เม็ดมะขามคั่ว เคยเป็นส่วนผสมกาแฟโบราณและโอเลี้ยงจริงหรือ
เวลาทานมะขาม หลายคนมักสนใจแค่เนื้อเปรี้ยว ๆ เอาไว้จิ้มพริกเกลือหรือทำอาหาร แล้วก็โยนเม็ดแข็ง ๆ ทิ้งไปแบบไม่คิดอะไร
แต่เม็ดมะขามที่ดูเหมือนไม่มีค่าเหล่านี้ เคยถูกนำมาใช้ประโยชน์ในวิถีอาหารพื้นบ้านมานาน โดยเฉพาะการนำไปคั่วจนหอม ก่อนใช้เป็นเครื่องดื่มที่ให้กลิ่นและรสคล้ายกาแฟอ่อน ๆ
ข้อมูลจากสำนักงานข้อมูลสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ระบุว่า ในอดีตช่วงที่การปลูกกาแฟในประเทศไทยยังไม่แพร่หลาย ชาวอีสานนิยมคั่วเมล็ดมะขาม แล้วแกะเนื้อในออกมากินเล่น ต่อมามีผู้สังเกตว่ารสชาติและกลิ่นหลังคั่วมีความคล้ายกาแฟ จึงเกิด “กาแฟเม็ดมะขามคั่ว” ขึ้นมา และมีการนำไปใช้กับเครื่องดื่มอย่างโอเลี้ยงหรือโอยัวะในบางพื้นที่
วิธีทำโดยทั่วไปจะเริ่มจากล้างเม็ดมะขามให้สะอาด ตากให้แห้ง แล้วนำไปคั่วด้วยไฟอ่อนจนมีกลิ่นหอม จากนั้นจึงแกะเปลือกแข็งออก เอาเนื้อในมาบดหรือโขลกให้แตก ก่อนนำไปชงคล้ายกาแฟ
ในร้านกาแฟโบราณบางสูตร เม็ดมะขามคั่วอาจถูกใช้ร่วมกับกาแฟจริง หรือผสมกับธัญพืชคั่วอื่น ๆ เช่น ข้าวโพด ถั่วเหลือง ข้าวคั่ว หรืองา เพื่อเพิ่มกลิ่นคั่ว สีเข้ม และรสสัมผัสของเครื่องดื่ม แต่สูตรของโอเลี้ยงไม่ได้มีแบบเดียวตายตัว แต่ละร้านหรือแต่ละผู้ผลิตจึงอาจใช้ส่วนผสมต่างกันไป
จุดน่าสนใจของเม็ดมะขามคั่วคือ แม้ไม่ใช่กาแฟแท้ และไม่ได้ให้รสเหมือนกาแฟโดยตรงทุกอย่าง แต่เมื่อผ่านการคั่วแล้วจะมีกลิ่นหอมคล้ายถั่วคั่วและให้สีเข้ม จึงช่วยเสริมบุคลิกของเครื่องดื่มแบบกาแฟโบราณได้ในยุคที่กาแฟยังไม่ได้หาง่ายเหมือนทุกวันนี้
อย่างไรก็ตาม ไม่ควรเข้าใจว่าเม็ดมะขามคั่วเป็น “กาแฟ” ในความหมายเดียวกับเมล็ดกาแฟจริง เพราะเม็ดมะขามเป็นวัตถุดิบคนละชนิดกัน เพียงแต่ถูกนำมาใช้แทนหรือใช้ผสมในบางสูตร เพื่อให้ได้เครื่องดื่มที่มีกลิ่นคั่ว สีเข้ม และดื่มง่ายในแบบพื้นบ้าน
เรื่องนี้จึงเป็นอีกตัวอย่างหนึ่งของภูมิปัญญาคนสมัยก่อน ที่รู้จักใช้ของใกล้ตัวให้คุ้มค่า จากเม็ดมะขามที่หลายคนมองว่าเป็นของเหลือทิ้ง กลับกลายเป็นวัตถุดิบที่เคยมีบทบาทอยู่ในวัฒนธรรมเครื่องดื่มโบราณของไทย
