หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

เรื่องเล่าสยองจากบ้านหลังหนึ่ง เสียงเคาะประตูหลังบ้าน ก่อนเด็กวัย 4 ขวบเห็นชายชราปริศนา


เขียนโดย อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย

สำหรับคนที่ชอบอ่านเรื่องผีและเรื่องเล่าสยองขวัญ วันนี้มีอีกหนึ่งประสบการณ์จากทางบ้านที่อ่านแล้วชวนเย็นวาบตามไปด้วย

เรื่องนี้ถูกเล่าต่อในหมวดเรื่องลี้ลับของ HK01 โดยผู้เล่าอ้างว่าเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับครอบครัวของพี่สาวตัวเอง ในคืนฤดูหนาวคืนหนึ่ง จากเสียงเคาะประตูหลังบ้านธรรมดา ๆ กลับกลายเป็นคืนที่คนทั้งบ้านจำไม่ลืม

 

จุดเริ่มต้นของคืนที่ไม่ปกติ

ตอนนั้นหลานชายของผู้เล่าอายุประมาณ 4 ขวบ เป็นเด็กพูดเก่ง เรียนรู้ไว และมักสื่อสารสิ่งที่เห็นออกมาได้ชัดเจน

ช่วงเดียวกัน พี่เขยของผู้เล่าประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์จนขาขวาหัก ต้องเข้าเฝือกและพักฟื้นอยู่ที่บ้าน พอเป็นฤดูหนาว งานนอกบ้านก็มีไม่มาก เพื่อน ๆ ของพี่เขยจึงมักแวะมานั่งเล่น คุยกัน หรือเล่นไพ่เล่นหมากกันแก้เบื่อ

บ้านในชนบทพอตกค่ำมักเงียบเร็ว ฟ้ามืดไว ประตูหน้าบ้านและหลังบ้านจึงถูกล็อกตั้งแต่หัวค่ำเหมือนทุกวัน

เสียงเคาะจากประตูหลังบ้าน

คืนนั้น เวลาประมาณ 2 ทุ่ม พี่สาวของผู้เล่าได้ยินเสียงเคาะดังมาจากประตูเหล็กบานเล็กหลังบ้าน เสียงดังถี่ ๆ คล้ายมีใครมายืนเรียกอยู่ข้างนอก

เธอคิดว่าเป็นเพื่อนของพี่เขยที่มาสมทบวงสนทนา จึงเดินไปเปิดประตูตามปกติ

แต่พอจับประตูแล้วออกแรงผลัก ประตูกลับหนักผิดปกติ เปิดไม่ออก ทั้งที่ประตูบานนี้เป็นแบบผลักออกไปด้านนอก เหมือนมีใครบางคนยืนพิง หรือจงใจดันประตูจากอีกฝั่งไว้

ตอนนั้นเธอยังคิดว่าเป็นเพื่อน ๆ แกล้งกัน จึงพูดออกไปทำนองว่า ใครอยู่ข้างนอก อย่าล้อเล่น ถ้าไม่ถอยจะล็อกประตูกลับแล้วไม่เปิดให้นะ

พอพูดจบ เธอลองผลักอีกครั้ง คราวนี้ประตูกลับเปิดออกอย่างง่ายดาย

ด้านหลังประตูมีแต่ความว่างเปล่า

เมื่อเปิดออกไปดู เธอกลับไม่พบใครเลย

ตรอกหลังบ้านมืดและเงียบ ไม่มีเสียงฝีเท้า ไม่มีเงาคน ไม่มีร่องรอยว่าเพิ่งมีใครยืนอยู่ตรงนั้น เธอจึงคิดว่าอาจหูฝาด หรือใครแกล้งแล้วรีบวิ่งหนีไป

เธอปิดประตู ล็อกกลับเหมือนเดิม แล้วเดินเข้าห้องไป

แต่ทันทีที่ก้าวกลับเข้ามาในบ้าน หลานชายวัย 4 ขวบที่นั่งอยู่ดี ๆ กลับร้องไห้โฮขึ้นมาอย่างหนัก ตัวสั่นและพยายามมุดเข้าไปซ่อนในผ้าห่ม

