หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

การจัดการเงินให้ได้ประโยชน์สูงสุด

เขียนโดย nicharomi

การจัดการเงินให้มีประโยชน์สูงสุด สำหรับเราคิดว่าเป็นเรื่องที่สำคัญมาก แต่กลับเป็นเรื่องที่หลายคนมักมองข้าม โดยเฉพาะช่วงวัยเรียนหรือช่วงที่เพิ่งเริ่มมีเงินใช้เอง เพราะส่วนใหญ่เวลาได้เงินมาก็มักจะใช้ไปกับของที่อยากได้ก่อน แล้วค่อยคิดทีหลังว่าเงินพอไหม สุดท้ายบางคนเงินหมดตั้งแต่กลางเดือน ทั้งที่จริง ๆ ถ้ารู้จักวางแผนดี ๆ ต่อให้มีเงินไม่เยอะก็สามารถใช้ได้แบบไม่ลำบากมาก และยังมีเงินเหลือเก็บอีกด้วย

เมื่อก่อนเราก็เป็นคนใช้เงินตามใจเหมือนกัน เห็นอะไรน่ากินก็ซื้อ เห็นของน่ารักก็อยากได้ หรือบางครั้งแค่เครียดก็ซื้อของเพื่อให้ตัวเองรู้สึกดีขึ้น สุดท้ายพอมานั่งดูจริง ๆ ก็มีหลายอย่างที่ซื้อมาแล้วแทบไม่ได้ใช้เลย เลยเริ่มรู้สึกว่าถ้ายังใช้เงินแบบนี้ต่อไปคงเหนื่อยแน่ เพราะเงินเป็นสิ่งที่หมดเร็วมากถ้าไม่รู้จักจัดการ

สิ่งแรกที่เราคิดว่าสำคัญที่สุดคือการรู้ว่าแต่ละเดือนตัวเองใช้เงินกับอะไรบ้าง เพราะบางครั้งเราอาจคิดว่าไม่ได้ใช้เยอะ แต่จริง ๆ แล้วมีค่าใช้จ่ายจุกจิกเต็มไปหมด เช่น ค่าน้ำหวาน ค่าอาหารเล่น ค่าช้อปออนไลน์ หรือค่าของที่ซื้อเพราะอารมณ์ชั่ววูบ พอลองจดรายรับรายจ่ายดูจริง ๆ จะเริ่มเห็นเลยว่าเงินหายไปกับอะไรเยอะที่สุด ซึ่งการจดไม่ได้แปลว่าต้องเครียดหรือเป๊ะตลอดเวลา แค่ช่วยให้รู้ตัวมากขึ้นว่าเราใช้เงินยังไง

อีกอย่างที่ช่วยได้มากคือการแบ่งเงินเป็นส่วน ๆ ตั้งแต่ได้เงินมา เช่น แบ่งไว้สำหรับค่ากิน ค่าเดินทาง ค่าใช้จ่ายจำเป็น และเงินเก็บ ถึงจะเก็บได้ไม่เยอะก็ยังดีกว่าไม่เก็บเลย เพราะบางทีเงินเก็บไม่ได้สำคัญแค่เรื่องอนาคต แต่มันทำให้เรารู้สึกอุ่นใจขึ้นเวลามีเรื่องฉุกเฉินด้วย

สำหรับเรา การเก็บเงินไม่ได้หมายถึงต้องอดทุกอย่างหรือห้ามซื้อของที่ตัวเองชอบเลย เพราะถ้ากดดันตัวเองเกินไป สุดท้ายอาจกลับมาใช้หนักกว่าเดิมอีก เราคิดว่าควรใช้เงินกับสิ่งที่ทำให้มีความสุขได้ แต่ต้องรู้ขอบเขต เช่น ถ้าอยากซื้อของชิ้นหนึ่งก็อาจลองคิดก่อนว่าจำเป็นไหม ใช้ได้นานหรือเปล่า หรือแค่กำลังอยากได้ชั่วคราว บางครั้งพอเว้นไว้สักวันสองวันก็อาจไม่ได้อยากได้แล้วก็ได้

อีกเรื่องที่สำคัญมากคือการแยก “ของจำเป็น” กับ “ของที่อยากได้” เพราะสองอย่างนี้ต่างกันเยอะ บางครั้งเราอาจเผลอคิดว่าของบางอย่างจำเป็น ทั้งที่จริงแค่อยากมีเหมือนคนอื่นหรืออยากตามกระแส เช่น เสื้อผ้า กระเป๋า หรือของตามเทรนด์ต่าง ๆ ซึ่งไม่ได้ผิดที่จะซื้อ แต่ถ้าซื้อบ่อยเกินไปโดยไม่ดูเงินตัวเอง สุดท้ายก็อาจทำให้เดือดร้อนได้เหมือนกัน

สมัยนี้โซเชียลก็มีผลกับการใช้เงินมากจริง ๆ เพราะเปิดไปทางไหนก็เจอแต่คนรีวิวของน่าใช้ คาเฟ่น่าไป หรือของลดราคา จนบางทีทำให้รู้สึกอยากซื้อทั้งที่ไม่ได้จำเป็นเลย เราเลยคิดว่าการรู้จักควบคุมตัวเองสำคัญมาก เพราะต่อให้หาเงินเก่งแค่ไหน แต่ถ้าใช้ไม่เป็น เงินก็หมดอยู่ดี

