หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

Operation Haudegen สถานีอากาศนาซีในอาร์กติก ที่ยอมแพ้หลังสงครามจบ

เขียนโดย พีรพัฒน์ พีพี

 

บนเกาะหนาวจัดทางเหนือของนอร์เวย์ มีทหารเยอรมัน 11 คนยังวัดลม วัดอุณหภูมิ และส่งรายงานอากาศกลับฐาน ทั้งที่สงครามโลกครั้งที่ 2 ในยุโรปใกล้จะจบเต็มทีแล้ว

ภารกิจนี้ชื่อ Operation Haudegen

ชื่อฟังดูเหมือนหน่วยรบลับ แต่หน้าที่จริง ๆ ของพวกเขาไม่ใช่บุกเมือง ไม่ใช่ลอบสังหารใคร เป็นงานที่ดูเงียบมากด้วยซ้ำ คือตั้งสถานีอุตุนิยมวิทยาบนหมู่เกาะสฟาลบาร์ด ทางอาร์กติก แล้วส่งข้อมูลสภาพอากาศให้กองทัพเยอรมันใช้วางแผนทางทะเลและทางอากาศ

 

ฟังเหมือนงานหลังบ้าน แต่ในสงคราม ข้อมูลอากาศคือของมีราคา

รายงานของนักวิจัยด้านประวัติศาสตร์อุตุนิยมวิทยาระบุว่า ระหว่างปี 1941-1945 กองทัพเรือและกองทัพอากาศเยอรมันเคยตั้งสถานีอากาศหลายแห่งบนสฟาลบาร์ด เพื่อเติมช่องว่างข้อมูลสภาพอากาศในอาร์กติก เพราะหลังฝ่ายสัมพันธมิตรอพยพคนออกจากพื้นที่ รายงานอากาศตามปกติก็หายไปจากแผนที่การพยากรณ์ของยุโรปเหนือแทบจะทันที

พูดง่าย ๆ คือ ใครรู้ก่อนว่าพายุจะมา ลมจะเปลี่ยน หรือทัศนวิสัยจะเปิด ก็มีโอกาสขยับเรือ เครื่องบิน และขบวนลำเลียงได้แม่นกว่าอีกฝ่าย

 

Haudegen ถูกส่งไปตั้งฐานที่ Nordaustlandet ซึ่งเป็นเกาะใหญ่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของสฟาลบาร์ด มีข้อมูลระบุว่าชุดปฏิบัติการถูกลำเลียงไปในเดือนกันยายน 1944 โดยเรือดำน้ำ U-307 และเรือสนับสนุน Carl J. Busch จากนั้นสถานีก็เริ่มทำงานต่อเนื่องในพื้นที่หนาวจัดเกือบหนึ่งปี

ลองนึกภาพนะครับ ตื่นขึ้นมาในดินแดนที่รอบตัวมีแต่น้ำแข็ง หิน ลมแรง และความเงียบ วัดความกดอากาศ จดอุณหภูมิ ดูทิศทางลม แล้วส่งรหัสวิทยุกลับไป เหมือนงานประจำวันธรรมดา แต่ข้อมูลเหล่านี้ไปอยู่บนโต๊ะวางแผนของกองทัพ

ไม่ได้หวือหวา แต่สำคัญมาก

จุดที่ควรเล่าให้ตรงคือ Haudegen ไม่ใช่หน่วย “สายลับพยากรณ์อากาศ” แบบในหนัง และยังไม่ควรพูดเกินไปว่าพวกเขาพยากรณ์แม่นจนเปลี่ยนผลสงครามโดยลำพัง หลักฐานที่ชัดกว่าคือ เยอรมันให้ความสำคัญกับข้อมูลอากาศในอาร์กติก เพราะข้อมูลจากแถบนี้ช่วยมองภาพระบบอากาศที่จะเคลื่อนลงมายังแอตแลนติกเหนือและยุโรป

นั่นก็แรงพอแล้ว

ฝ่ายสัมพันธมิตรเองรู้ดีว่าการตัดแหล่งข้อมูลอากาศของเยอรมันเป็นเรื่องจำเป็น จึงมีทั้งการเฝ้าระวังสัญญาณวิทยุ การโจมตีสถานีบางแห่ง และปฏิบัติการบนเกาะสฟาลบาร์ดหลายช่วงก่อนหน้านั้น พื้นที่ที่ดูเหมือนไกลโลกใบนี้ เลยกลายเป็นส่วนหนึ่งของสงครามข้อมูลแบบเงียบ ๆ

แล้วตอนจบของ Haudegen ก็แปลกจริง

วันที่ 8 พฤษภาคม 1945 เจ้าหน้าที่สถานีได้รับข่าวว่าเยอรมนียอมแพ้แล้ว สงครามในยุโรปจบลง แต่พวกเขายังอยู่บนเกาะเดิม การติดต่อขาด ๆ หาย ๆ และไม่มีเรือมารับทันที บันทึกหลายแหล่งระบุว่า กว่ากลุ่มนี้จะได้ออกจากพื้นที่ ต้องรอจนต้นเดือนกันยายน 1945 เมื่อเรือนอร์เวย์ชื่อ Blåsel เดินทางไปถึง และพวกเขายอมแพ้ต่อกัปตันเรือลำนั้น

บางแหล่งระบุวันที่ 4 กันยายน บางแหล่งระบุวันที่ 6 กันยายน 1945 แต่ใจความตรงกันคือ พวกเขามักถูกเล่าว่าเป็นหนึ่งในกลุ่มทหารเยอรมันชุดสุดท้ายที่ยอมแพ้หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ในยุโรปจบไปแล้วหลายเดือน