วันนี้เราอาจคุ้นกับโอเลี้ยงในฐานะกาแฟดำเย็นรสเข้มหวานหอม แต่เบื้องหลังของเครื่องดื่มแก้วนี้ ยังมีเรื่องเล่าของวัตถุดิบพื้นบ้านอย่างเม็ดมะขามคั่วซ่อนอยู่ด้วย เป็นรสชาติของยุคสมัยที่เรียบง่าย ประหยัด และเต็มไปด้วยไอเดียจากครัวเรือนไทย
แหล่งที่มา: สำนักงานข้อมูลสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล; Lion Brand Australia; เขาช่อง
อ้างอิง: https://medplant.mahidol.ac.th/document/15_tamarind-coffee.pdf
เขียนโดย Djung
เน้นเนื้อหา เกี่ยวกับพืช เกษตร ต้นไม้ สุขภาพ และการลงทุนของโลกปัจจุบันที่เปลี่ยนไป ทั้งโลกการเงินและดิจิตัล
กู้ภัยบางละมุงค้นหาจระเข้ หลังเด็กอ้างพบในลำห้วย สุดท้ายไม่พบตัว ภาพที่นำมาแสดงถูกสงสัยว่าเป็น AI
“แตงโมสี่เหลี่ยม” แห่งญี่ปุ่น เมื่อเกษตรกรไม่ได้เปลี่ยนพันธุ์ แต่เปลี่ยน “รูปทรง” ให้แตงโมกลายเป็นลูกบาศก์
อำเภอที่มีชื่ออำเภอสั้นที่สุด 3 อำเภอเท่านั้นในประเทศไทย
พระบุญสิน หรือ “แม่ทัพกุ้ง” แจงภาพคู่ “นุช” ยืนยันไม่รู้จักเป็นการส่วนตัว ไม่เคยมอบหมายให้เป็นผู้ติดตาม
รู้หรือไม่? เปิดรายได้พนักงานส่งพัสดุของแต่ละแอป วันหนึ่งได้เท่าไร
คุณนุชออกโรงชี้แจง ปมมีภาพถ่ายร่วมสัมภาษณ์ “หนุ่ม กรรชัย” ยอมรับผิด พร้อมขอโทษทุกฝ่าย
“นุช” เจอคำสั่งศาลฎีกากลางรายการโหนกระแส คดีฟ้องพ่ออดีตแฟนยุติ
5 คณะที่เรียนจบมาแล้ว มีอาชีพรองรับมากกว่าที่คิด
โรงเรียนที่มีนักเรียนมากที่สุดในไทย
“ทนายตั้ม” สวมเกราะดำ ยื่นหลักฐานเพิ่ม DSI ขอสอบเส้นทางการเงิน “กัน จอมพลัง”
ญาติสาวไทยถูกฆ่าหมกกระเป๋าที่ไต้หวัน เล่าไม่รู้เดินทางไปเมื่อไหร่ แฟนเกาหลีกับผู้ก่อเหตุเป็นคนละคน
ตาราง “เด่นเหนือเด่นใต้” งวด 1 ต.ค. 69 เปิดข้อมูลตามโพย เลขไหนอยู่ตรงไหน
นักวิชาการ ม.อ.ไม่ปลื้ม! "ลิซ่า" ชวนดื่มหมดแก้ว ลั่น! เหยื่อเหล้าในไทยตายเยอะกว่าก่อการร้ายทั่วโลก
กู้ภัยบางละมุงค้นหาจระเข้ หลังเด็กอ้างพบในลำห้วย สุดท้ายไม่พบตัว ภาพที่นำมาแสดงถูกสงสัยว่าเป็น AI
เด็กไทยเกิดน้อยลงแค่ไหน ? ตัวเลขใหม่กำลังบอกอะไรเกี่ยวกับอนาคตไทย
เปิด 5 โรงเรียนหญิงล้วนเก่าแก่ของไทย ที่มีประวัติยาวนานกว่าศตวรรษ
“ต้นฉบับฟิล์มกระจก” อยู่ในไทย! รมว.วัฒนธรรมแจงปม Miss Universe Cambodia นำภาพประวัติศาสตร์ไปใช้ ย้ำเป็นมรดกความทรงจำแห่งโลก




