ด้วงคีมสายรุ้ง แมลงสีโลหะจากป่าฝนควีนส์แลนด์ที่นักสะสมหลงรัก
ด้วงคีมสายรุ้ง หรือ Phalacrognathus muelleri เป็นด้วงคีมจากป่าฝนทางตอนเหนือของรัฐควีนส์แลนด์ ประเทศออสเตรเลีย ที่โดดเด่นด้วยสีเหลือบโลหะบนปีกแข็ง จนมักถูกยกให้เป็นหนึ่งในด้วงที่สวยสะดุดตาที่สุดในกลุ่มด้วงคีม
ชื่อสามัญของมันมีทั้ง Rainbow stag beetle และ King stag beetle โดยจัดอยู่ในวงศ์ด้วงคีม หรือ Lucanidae จุดเด่นที่เห็นได้ทันทีคือแผ่นปีกแข็งที่สะท้อนแสงเป็นสีเขียว ทอง แดง น้ำเงิน หรือม่วง ขึ้นอยู่กับมุมแสงและตัวอย่างที่พบ
ตัวผู้มักสะดุดตากว่าตัวเมีย เพราะมีขากรรไกรขนาดใหญ่โค้งยาวคล้ายคีม ขากรรไกรนี้ไม่ได้มีไว้โชว์อย่างเดียว แต่ใช้ในการต่อสู้กับตัวผู้ตัวอื่นเพื่อแย่งพื้นที่หรือโอกาสผสมพันธุ์ แหล่งข้อมูลด้านแมลงของออสเตรเลียระบุว่า Phalacrognathus muelleri มีขนาดประมาณ 24–75 มิลลิเมตร และพบในเขตตะวันออกเฉียงเหนือของควีนส์แลนด์
ความสวยที่มาจากโครงสร้าง ไม่ใช่แค่สี
สีรุ้งของด้วงชนิดนี้ทำให้หลายคนเข้าใจว่าเป็นสีแบบทาทับเหมือนเปลือกหอยหรืออัญมณี แต่โดยหลักแล้วความแวววาวของด้วงกลุ่มนี้เกิดจากผิวภายนอกที่สะท้อนแสง เมื่อแสงตกกระทบต่างมุม สีที่ตามองเห็นจึงเปลี่ยนไปได้
นี่คือเหตุผลที่ภาพถ่ายด้วงคีมสายรุ้งแต่ละภาพอาจดูไม่เหมือนกัน บางตัวออกเขียวทอง บางตัวเข้มไปทางแดงหรือม่วง และบางตัวมีโทนฟ้าน้ำเงิน ซึ่งเป็นหนึ่งในเสน่ห์ที่ทำให้มันได้รับความนิยมในหมู่นักสะสมแมลง
ชีวิตจริงผูกกับไม้ผุในป่าฝน
แม้ตัวเต็มวัยจะเป็นส่วนที่คนสนใจมากที่สุด แต่ช่วงชีวิตสำคัญของด้วงคีมสายรุ้งอยู่ในระยะตัวอ่อน ตัวอ่อนอาศัยอยู่ลึกในไม้ผุของต้นไม้ล้ม และกินไม้ผุที่มีเชื้อราเป็นส่วนหนึ่งของการเติบโต แหล่งคู่มือการเลี้ยงจาก Minibeast Wildlife ระบุว่าตัวอ่อนผ่าน 3 ระยะก่อนเข้าดักแด้และออกมาเป็นตัวเต็มวัย
บทบาทนี้ทำให้ด้วงคีมสายรุ้งไม่ได้เป็นเพียงแมลงสวยงาม แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของระบบย่อยสลายในป่าฝน เพราะตัวอ่อนช่วยใช้ประโยชน์จากไม้ผุที่ทับถมอยู่ในธรรมชาติ คล้ายกับแมลงอีกหลายชนิดที่มีหน้าที่หมุนเวียนอินทรียวัตถุกลับสู่ระบบนิเวศ
พบไม่ง่าย แม้ไม่ได้ถูกมองว่าใกล้สูญพันธุ์
ด้วงชนิดนี้พบในป่าฝนทางตอนเหนือของควีนส์แลนด์ และมีข้อมูลระบุถึงการพบในนิวกินีด้วย พิพิธภัณฑ์ Museums Victoria บันทึกชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Phalacrognathus muelleri ชื่อสามัญหลักคือ King Stag Beetle และชื่ออื่นคือ Rainbow stag beetle พร้อมจัดอยู่ในกลุ่มแมลงปีกแข็งวงศ์ Lucanidae
