หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

3 หลักน่ารู้สายดาร์กจากนิโคโล มาเคียเวลลี

เขียนโดย kingjimjim

นิโคโล มาเคียเวลลี (Niccolò Machiavelli) คือนักคิดทางการเมืองที่ทรงอิทธิพลที่สุดคนหนึ่งของโลก เจ้าของผลงาน "The Prince" (เจ้าผู้ปกครอง) ซึ่งถูกเขียนขึ้นในศตวรรษที่ 16 แนวคิดของเขามักถูกมองว่าโหดร้ายและไร้ศีลธรรม แต่ในอีกมุมหนึ่ง มันคือการตีแผ่ "ความเป็นจริง" ของอำนาจอย่างตรงไปตรงมา

นี่คือ 3 หลักการสำคัญจากแนวคิดของมาเคียเวลลีที่ยังคงถูกหยิบยกมาวิพากษ์วิจารณ์จนถึงปัจจุบัน:

3 ปรัชญาอำนาจของมาเคียเวลลี: วิถีแห่งการปกครองในโลกแห่งความจริง

1. ถูกกลัวดีกว่าถูกรัก (It is better to be feared than loved)

มาเคียเวลลีเสนอคำถามที่น่าสนใจว่า "ระหว่างการที่ประชาชนรักกับการที่ประชาชนเกรงกลัว สิ่งใดสำคัญกว่ากัน?" เขาให้คำตอบว่า "ถ้าเลือกได้ทั้งสองอย่างย่อมดีที่สุด แต่หากต้องเลือกเพียงอย่างเดียว การถูกยำเกรง (feared) นั้นปลอดภัยกว่าการถูกรัก (loved)"

เหตุผลของเขาเรียบง่ายแต่เจ็บปวด คือ "ความรัก" นั้นตั้งอยู่บนพันธะสัญญาที่มนุษย์มักจะละทิ้งได้เมื่อเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตน แต่ "ความเกรงกลัว" ตั้งอยู่บนความกลัวต่อการถูกลงโทษ ซึ่งเป็นสิ่งที่มนุษย์ไม่เคยลืม อย่างไรก็ตาม เขาเน้นย้ำว่าเจ้าผู้ปกครองต้องทำให้ประชาชน "กลัว" โดยไม่ให้ "เกลียด" เพราะความเกลียดชังจะนำไปสู่การกบฏในที่สุด

2. ผลลัพธ์สร้างความชอบธรรมให้แก่การกระทำ (The end justifies the means)

นี่คือประโยคที่สรุปหัวใจสำคัญของมาเคียเวลลีได้ดีที่สุด เขาเชื่อว่าหน้าที่สำคัญที่สุดของผู้นำคือการ "รักษาอำนาจและความมั่นคงของรัฐ" หากเป้าหมายสุดท้ายคือความอยู่รอดของส่วนรวม ผู้นำอาจจำเป็นต้องกระทำการที่ขัดต่อศีลธรรมส่วนบุคคล เช่น การโกหก การผิดสัญญา หรือการใช้ความรุนแรง

สำหรับมาเคียเวลลี "ศีลธรรมของผู้ปกครอง" ต่างจาก "ศีลธรรมของคนทั่วไป" ผู้นำที่ยึดถือศีลธรรมอันดีจนทำให้บ้านเมืองล่มจมถือเป็นผู้นำที่ล้มเหลว ในขณะที่ผู้นำที่ยอมมือเปื้อนเลือดเพื่อสร้างสันติสุขในระยะยาวคือผู้ที่สมควรได้รับการยกย่อง

3. ราชสีห์กับสุนัขจิ้งจอก (The Lion and the Fox)

มาเคียเวลลีเปรียบเทียบว่าผู้นำต้องรู้วิธีการต่อสู้ด้วยสองวิถี คือ "วิถีแห่งมนุษย์" (กฎหมาย) และ "วิถีแห่งสัตว์" (กำลัง) แต่เนื่องจากกฎหมายมักใช้ไม่ได้ผลเสมอไป ผู้นำจึงต้องรู้จักดึงสัญชาตญาณสัตว์ป่าออกมาใช้ โดยต้องเป็นทั้ง "ราชสีห์" และ "สุนัขจิ้งจอก"

ผู้นำที่มีแต่พละกำลังแบบสิงโตอย่างเดียวอาจติดกับดักได้ง่าย ส่วนผู้นำที่มีแต่ความเจ้าเล่ห์แบบจิ้งจอกอย่างเดียวก็ไม่อาจป้องกันตัวเองจากศัตรูที่แข็งแกร่งได้ การผสมผสานทั้งสองอย่างจึงเป็นหัวใจของการบริหารอำนาจ

แม้แนวคิดของมาเคียเวลลีจะดูเย็นชา แต่มันคือบทเรียนที่สอนให้เราเข้าใจว่า ในโลกที่ไม่ได้สวยงามตลอดเวลา ผู้นำที่ฉลาดต้องมีความยืดหยุ่นและกล้าตัดสินใจเพื่อรักษาผลประโยชน์ส่วนรวมเอาไว้

เนื้อหาโดย: kingjimjim
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
kingjimjim's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 64 ครั้ง
เขียนโดย kingjimjim
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
5 VOTES (5/5 จาก 1 คน)
VOTED: kingjimjim
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
10 นิสัยแปลกๆ ของ “คนฉลาดจริง” ที่คุณอาจจะมีแต่ไม่เคยรู้ตัวเกาะกระแสเลขดัง! แนวทาง หวยลาว 21 กรกฎาคม 2569 เลขไหนถูกพูดถึงมากที่สุดในโลกออนไลน์?มหัศจรรย์เกาะวัดกลางทะเลที่น้ำทะเลล้อมรอบAI วิเคราะห์เลขท้าย 3 ตัวรางวัลที่ 1 งวดวันที่ 1 สิงหาคม 2569เผยสถิติเลขออกบ่อย ย้อนหลัง 20 ปี งวดวันที่ 1 สิงหาคม 2569แนวทางเลขเด็ด AI งวด 1 สิงหาคม 2569 รวมเลขเด่นทั้ง 2 ตัวและ 3 ตัว10 โรงแรมในตำนานของไทย ที่เคยโด่งดังแต่ปัจจุบันเหลือเพียงความทรงจำวัดความจนจากอะไรได้บ้างทำไมเครื่องหมายดอลลาร์ถึงใช้ตัว S? ไม่เป็นตัว D?มารู้จัก “ตะขบยักษ์” ผลไม้พื้นบ้านลูกโต รสหวาน ปลูกง่าย10 สัตว์ที่มีอวัยวะเพศยาวที่สุดในโลก อันดับหนึ่งยาวกว่าความสูงของคนทั้งตัวท้องเสีย แล้วอะไรที่เสียตามไปด้วย
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
สวนสนุกในตำนานของไทย ที่ถูกยกให้เป็นสถานที่น่ากลัวมาจนถึงปัจจุบัน
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
21 กรกฎาคม 356 ปีก่อนคริสตกาล : หิวแสง!ชายผู้เผา 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก เพียงเพื่อให้คนจำชื่อเขาย้อนดู "แก้วที่ไม่มีวันแตก" แต่ทำไมบริษัทถึงเจ๊ง?“เจ้าหมูสกปรก” ทำไมหมูถึงกลายเป็นคำด่า ทั้งที่ความจริงหมูอาจไม่ได้สกปรกอย่างที่คิดทำไมคนกรุงเทพฯ ชอบบอกระยะทางเป็น "เวลา" ไม่ใช่ "กิโลเมตร"?
ตั้งกระทู้ใหม่