หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

จอเยอะจนใจลอย? วิธีพาตัวเองกลับมารับรู้โลกจริงอีกครั้ง

เขียนโดย วัน ๆ หาแต่เรื่อง

หลายคนอาจเคยมีวันที่แทบไม่ได้ละสายตาจากหน้าจอเลย ตั้งแต่ประชุมออนไลน์ ตอบอีเมล เช็กแชต ไปจนถึงไถวิดีโอสั้นต่อเนื่องแบบไม่รู้ตัว

พอเงยหน้าขึ้นมาอีกที อาจเพิ่งนึกได้ว่าลืมดื่มน้ำมาหลายชั่วโมง คอแห้ง ปวดหัว ตัวตึง หรือรู้สึกเหมือนเวลาหายไปทั้งบ่าย ทั้งที่ร่างกายยังนั่งอยู่ที่เดิม

บทความจาก Psyche เรื่อง How to come back to your senses ชวนมองเรื่องนี้ในมุมที่น่าสนใจว่า ชีวิตที่ถูกพาเข้าไปอยู่ในหน้าจอมากเกินไป อาจทำให้ประสบการณ์ทางประสาทสัมผัสในชีวิตประจำวันค่อย ๆ แคบลง ไม่ใช่เพราะมนุษย์สูญเสียความสามารถในการรับรู้โลก แต่เพราะเราอาจไม่ได้ใช้มันอย่างเต็มที่เหมือนเดิม

หน้าจอทำให้หลายอย่างสะดวกขึ้นมาก งานที่เคยต้องเดินไปคุย โทรศัพท์ เขียนบันทึก หยิบหนังสือ หรือออกไปพบใครสักคน ถูกย่อมาอยู่ในอุปกรณ์เดียว แต่ความสะดวกนี้ก็มีด้านที่ควรสังเกต เพราะกิจกรรมจำนวนมากถูกจำกัดอยู่กับการมอง การฟัง และการแตะหน้าจอซ้ำ ๆ

ในชีวิตจริง ประสาทสัมผัสของเราไม่ได้มีแค่ตากับหู เรายังรับรู้โลกผ่านกลิ่น อุณหภูมิ พื้นผิว การเคลื่อนไหว ความตึงของกล้ามเนื้อ ความหิว ความกระหาย และความรู้สึกเล็ก ๆ ที่เกิดขึ้นในร่างกายตลอดเวลา แต่เมื่อความสนใจถูกดึงไปอยู่กับแจ้งเตือน งานด่วน หรือข้อมูลที่ไหลเข้ามาไม่หยุด สิ่งเหล่านี้มักถูกผลักไปอยู่ด้านหลังโดยไม่รู้ตัว

องค์การอนามัยโลกก็ระบุในข้อมูลด้านกิจกรรมทางกายว่า พฤติกรรมเนือยนิ่งและการใช้หน้าจอมากขึ้นในชีวิตการทำงาน การเรียน และการพักผ่อน เป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้ชีวิตประจำวันของคนยุคใหม่เคลื่อนไหวน้อยลง ขณะที่กิจกรรมทางกายอย่างสม่ำเสมอมีประโยชน์ต่อทั้งสุขภาพกาย สุขภาพใจ และคุณภาพชีวิตโดยรวม

ประเด็นสำคัญจึงไม่ใช่การกล่าวโทษเทคโนโลยี หรือบอกให้ทุกคนต้องเลิกใช้หน้าจอทันที เพราะในความเป็นจริง หน้าจอกลายเป็นส่วนหนึ่งของงาน การเรียน การสื่อสาร และความบันเทิงไปแล้ว

แต่สิ่งที่บทความชวนคิดคือ เราอาจต้องหาจังหวะเล็ก ๆ เพื่อกลับมารับรู้ร่างกายและโลกตรงหน้ามากขึ้น เช่น ลุกเดินโดยตั้งใจสังเกตเสียงรอบตัว ลองจับพื้นผิวของสิ่งของใกล้มือ สังเกตกลิ่นของเครื่องดื่ม อาหาร หรืออากาศหลังฝนตก รวมถึงหยุดถามตัวเองสั้น ๆ ว่าตอนนี้ร่างกายกำลังรู้สึกอย่างไร

บางคนอาจเริ่มง่าย ๆ จากการพักสายตาไม่กี่นาที วางมือถือไว้ไกลมือระหว่างกินข้าว เดินโดยไม่เปิดหูฟังตลอดเวลา หรือใช้ช่วงก่อนนอนเป็นเวลาที่ไม่ต้องรับข้อมูลเพิ่มอีกแล้ว วิธีเหล่านี้อาจดูเล็กมาก แต่ช่วยให้สมองและร่างกายมีพื้นที่กลับมาอยู่กับปัจจุบันมากขึ้น