ทุกคนในห้องตกใจ รีบถามว่าเป็นอะไร

เด็กน้อยมองไปด้านหลังของพี่สาวผู้เล่า แล้วพูดด้วยเสียงสั่นว่าเขากลัว เพราะเห็นชายชราหนวดขาวคนหนึ่งยืนอยู่หน้าประตู และกำลังจ้องมาทางเขาไม่กะพริบตา

ประโยคนั้นทำให้ทั้งห้องเงียบลงทันที

คนที่ยังอยู่ในบ้านเริ่มรู้สึกไม่สบายใจ โดยเฉพาะเมื่อคิดย้อนกลับไปถึงเสียงเคาะ ประตูที่ผลักไม่ออก และตรอกหลังบ้านที่ว่างเปล่า

เด็กบอกว่าสิ่งนั้นยังไม่ไปไหน

หลังจากนั้นไม่นาน เพื่อน ๆ ของพี่เขยก็ทยอยขอกลับบ้าน บรรยากาศในบ้านเปลี่ยนไปจากวงคุยเล่น กลายเป็นความเงียบที่ไม่มีใครอยากพูดเสียงดัง

แต่หลานชายยังร้องไห้ไม่หยุด เอาหัวซุกอยู่ใต้ผ้าห่ม ไม่ยอมเงยหน้าขึ้นมา

พี่เขยจึงฝืนความกลัว เดินไปเปิดไฟทุกดวงในบ้าน ทั้งไฟทางเดิน ไฟในห้อง และไฟบริเวณสวน เพื่อให้บรรยากาศสว่างขึ้น

พี่สาวลองถามลูกว่า ชายชราคนนั้นยังอยู่ไหม

เด็กตอบว่ายังอยู่ เขายืนอยู่ข้างกำแพงใกล้ห้องเก็บของ และยังจ้องมาทางเด็กอยู่เหมือนเดิม

เวลาผ่านไปอีกพักหนึ่ง ครอบครัวถามซ้ำอีกครั้ง คราวนี้คำตอบยิ่งทำให้ทุกคนขนลุกกว่าเดิม

เด็กบอกว่าชายชราขึ้นไปอยู่บนหลังคาแล้ว เหมือนลอยขึ้นไป และยังคงก้มลงมองเขาอยู่

คืนนั้นไม่มีใครกล้าปิดไฟ

ครอบครัวทำได้แค่รอให้เวลาผ่านไปช้า ๆ โดยมีเด็กน้อยเป็นคนคอยบอกว่าสิ่งที่เขาเห็นยังอยู่ตรงไหน

จนกระทั่งผ่านไปนาน เด็กจึงบอกว่าชายชราคนนั้นลอยขึ้นฟ้าไปแล้ว และหายไปแล้ว

ทุกคนจึงค่อยโล่งใจขึ้นมาบ้าง แต่คืนนั้นทั้งคืนไม่มีใครกล้าปิดไฟนอนแม้แต่ดวงเดียว

สิ่งที่ทำให้เรื่องนี้น่าขนลุก ไม่ใช่แค่เสียงเคาะประตูในคืนมืด ๆ แต่เป็นจังหวะต่อเนื่องของเหตุการณ์ ตั้งแต่ประตูที่เปิดไม่ออก ความว่างเปล่าหลังประตู ไปจนถึงคำพูดของเด็กวัย 4 ขวบที่เล่าออกมาเหมือนกำลังเห็นบางอย่างอยู่จริงตรงหน้า

 

เรื่องเล่าแบบนี้ควรอ่านในฐานะประสบการณ์ลี้ลับจากผู้เล่า ไม่ใช่ข้อพิสูจน์ว่าสิ่งเหนือธรรมชาติมีจริง แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า รายละเอียดบางอย่างทำให้คนอ่านรู้สึกหลอนไปตาม ๆ กัน

โดยเฉพาะความเชื่อที่คนเฒ่าคนแก่พูดกันมานานว่า เด็กเล็กบางคนอาจรับรู้หรือมองเห็นบางอย่างที่ผู้ใหญ่ไม่เห็น และถ้าได้ยินเสียงเคาะประตูแปลก ๆ ในยามค่ำคืน การเปิดออกไปโดยไม่แน่ใจว่าใครอยู่ข้างนอก ก็อาจทำให้ใจหวิวได้ไม่น้อย

ส่วนจะเป็นเรื่องลี้ลับจริง หรือเป็นเหตุการณ์ที่มีคำอธิบายอื่นซ่อนอยู่ คงต้องปล่อยให้ผู้อ่านตัดสินกันเอง

