หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

เสียงในหัวทำร้ายเรามากกว่าความเป็นจริงตรงหน้า


เขียนโดย Bougainvillea

        มนุษย์มีหลายประเภท แต่มีประเภทหนึ่งที่รับรู้สึกความรู้สึก และสิ่งรอบตัวได้ลึกซึ่งกว่าใครอื่น นั่นคือ คนเซนซิทิฟ พวกเขาเป็นคนคิดมาก และรับรู้ถึงอารมณ์ความรู้สึกได้อย่างลึกซึ่ง แต่บางครั้งก็เอาความรู้สึกของคนมาอยู่ในความรับผิดชอบของตัวเอง จนทำให้ตัวเองเหนื่อยล้าทั้งทางกายและทางจิตใจ อย่างที่ใครหลายคนกล่าวไว้ว่า ถ้าจิตใจมีปัญหาก็จะส่งผลต่อร่างกาย และเป็นเช่นเดียวกันในทางกลับกัน

        เวลามีปัญหาอะไรเข้ามาในชีวิต พวกเขามักจะเอามันมาคิดซ้ำแล้วซ้ำอีกเป็นร้อยเป็นพันรอบในหัว จนบางครั้งความคิดเหล่านั้นก็ตีกันจนพันพัวไร้ทางแก้ และบางครั้งอาจคิดกับตัวเองว่า "ฉันเป็นบ้าไปแล้วใช่ไหม" หรือ "ฉันต้องเป็นบ้าแน่ ๆ ถ้าไม่พาตัวเองหลุดออกจากความคิดในหัว" ความคิดที่ไร้ทางแก้ นำพาไปสู่ความพยายามที่มากมาย ทั้งพยายามไม่คิด พยายามไม่สนใจ หรือบอกตัวเองให้ปล่อยวาง แต่ดูเหมือนสมองไม่ได้ทำงานแบบนั้น

        หลายคนชอบบอกว่า ไม่ว่าประสบการณ์ที่เข้ามาในชีวิตจะดีหรือร้าย ก็ให้ปล่อยตัวเองได้รับรู้มันอย่างเต็มที่ เพราะสุดท้ายแล้วสักวันหนึ่งเราก็ต้องจากโลกนี้ไปอยู่ดี แต่สำหรับบางคนกว่าจะได้ถึงจุดนั้น มันเป็นอะไรที่ยากมาก เพราะในหัวมีทั้งความคิดของตัวเอง มีทั้งคำพูดของคนอื่นที่เคยได้ยินเข้ามาปะปนกันไปหมด โดยพวกเขารู้ตัวดีว่า พวกเขาชอบเก็บทุกอย่างมาใส่ใจ และไม่ต้องสนใจมันก็ได้ แต่ต่อให้รู้ พวกเขาก็ยังหยุดตัวเองไม่ได้อยู่ดียิ่งนานวันเข้า มันยิ่งส่งผลกับชีวิตมากขึ้น

        คนที่มีความวิตกกังวล มีผลกระทบอย่างหนึ่งที่ทำให้เหนื่อยล้าได้อย่างง่ายดาย คือ การได้ยินคนคุยกันก็เผลอคิดไปก่อนว่าเขากำลังพูดถึงเราในแง่ลบ บางครั้งความคิดลบ ๆ พวกนั้นเกิดขึ้นก่อนเหตุการณ์จริงจะเกิดเสียอีก จนรู้สึกว่าหลายครั้ง ความเจ็บปวด ความเหนื่อยล้าไม่ได้มาจากเหตุการณ์ตรงหน้า แต่มาจากสิ่งที่เกิดขึ้นในหัวตัวเองมากกว่า

