย์ อาจช่วยให้เราเจอวิธีดูแลตัวเองที่อ่อนโยนและยั่งยืนกว่าเดิม

คำตอบของความสุข อาจไม่ต้องเหมือนใคร

ไม่มีใครเป็นเจ้าของนิยามความสุขของเราได้ทั้งหมด

ถ้าการกินของอร่อยทำให้ยิ้มได้ ก็มีความสุขกับมันได้
ถ้าการอ่านหนังสือ ทำสวน แต่งเพลง เดินเล่น หรืออยู่เงียบ ๆ ทำให้ใจสงบ ก็รักษาสิ่งนั้นไว้
ถ้าความสุขคือมื้อธรรมดากับคนที่รัก มันก็มีค่าพอแล้ว

บางทีคำถามที่สำคัญอาจไม่ใช่ ใครเป็นคนนิยามว่าความสุขคือการกิน

แต่อาจเป็น วันนี้เรากำลังกินเพราะมีความสุข หรือกำลังกินเพราะอยากหนีอะไรบางอย่าง

ถ้าตอบคำถามนี้ได้ เราอาจเข้าใจตัวเองมากขึ้นกว่าการหาเมนูอร่อยจานต่อไปเสียอีก

 

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
พี่หมีขี้เล่า's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 49 ครั้ง
เขียนโดย พี่หมีขี้เล่า
พี่หมีขี้เล่า (นามปากกา)
นักเขียนทั่วไป
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
หุบผาม่าหลิงเหอ รอยแยกกลางกุ้ยโจวที่สวยเหมือนแกลเลอรีน้ำตกเจาะลึกตำนานและความจริง "เหล็กไหล" จากความเชื่อสู่มุมมองวิทยาศาสตร์ซาเล้ง-รถพ่วงข้างมีทางถูกกฎหมายแล้ว! ขนส่งเปิดจดทะเบียน รย.12 ภาษีปีละ 150 บาท3 มหาวิทยาลัยที่มีจำนวนนักศึกษาน้อยที่สุดในประเทศไทยจังหวัดที่มีห้องว่างในโรงแรมมากที่สุด มีจำนวนผู้เข้าพักน้อยที่สุดในไทย3 คณะที่เรียนยากที่สุดในระดับมหาวิทยาลัย5 จังหวัดที่เล็กที่สุดในไทย อันดับ 1 คือสมุทรสงคราม ไม่ใช่ภูเก็ต5 คณะสุดแกร่ง เรียนจบแล้วตลาดแย่งตัว3 ตำบลที่มีประชากรมากที่สุดในประเทศไทยทำไมแมงกะพรุน ปลาดาว ฟองน้ำ และปะการังอยู่ได้โดยไม่มีหัวใจ5 เมืองลับแลเมืองไทย เที่ยวแล้วเหมือนหลุดจากเมืองใหญ่ไปอีกโลกสิบเลขขายดีแม่จำเนียร งวด 16/6/69
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
เกิดเหตุวุ่นวายก่อนเริ่มเกม! อุปกรณ์ฝึกซ้อมของทีมชาติอังกฤษถูกขโมยอายุ 30 แล้วควรลดอาหารแบบไหน ถ้าไม่อยากบวมง่ายและน้ำหนักขึ้นเร็วWhy Thailand’s Roadside Cafes Make Road Trips Feel Humanทำไมแมงกะพรุน ปลาดาว ฟองน้ำ และปะการังอยู่ได้โดยไม่มีหัวใจซาเล้ง-รถพ่วงข้างมีทางถูกกฎหมายแล้ว! ขนส่งเปิดจดทะเบียน รย.12 ภาษีปีละ 150 บาทเจาะลึกตำนานและความจริง "เหล็กไหล" จากความเชื่อสู่มุมมองวิทยาศาสตร์
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
เกาะสวย น้ำใส น่าเที่ยวบุญและบาปของแต่ละศาสนาพลังงานจากแสงแดด5 จังหวัดที่เล็กที่สุดในไทย อันดับ 1 คือสมุทรสงคราม ไม่ใช่ภูเก็ต
ตั้งกระทู้ใหม่