เรื่องนี้เลยน่าสนใจตรงที่มันไม่ได้มีฉากรบใหญ่ ไม่มีเสียงปืนกึกก้อง ไม่มีรถถังบุกเมือง

มีแค่คน 11 คน สถานีอากาศเล็ก ๆ รหัสวิทยุ และลมหนาวของอาร์กติก

แต่ในสงคราม ข้อมูลเล็ก ๆ แบบนี้แหละครับที่บางครั้งทำให้เรือออกเดินทางได้ ทำให้เครื่องบินขึ้นบินถูกวัน หรือทำให้กองทัพตัดสินใจเลื่อนปฏิบัติการออกไปอีก 24 ชั่วโมง

พอมองกลับมาจากวันนี้ ยิ่งเห็นชัดกว่าเดิมว่า “พยากรณ์อากาศ” ไม่เคยเป็นแค่เรื่องฝนตกแดดออก มันคือข้อมูลยุทธศาสตร์ ตั้งแต่ยุคเข็มทิศ แผนที่กระดาษ รหัสมอร์ส มาจนถึงยุคดาวเทียมและแบบจำลองคอมพิวเตอร์

ถ้าเราถูกส่งไปอยู่สถานีแบบ Haudegen สักหนึ่งเดือน ไม่ต้องถึงหนึ่งปี แค่คิดถึงคืนแรกบนเกาะน้ำแข็งก็น่าจะเริ่มอยากกลับบ้านแล้วนั่นแหละ

 

 

เนื้อหาโดย: พีรพัฒน์ พีพี

แหล่งที่มา: Polar Forschung / Arctic Institute of North America / Svalbard Museum / ข้อมูลต้นฉบับจากไฟล์ผู้ใช้
อ้างอิง: https://polf.copernicus.org/articles/92/33/2024/polf-92-33-2024.pdf , https://journalhosting.ucalgary.ca/index.php/arctic/article/view/63583/47519 , https://svalbardmuseum.no/en/world-war-ii , https://en.wikipedia.org/wiki/Operation_Haudegen
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
พีรพัฒน์ พีพี's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 165 ครั้ง
เขียนโดย พีรพัฒน์ พีพี
พีรพัฒน์ พีพี | นักเขียนเรื่องใกล้ตัวและมุมที่คนมักมองข้าม
ชอบหยิบสิ่งธรรมดามาตั้งคำถาม แล้วค้นให้ลึกจนเจอคำตอบที่ทำให้รู้สึกว่า “อ๋อ ที่แท้เป็นแบบนี้”
เล่าเรื่องให้เข้าใจง่าย มีที่มา และแยกข้อเท็จจริงออกจากความคิดเห็น
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
5 VOTES (5/5 จาก 1 คน)
VOTED: พีรพัฒน์ พีพี
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
10 จังหวัดที่มีคนจนมากที่สุดในไทย ทำไมบางพื้นที่ยังเผชิญความยากจนทำไมเงินไทยถึงเรียกว่า “บาท” ทั้งที่หลายประเทศใช้คำว่า ดอลลาร์ ปอนด์ หรือเยน?4 รูปแบบของพฤติกรรม Gaslighting ในครอบครัว สถานการณ์กลืนไม่เข้าคายไม่ออก (Double bind)4 อาหารเพื่ออายุยืน ที่แนะนำโดยผู้เชี่ยวชาญวัย 64 ปีทำไมประเทศนี้จึงเขียน Laos แต่ออกเสียง ลาว7 วิธีมูเสริมดวงความรัก เปิดทางให้รักดี ๆ เข้ามา ใครอยากมีคู่ต้องอ่านเกิดแผ่นดินไหวขนาด 7.7 แมกนิจูด ทางตอนใต้ของปานามาจังหวัดที่มี "สนามบิน 2 แห่ง" ในจังหวัดเดียวสนามบินที่มีอยู่จริง แต่ไม่มีเที่ยวบินพาณิชย์ให้บริการ มีที่ไหนบ้างในประเทศไทย?7 ประเทศที่มีสอนวิชาภาษาไทย คนไทยอาจไม่รู้ว่าภาษาบ้านเราไปไกลถึงต่างแดน!ส่องเลขธูป เจ๊ฟองเบียร์ งวดวันที่ 16 ตุลาคม 2569เปิด 5 อบต. รายได้รวมสูงที่สุดในไทย ปี 2569 ตัวเลขทะลุพันล้าน!
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
10 จังหวัดที่มีคนจนมากที่สุดในไทย ทำไมบางพื้นที่ยังเผชิญความยากจนเปิด 5 จังหวัดที่มีทุเรียนราคาสูงที่สุดในไทย จังหวัดไหนครองตลาดพรีเมียม4 รูปแบบของพฤติกรรม Gaslighting ในครอบครัว สถานการณ์กลืนไม่เข้าคายไม่ออก (Double bind)7 วิธีมูเสริมดวงความรัก เปิดทางให้รักดี ๆ เข้ามา ใครอยากมีคู่ต้องอ่านประเทศไทยเตรียมพร้อมเป็นเจ้าภาพ การประชุมไอเอ็มเอฟเวิล์ดแบงก์
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
จังหวัดของไทยที่ขึ้นชื่อว่า “ผู้หญิงสวยที่สุด” มีเอกลักษณ์และเสน่ห์โดดเด่นมากที่สุดไม่มีอุบัติเหตุ ไม่มีถนนปิด แต่รถติดยาว ใครเป็นต้นเหตุตั้งใจซื้อแค่ชิ้นเดียวทำไมถึงได้ของกลับบ้านเต็มถุงอำเภอที่มีคนอยู่น้อยกว่า 5000 คน เพียง 2 อำเภอเท่านั้นในไทย
ตั้งกระทู้ใหม่