งานสำรวจของ American Psychological Association เคยชี้ว่า คนที่เช็กอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อยู่บ่อย ๆ มีแนวโน้มรายงานความเครียดสูงกว่าคนที่ไม่ได้เช็กบ่อยเท่ากัน แม้ข้อมูลนี้ไม่ได้หมายความว่าหน้าจอเป็นสาเหตุเดียวของความเครียด แต่สะท้อนว่า “การเช็กตลอดเวลา” อาจเป็นพฤติกรรมที่ควรสังเกต โดยเฉพาะเมื่อมันเริ่มรบกวนการพักผ่อน สมาธิ หรือความสัมพันธ์กับคนรอบตัว

วิธีพาตัวเองกลับมาอยู่กับโลกจริงจึงไม่จำเป็นต้องจริงจังหรือทำให้ชีวิตยุ่งยากกว่าเดิม แค่ให้ประสาทสัมผัสได้กลับมาทำงานบ้าง เช่น ดื่มน้ำช้า ๆ แล้วรับรู้รสชาติ ยืนรับลมสักครู่ ฟังเสียงรอบบ้าน หรือเดินไปซื้อของโดยสังเกตสิ่งที่ปกติมองข้าม

สิ่งเหล่านี้ไม่ได้แทนการดูแลสุขภาพจิตอย่างจริงจัง หากใครมีอาการเครียด วิตกกังวล หลุดลอยจากความจริง หรือรู้สึกไม่เป็นตัวเองบ่อย ๆ จนกระทบชีวิตประจำวัน ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิต แต่สำหรับหลายคนที่แค่รู้สึกเหนื่อยล้าจากหน้าจอ การกลับมารับรู้สิ่งธรรมดาใกล้ตัว อาจเป็นจุดเริ่มต้นที่อ่อนโยนและทำได้ทันที

บางครั้งเราอาจไม่ได้หายไปไหน แค่เผลอปล่อยให้ความสนใจไหลเข้าไปอยู่ในหน้าจอนานเกินไปเท่านั้นเอง

แหล่งที่มา: Psyche / World Health Organization / American Psychological Association
อ้างอิง: https://psyche.co/guides/how-to-come-back-to-your-senses, https://www.who.int/news-room/fact-sheets/detail/physical-activity, https://www.apa.org/news/press/releases/2017/02/checking-devices
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
วัน ๆ หาแต่เรื่อง's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 69 ครั้ง
เขียนโดย วัน ๆ หาแต่เรื่อง
กดให้คะแนน หรือกดติดตาม เพื่อเป็นกำลังใจและไม่พลาดบทความใหม่ทุกวัน
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
อำเภอที่มีชื่ออำเภอสั้นที่สุด 3 อำเภอเท่านั้นในประเทศไทยเปิดศึกเลขเด็ดงวดนี้! เจ้าพ่อปากแดง ปะทะ เจ้าแม่ตะเคียนทอง งวด 1 ต.ค. 59 คัดมาให้เน้นๆ พร้อมลุ้นรวยความลับ 30 ล้านปีของ “แม่น้ำไนล์”: ทำไมสายน้ำสายนี้ถึงไม่เคยเหือดแห้งกลางทะเลทรายซาฮาราตาราง “เด่นเหนือเด่นใต้” งวด 1 ต.ค. 69 เปิดข้อมูลตามโพย เลขไหนอยู่ตรงไหนประวัติศาสตร์หน่อไม้ฝรั่ง: จากผักศักดิ์สิทธิ์แห่งพีระมิด สู่สงครามยาเสพติด และนโยบายที่พังทลายเกษตรกรอเมริกันเปิด 5 โรงเรียนหญิงล้วนเก่าแก่ของไทย ที่มีประวัติยาวนานกว่าศตวรรษโรงเรียนที่มีนักเรียนมากที่สุดในไทยเปิด 5 สาขาวิศวะที่ค่าเทอมแพงที่สุดในไทย หลักสูตรเดียวจ่ายทะลุ 5 แสน!ส่องเลข 3 สำนักพิมพ์ งวด 1 ต.ค. 69 ตัวไหนมีข้อมูลตรงกันมูลนิธิองค์กรทำดีชี้แจง บุคคลปริศนาไม่ใช่ทีมงานและไม่มีส่วนเกี่ยวข้องรู้หรือไม่? เปิดรายได้พนักงานส่งพัสดุของแต่ละแอป วันหนึ่งได้เท่าไรแปลปกสลาก งวด 1 ต.ค. 69 ส่องตัวเลขจากภาพปกสลากกินแบ่งรัฐบาล
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
อำเภอที่มีชื่ออำเภอสั้นที่สุด 3 อำเภอเท่านั้นในประเทศไทย
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
รวมไฟล์ข้อสอบเก่า ก.พ. (ภาค ก) ปี 2557–25698 โมเดลรถเหล็ก Tomica ที่คุ้มค่าเก็บสะสม! รุ่นไหนหายากจนราคาพุ่ง7 บอร์ดเกมเศรษฐียุคแรก ๆ ของไทย! ของเล่นบนกระดานที่เคยอยู่ตามบ้าน วันนี้ชุดครบกลายเป็นของสะสม5 ของเล่นสมัยก่อนที่คนนิยมเล่นกันที่สุด! ผ่านมาหลายสิบปี เด็กยุคนี้ก็ยังเล่น
ตั้งกระทู้ใหม่