อย่างไรก็ตาม การพบในธรรมชาติไม่ใช่เรื่องง่าย ตัวเต็มวัยมักออกหากินหรือบินมาใกล้แสงไฟในเวลากลางคืนมากกว่าจะปรากฏตัวกลางวัน แหล่งคู่มือการเลี้ยงของออสเตรเลียระบุว่าแม้ไม่จัดว่าเป็นชนิดที่หายากมาก แต่ก็ไม่ใช่แมลงที่พบได้ทั่วไปในธรรมชาติ
จากป่าฝนสู่แมลงเลี้ยงยอดนิยม
สีสันและรูปร่างของด้วงคีมสายรุ้งทำให้มันเป็นที่ต้องการในกลุ่มผู้เลี้ยงแมลง โดยเฉพาะตัวผู้ขนาดใหญ่ที่มีขากรรไกรเด่น แหล่งข้อมูลการเลี้ยงระบุว่ามีการเพาะเลี้ยงในหลายประเทศ โดยเฉพาะในเอเชียสำหรับกลุ่มนักสะสมแมลง
แต่การเลี้ยงด้วงชนิดนี้ควรอยู่ภายใต้กฎหมายท้องถิ่นและแหล่งที่มาถูกต้อง เพราะแมลงต่างถิ่นบางชนิดอาจมีข้อจำกัดด้านการนำเข้า การครอบครอง หรือการปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ ผู้ที่สนใจจึงควรตรวจสอบกฎหมายก่อนซื้อหรือเพาะเลี้ยงเสมอ
ด้วงคีมสายรุ้งจึงน่าสนใจไม่ใช่เพราะสีสวยเพียงอย่างเดียว แต่เพราะมันเชื่อมโยงหลายเรื่องเข้าด้วยกัน ทั้งวิวัฒนาการของสีเหลือบโลหะ พฤติกรรมต่อสู้ของตัวผู้ ระบบนิเวศไม้ผุในป่าฝน และความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับแมลงสวยงามที่ถูกนำมาเลี้ยงนอกถิ่นอาศัยเดิม
แหล่งที่มา: Australian Geographic / Museums Victoria / Minibeast Wildlife
อ้างอิง:https://www.australiangeographic.com.au/nature-wildlife/2018/01/a-guide-to-australias-stag-beetles/
เขียนโดย davin
ทำไมขวดซีอิ๊ว น้ำปลา มักจะมี "ปุ่มนูนเล็กๆ" อยู่ใต้ขวด?
ชีวิตหลังเกษียณกับบ้านสวน ทำไมหลายคนมองว่าอยู่สบายกว่าเดิม
สถานที่ท่องเที่ยวในไทย ที่ชาวต่างชาติรู้จักและนิยมมากกว่าคนไทย
รวม เลขปฏิทินจีน งวด 1/7/69
คุณอยู่ Generation ไหน? เช็กช่วงปีเกิด Baby Boomer, Gen X, Y, Z และ Alpha
3 คณะที่โดนรีไทร์มากที่สุดในประเทศไทย
10 นักมวยไทยค่าตัวแพงที่สุดในไทย ใครรับค่าตัวหลักล้านต่อไฟต์?
เทคนิคจัดเลขชุด 6 ชุด จากเลขเด่น 3 ตัว แบบเซียนหวยงวด 1 ก.ค. 69
5 จังหวัดที่มีงูเยอะที่สุดในประเทศไทย
แบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าญี่ปุ่นหายไปไหนใน 20 ปีที่ผ่านมา
สัญญาณที่บอกว่าเราเริ่มแก่ขึ้น
อาหารที่คนไทยอาจรู้สึกเฉยๆ แต่มักเป็นที่ชื่นชอบของชาวต่างชาติ
ชีวิตหลังเกษียณกับบ้านสวน ทำไมหลายคนมองว่าอยู่สบายกว่าเดิม
10 นักมวยไทยค่าตัวแพงที่สุดในไทย ใครรับค่าตัวหลักล้านต่อไฟต์?