แต่ถ้าเป็นคุณ ได้ยินเสียงเคาะประตูหลังบ้านตอนกลางคืน เปิดไปแล้วไม่เจอใคร แถมเด็กในบ้านบอกว่าเห็นคนแปลกหน้ายืนจ้องอยู่ตรงนั้น คุณจะกล้าอยู่ต่อแบบปิดไฟนอนได้ไหม

แหล่งที่มา: HK01 / บทความต้นฉบับจากผู้ใช้
อ้างอิง: https://www.hk01.com/熱爆話題/60297858/靈異-聽到敲門聲卻開不了門-強行打開後全家經歷了最恐怖一夜
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 63 ครั้ง
เขียนโดย อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย
จาะลึกทุกกระแสข่าวสำคัญทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ ด้วยประสบการณ์การวิเคราะห์ข่าวเชิงรุก มุ่งเน้นการตรวจสอบข้อมูลจากแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้ (Multi-source Verification) เพื่อส่งมอบเนื้อหาที่ถูกต้อง แม่นยำ และทันสถานการณ์ ช่วยให้ผู้อ่านเข้าใจเบื้องลึกของทุกเหตุการณ์สำคัญได้อย่างชัดเจน
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
มอเตอร์ไซค์แบรนด์ไทย ที่ประสบความสำเร็จมากเป็นอันดับหนึ่งจังหวัดที่มีห้องว่างในโรงแรมมากที่สุด มีจำนวนผู้เข้าพักน้อยที่สุดในไทยโรงเรียนช่างกลที่เคยโด่งดังและมีชื่อเสียงมากในประเทศไทยแนวทางเลขเด็ด "ทักษาพารวย" งวด 16 มิถุนายน 2569 รวมเลขเด็ด 2 ตัว 3 ตัวทำไมไฟเหลืองดูเป็นสีส้ม แต่เรายังเรียกว่าไฟเหลืองส่องเเนวทางเลข "ขุนพันธ์ นำโชค" 16 มิถุนายน 2569รัฐบาลถอยเกณฑ์ “อุปการะพ่อแม่” หลังถูกวิจารณ์หนัก ปมบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเลขมงคลบน-ล่างจาก "จอมขมังเวทย์" ประจำวันที่ 16 มิถุนายน 2569ทำไมคนไทยเรียกรองเท้าผ้าใบ ทั้งที่หลายคู่ไม่ได้ทำจากผ้าใบแล้วกลไก "แรงตึงผิว" แผ่นฟิล์มธรรมชาติที่มองไม่เห็นของเเมลงสุดติ่ง กระดิ่งแมว แปลว่าอะไร ทำไมคำนี้พูดแล้วติดปาก5 เมืองลับแลเมืองไทย เที่ยวแล้วเหมือนหลุดจากเมืองใหญ่ไปอีกโลก
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
สถิติหวยลาวย้อนหลัง เลขออกบ่อยบอกอะไรได้บ้างก่อนเลือกเลขรัฐบาลถอยเกณฑ์ “อุปการะพ่อแม่” หลังถูกวิจารณ์หนัก ปมบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจังหวัดที่มีผู้หญิงเยอะที่สุด เมื่อเทียบกับประชากรทั้งจังหวัดมาวิเคราะห์เจาะลึก ...postjung กันดีกว่า เขียนบทความแบบใหน ให้โดนใจได้ขึ้น Hot Topicต้นไม้หายากที่มีเฉพาะแถวภาคอีสานของไทยทำไมไฟเหลืองดูเป็นสีส้ม แต่เรายังเรียกว่าไฟเหลือง
กระทู้อื่นๆในบอร์ด นิยาย เรื่องเล่า
สัญลักษณ์อย่างหนึ่งที่ทำให้เรานั้นรู้ว่า "ที่นี่สิงคโปร์เมืองเจริญแล้ว"เขียนเพื่อรอด: พลังของจินตนาการ และเหตุผลที่โลกนี้ยังต้องการคนเล่าเรื่องสิงคโปร์ความแตกต่างและลวดลาย อาจจะสวนทางกับความราบเรียบลวดลายบอกสถานที่และบอกวัฒนธรรมได้อย่างประหลาดใจ "สิงคโปร"
ตั้งกระทู้ใหม่