        แน่นอนว่าชีวิตไม่ได้ราบรื่นตลอดเวลา บางครั้งก็ต้องเจอปัญหา แต่สำหรับบางคนที่เจอมันมาตั้งแต่เด็ก หรือเก็บสะสมมาหลายปี และตลอดเวลาคอยบอกตัวเองว่า ฉันอดทนได้ และสักวันจะผ่านมันไปได้ แต่พอนานวันเข้า ความเจ็บปวด และความเหนื่อยล้าที่ถูกกดเอาไว้ข้างในจะระเบิดออกมาอย่างแน่นอน และแน่นอนอีกเช่นกันว่า สภาพจิตใจที่ย่ำแย่จะส่งผลต่อร่างกาย โดยอาจเริ่มส่งสัญญาณออกมาผ่านหัวใจที่เต้นแรง การหายใจไม่ทั่วท้อง อาการมึนหัว การกินอะไรก็ไม่ค่อยลง หรือแม้กระทั่งอยากอาเจียน แต่ก็ไม่อาเจียนออกมาสักที ซึ่งเป็นความอึดอัดที่อธิบายได้ยาก

       การรู้สึก การเจ็บปวด การมีความสุขล้วนเป็นสิ่งมนุษย์คนหนึ่งต้องเจอในชีวิต และมันจะวนไปเรื่อย ๆ ไม่มีวันจบ และเส้นชีวิตไม่ใช่เส้นตรง แต่มันจะขึ้น ๆ ลง ๆ ราวกับคลื่นในมหาสมุทรที่ยากจะแห้งเหือดไป เราจึงต้องยอมรับว่านี่คือสิ่งที่เรียกว่า "ชีวิต" เราไม่อาจหลีกหนีมันได้ แต่เราสามารถเรียนรู้ที่จะอยู่กับมัน และปลอบประโลมตัวเองในวันที่เราไม่ไหวที่จะแบกรับมันเอาไว้ในช่วงเวลาหนึ่งของชีวิต 

       🪷การแก้อาการวิตกกังวล หยุดสมองดักฟังเสียงคนอื่น 🪷

1.ใช้เวลากับตัวเอง แล้วเปิดพัดลม หรือเปิดเครื่องปรับอากาส เพราะเสียงเหล่านี้เป็น White noise ที่ลดเสียงรบกวน และทำให้ผ่อนคลายได้ แล้วก็เปิดเพลงเบา ๆ หรือใส่หูฟังเปิดเพลงกลบเสียงข้างนอก ขณะที่เราก็ทำอะไรที่ตัวเองชอบไปด้วย โดยเฉพาะกิจกรรมที่ต้องจดจ่อกับสิ่งตรงหน้าจะช่วยเบี่ยงเบนความสนใจได้ดี เช่น Sudoku, จิ๊กซอร์, ลงสีตามตัวเลข เป็นต้น

2.เวลาที่เราวิตกกังวลมาก ๆ สมองจะเข้าสู่โหมดการเอาตัวรอด ซึ่งทำให้เราอึดอัดสุด ๆ แต่ก็หนีไปจากมันไม่ได้ แต่ลองฟัง 852 Frequency (เสียงตี๊ดยาว ๆ) พอฟังแล้วเหมือนสมองได้หยุดพักเลย รู้สึกผ่อนคลายได้มาก

3.เบี่ยงเบนจุดสนใจของสมองให้สนใจสิ่งอื่นแทนที่โฟกัสกับสิ่งที่วนอยู่ในหัว เราจะทำไปทีละอย่าง โดยแต่ละอย่างให้พูดหรือคิดเป็นคำพูดไปด้วย เริ่มจาก

-มองสิ่งรอบตัว 5 อย่าง เช่น หนึ่งพัดลมสีเขียวอ๋อย สองโทรศัทพ์ใส่เคสสีฟ้าอ่อน สามแสงสีส้มจากปลั๊กไฟ สี่ลิปกลอสสีชมพูสองแท่ง ห้าร่มสีม่วงที่กางอยู่

-สัมผัสสิ่งรอบตัว 4 อย่าง เช่น หนึ่งสัมผัสพื้นเย็น ๆ สองแป้นพิมพ์ สามตะแกรงพัดลม สี่กระเป๋าหนัง

-ฟังเสียงรอบตัว 3 อย่าง เช่น หนึ่งเสียงนกนอกบ้าน สองเสียงโทรทัศน์ที่เปิดอยู่ เสียงเพลงที่กำลังเปิด

บางครั้งทำแค่สามอย่างก็สามารถบรรเทาอาการลงได้ แต่อาจจะเพิ่มได้อีก เช่น  2 สิ่งที่ได้กลิ่น และ 1 รสที่ได้รับ 