อีกอย่างที่ช่วยประหยัดเงินได้เยอะคือการวางแผนก่อนซื้อ เช่น เปรียบเทียบราคา ดูรีวิว หรือคิดก่อนว่าคุ้มไหม บางครั้งของแพงไม่ได้แปลว่าดีที่สุดเสมอไป ของราคาธรรมดาหลายอย่างก็ใช้ดีเหมือนกัน แค่ต้องเลือกให้เหมาะกับตัวเองมากกว่า

เรื่องอาหารก็เหมือนกัน หลายคนเสียเงินกับการสั่งอาหารหรือของกินเล่นเยอะมากโดยไม่รู้ตัว บางทีวันละไม่กี่บาท แต่รวมกันทั้งเดือนก็เยอะเหมือนกัน ถ้าลองลดชาไข่มุก ขนม หรือของจุกจิกลงบ้าง ก็อาจเหลือเงินเก็บเพิ่มขึ้นเยอะกว่าที่คิด

อีกเรื่องที่เราคิดว่าสำคัญคือการมีเงินสำรอง เพราะเราไม่มีทางรู้เลยว่าจะมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นบ้าง บางครั้งอาจป่วย ของพัง หรือมีค่าใช้จ่ายกะทันหัน ถ้ามีเงินเก็บติดไว้บ้างก็จะช่วยให้ไม่เครียดมากเวลาเจอปัญหา ถึงจะเก็บทีละน้อยก็ยังดีกว่าไม่มีเลย

นอกจากนี้เราคิดว่าการใช้เงินกับตัวเองในเรื่องที่มีประโยชน์ก็สำคัญ เช่น ซื้อหนังสือ อุปกรณ์การเรียน หรือคอร์สที่ช่วยพัฒนาตัวเอง เพราะมันเป็นการใช้เงินที่อาจช่วยเราได้ในระยะยาวมากกว่าการซื้อของตามอารมณ์ชั่วคราว

อีกอย่างที่สำคัญมากคือการไม่เปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่นเรื่องเงิน เพราะแต่ละคนมีฐานะและภาระไม่เหมือนกัน บางคนอาจใช้ของแพงได้แบบไม่เดือดร้อน แต่ไม่ได้แปลว่าเราต้องใช้ตามถึงจะดูดี เราคิดว่าการใช้ชีวิตแบบพอดีกับตัวเองสำคัญกว่า เพราะสุดท้ายคนที่ต้องรับผิดชอบเรื่องเงินก็คือตัวเราเองอยู่ดี

สุดท้ายแล้วการจัดการเงินให้มีประโยชน์สูงสุด สำหรับเรามันไม่ใช่การงกหรือห้ามใช้เงินเลย แต่คือการใช้เงินอย่างมีสติ รู้ว่าอะไรจำเป็น อะไรควรเก็บ และอะไรควรปล่อยผ่าน เพราะเงินถึงจะสำคัญ แต่ความสุขในการใช้ชีวิตก็สำคัญเหมือนกัน แค่ต้องหาจุดที่พอดีระหว่างการใช้เงินกับการวางแผนอนาคตให้ได้ แล้วชีวิตจะสบายขึ้นเยอะจริง ๆ

เนื้อหาโดย: nicharomi
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
nicharomi's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 16 ครั้ง
เขียนโดย nicharomi
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
จังหวัดนี้มีรถไฟผ่าน แต่กลับไม่ค่อยมีคนรู้จักสะพานวงกลมที่คนทั้งโลกงง… ทำไมไม่สร้างตรงๆ ให้จบ?มหาวิทยาลัยที่ขึ้นชื่อเรื่อง “กิจกรรมและรับน้อง” มากที่สุดในไทย5 โรงเรียนหญิงล้วนที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในไทย สถาบันสร้างกุลสตรีและผู้นำระดับประเทศส่องเลขจากข่าวดัง...ประจำวันที่ 1 มิถุนายน 2569“จังหวัดนี้กำลังจะกลายเป็นมหานครแห่งใหม่ของอีสาน”เสาธงชาติไทยและผืนธงชาติไทยที่ใหญ่และสูงที่สุดในประเทศไทยวิชาเรียนที่คะแนนเฉลี่ยตกกันทั้งห้องบ่อยที่สุด”แนวทาง... "ม้าวิ่ง" ...วันที่ 1 มิถุนายน 2569รายได้ข้าราชการทหารของไทยเจาะเงินเดือน "พนักงานต้อนรับเรือสำราญต่างชาติ" ปี 2569“เปิดวิธีกำจัดกิ้งกือ ที่หลายบ้านใช้แล้วได้ผลจริง”
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
เกาะผีสิงเกาะที่ผีดุที่สุดในไทยผลกระทบจากแนฟทา กระทบแม้กระทั่งลูกอมราคาถูกจังหวัดที่คนอยากย้ายออกมากที่สุด” คือจังหวัดไหน?ตำนาน รูปปั้น "Nkisi Nkondi" เทพล่าคน
กระทู้อื่นๆในบอร์ด การเงิน
5 ค่าใช้จ่ายแฝงคนเมืองปี 2569 เช็กกระเป๋าเงินคนทำงานกรุงเทพฯ ก่อนเงินเดือนหมดทำไมเราถึงเป็นหนี้ง่ายกว่าที่คิด? เจาะ 4 กับดักจิตวิทยาการเงินที่ระบบไม่เคยบอกคุณประเทศอาเซียนไหนค่าไฟถูกที่สุดปี 2569 เทียบจากค่าไฟบ้านเงินเดือนพนักงานรถไฟความเร็วสูงในไทย ได้เท่าไรและต้องดูตำแหน่งไหน
ตั้งกระทู้ใหม่