หากนักดำน้ำ 5 คน มีถังออกซิเจนที่เพียงพอ พวกเค้าจะสามารถเอาชีวิตรอดจากโศกนาฏกรรมครั้งนี้ได้หรือไม่
ข่าวนี้ถือเป็นโศกนาฏกรรมที่สะเทือนวงการดำน้ำอย่างมาก เมื่อนักดำน้ำชาวอิตาลี 5 คน เสียชีวิตระหว่างดำน้ำสำรวจ “ถ้ำใต้น้ำ” บริเวณหมู่เกาะวาวู อะทอลล์ ประเทศ Maldives
รายงานระบุว่า ถ้ำดังกล่าวมีความลึกประมาณ 50–70 เมตร และมีลักษณะซับซ้อน มืดสนิท รวมถึงมีกระแสน้ำที่รุนแรง จนถูกมองว่าเป็นหนึ่งในพื้นที่ดำน้ำที่อันตรายที่สุดแห่งหนึ่ง
แม้นักดำน้ำทั้ง 5 คน จะเป็นผู้มีประสบการณ์ แต่ปัจจัยที่อาจนำไปสู่โศกนาฏกรรมครั้งนี้ ได้แก่
- หลงทางภายในระบบถ้ำ
- ดำลึกเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด โดยมีรายงานว่าพวกเขาดำลงไปถึงประมาณ 60 เมตร ทั้งที่ข้อกำหนดอนุญาตไว้เพียง 30 เมตร
- ใช้อากาศมากผิดปกติจากความเครียดและความตื่นตระหนก
- ทัศนวิสัยแย่ลงจากตะกอนใต้น้ำที่ฟุ้งกระจาย
คำถามคือ…
“หากย้อนเวลากลับไปก่อนเกิดเหตุ และนักดำน้ำทั้ง 5 คน มีถังออกซิเจนที่เพียงพอ พวกเขาจะสามารถรอดชีวิตจากเหตุการณ์ครั้งนี้ได้หรือไม่?”
สิ่งที่น่ากลัวที่สุดของการดำน้ำถ้ำ คือ นักดำน้ำจำนวนมากไม่ได้เสียชีวิตเพราะ “ว่ายน้ำไม่เป็น” แต่เสียชีวิตเพราะ “หาทางออกไม่เจอ”
และเมื่อเริ่มหาทางออกไม่พบ ความตื่นตระหนกจะค่อย ๆ เข้ามาแทนที่สติ ส่งผลให้ร่างกายใช้อากาศเร็วกว่าปกติหลายเท่า
นักดำน้ำถ้ำมืออาชีพจึงมักใช้กฎที่เรียกว่า “Rule of Thirds” ได้แก่
1/3 ของอากาศ ใช้สำหรับตอนเข้า
1/3 ใช้สำหรับตอนออก
และอีก 1/3 เก็บไว้สำหรับเหตุฉุกเฉิน
ยกตัวอย่าง หากมีอากาศใช้งานได้ 90 นาที:
เข้า 30 นาที
ออก 30 นาที
สำรองอีก 30 นาที
แต่ในความลึกระดับ 50–70 เมตร การใช้อากาศจะรวดเร็วกว่าปกติหลายเท่า เพราะแรงดันน้ำที่สูงมาก
ยิ่งดำลึกปอดจะใช้ก๊าซมากขึ้นในทุกครั้งที่หายใจ
ร่างกายเหนื่อยง่ายขึ้น
และความเครียดจะทำให้อัตราการหายใจพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
ดังนั้น “ถังออกซิเจนที่เพียงพอ” สำหรับการดำน้ำถ้ำลึก จึงไม่ใช่เพียงถังดำน้ำทั่วไป 1–2 ถัง แต่รวมถึง:
- ระบบถังคู่ (Twinset)
- ถังสำรองหลายจุด
- หรือการวางถังพักไว้ตามเส้นทาง (Stage Tanks)
ในการสำรวจถ้ำลึกจริง นักดำน้ำบางทีมใช้อากาศรวมกันหลายร้อยบาร์ และวางแผนกันละเอียดแทบทุกนาที
สิ่งที่ทำให้เหตุการณ์ลักษณะนี้น่ากลัวที่สุด คือ…
ต่อให้ยังมีอากาศเหลืออีก 1 ชั่วโมง แต่ถ้าหาทางออกไม่เจอ ความหวังก็จะค่อย ๆ ลดลงทีละนาที
และเมื่อมนุษย์เริ่ม panic การใช้อากาศอาจเพิ่มขึ้นมากกว่าปกติถึง 2–4 เท่า
ดังนั้น ต่อให้นักดำน้ำทั้ง 5 คน มีถังออกซิเจนที่เพียงพอ ก็ยังไม่มีอะไรรับประกันได้ว่าพวกเขาจะรอดชีวิต
เพราะการเอาชีวิตรอดในถ้ำใต้น้ำ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับ “อากาศ” เพียงอย่างเดียว แต่ยังขึ้นอยู่กับสติ การตัดสินใจ และการหาทางออกให้เจอทันเวลา
“ถังออกซิเจนอาจยืดเวลาได้ แต่สิ่งที่ตัดสินความเป็นความตายจริง ๆ คือ พวกเขาหาทางออกเจอทันเวลาหรือไม่”
วิทยาลัยที่รับเฉพาะนักศึกษาหญิง เพียงแห่งเดียวเท่านั้นในประเทศไทย
เจาะรหัสลับ "แปลปกสลากฯ" ประจำวันที่ 1 มิ.ย. 69
10 อำเภอของไทยที่ไม่มีห้างใหญ่ แต่คนท้องถิ่นกลับใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข
ลิงก์ไลฟ์สดไวรัล Lina Miaa ระวังของปลอม กดพลาดเสี่ยงเสียบัญชี
โหมดเครื่องบินมีไว้ทำไม?
ประเทศท่องเที่ยวชื่อดัง ที่คาดว่า(น่าจะ)ไม่มีคนไทยไปเที่ยว
ไขข้อสงสัย! ทะเบียนบ้านไม่มี "เจ้าบ้าน" ได้ไหม? ส่องข้อกฎหมายและแนวทางปฏิบัติที่เจ้าของบ้านควรรู้
ปลากัดอันตูตา ปลากัดป่าบอร์เนียวตัวใหญ่ สายอมไข่ที่นักเลี้ยงหลงเสน่ห์
ตำนานกรีนสปอต น้ำส้มขวดแก้วที่พาหลายคนย้อนกลับไปหน้าตู้แช่ยุคเก่า
ประเทศที่มีความเจริญน้อยที่สุดในอาเซียน
ไวรัลสนั่นโซเชียล! แฉยับไลฟ์สด 18+ ว่อนเฟซบุ๊ก ตาดีแอบเห็น "เพจหน่วยงานดัง" โผล่ร่วมชม ...แก้เขินเนียนแจกถุงยางฟรี!
8 พืชที่ช่วยไล่ยุงได้ หลายบ้านปลูกไว้โดยไม่รู้
เรือทหารลำที่ใหญ่ที่สุด ที่มีประจำการอยู่ในกองทัพเรือไทย
สรุปจ่ายยังไงให้คุ้มสุด? รับสิทธิ์สูงสุดวันละ 200 บาท!
โศกนาฏกรรม 5 นักดำน้ำ กับ ตำนานอสูรทรายแห่งมัลดีฟส์
ล่องลอยในแม่น้ำหวงผู่ - เซี่ยงไฮ้ ตอนที่ 5
ภาพวาดมูลค่าสูงที่สุดในโลก ที่มหาเศรษฐียอมทุ่มเงินซื้อ