       คนที่เซนซิทิฟ หรือมีแนวโน้มวิตกกังวล มักไม่ได้เหนื่อยล้าจากเหตุการณ์ตรงหน้าเพียงอย่างเดียว แต่ยังเหนื่อยจากความคิดที่วนซ้ำอยู่ในหัวตลอดเวลา จนส่งผลต่อทั้งจิตใจและร่างกาย แต่ความรู้สึกเหล่านี้ไม่ใช่สิ่งผิดปกติของชีวิตมนุษย์ เพราะความสุข ความทุกข์ ความกังวล และความเจ็บปวดล้วนเป็นส่วนหนึ่งของการมีชีวิตอยู่ สิ่งสำคัญไม่ใช่การบังคับตัวเองให้หยุดคิดหรือหยุดรู้สึก แต่คือการเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกับความรู้สึกเหล่านั้นผ่านการดูแลตัวเองด้วยวิธีที่เหมาะสม แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นหากอาการย่ำแย่จนเกินไป การไปพบจิตแพทย์ก็เป็นทางเลือกหนึ่งที่ไม่ควรมองข้าม

เนื้อหาโดย: Bougainvillea
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
Bougainvillea's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 113 ครั้ง
เขียนโดย Bougainvillea
นักเขียน-นิยาย บทความออนไลน์ นามปากกา Bougainvillea/สวนขวัญและดาวเรือง
ช่องทางติดตามอื่น ๆ
TikTok: Bougainvillea (@belloda.4)
YouTube: Raelynn Jann (https://youtu.be/0OdeIR7A3Zw?si=OFdT55sczba6xlrB)
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
5 VOTES (5/5 จาก 1 คน)
VOTED: udt271
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
4 เมืองร้างในไทย จากยุคเหมืองแร่ถึงเมืองบาดาลใต้เขื่อนพริกน้ำปลาให้อร่อย ต้องใส่อะไรบ้าง สูตรถ้วยเล็กที่ช่วยชูรสอาหารไทยช้างนาฬาคีรี วันที่ความโกรธถูกปล่อยกลางเมือง และพระพุทธเจ้าทรงหยุดมันด้วยความเมตตา5 จังหวัดที่มีงูเยอะที่สุดในประเทศไทยห้างสรรพสินค้าไทยที่หรูหรามาก จนหลายคนไม่กล้าเข้าไปเพื่อใช้บริการถ้าไม่กินผักเลย จะเกิดอะไรขึ้นกับร่างกาย?ฮัวกาชีนา โอเอซิสกลางทะเลทรายเปรู ที่สวยเหมือนหลุดจากภาพวาดเสียบปลั๊กทิ้งไว้กินไฟจริงไหม 4 อุปกรณ์ที่ควรตัดไฟหลังใช้ถ้ามนุษย์ทุกคนมีบรรพบุรุษ แล้วมนุษย์คนแรกของโลกมีพ่อแม่เป็นใครสิ่งที่คนไทยทำเป็นเรื่องปกติแต่ต่างชาติแปลกใจ10 มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าที่คนไทยเริ่มสนใจ ก่อนเปลี่ยนจากรถน้ำมันทำไม น้ำมูกถึงไหล เกิดจากสาเหตุอะไรกันแน่?
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
จังหวัดที่ชาวต่างชาติชอบที่สุด สำหรับการมาใช้ชีวิตหลังวัยเกษียณ
กระทู้อื่นๆในบอร์ด ความรัก, ประสบการณ์ชีวิต
ทำความรู้จัก Polyamory เมื่อความรักไม่ใช่เรื่องของคน 2 คน ไม่มีการนอกใจ ไม่ใช่การมั่ว แค่นิยามความรักที่แตกต่างเจอคำพูดทำร้ายใจ รับมือยังไงไม่ให้แผลในใจลุกลาม50 แคปชั่นฮีลใจ คำคมคิดบวก สำหรับคนสู้ชีวิตในวันที่รู้สึกไม่ไหว10 แคปชั่น fathers day 2026 ต้นแบบความเท่ในชีวิต
ตั้งกระทู้ใหม่