ทำไมบางวัฒนธรรมแบกของบนหัว แต่บางที่ใช้ไหล่หาบ
เขียนโดย แด๊ดดี้จอแดน โค้ดชีวิตพลิกชะตา
ท่าทางการแบกของในแต่ละพื้นที่ของโลก ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะใครเลือกแบบสุ่ม ๆ แต่ค่อย ๆ ถูกหล่อหลอมจาก สภาพพื้นที่ สิ่งของที่ต้องขน เครื่องมือที่มีอยู่ และวิถีชีวิตประจำวัน บางชุมชนวางของไว้บนหัว บางพื้นที่ใช้ไหล่หาบด้วยไม้คาน และบางแห่งใช้หลังหรือสะโพกช่วยรับน้ำหนัก
ที่หลายคนเข้าใจผิดคือคิดว่าวิธีหนึ่งต้องดีกว่าอีกวิธีเสมอ จริง ๆ แล้วไม่มีท่าไหนชนะขาด ทุกอย่างขึ้นอยู่กับของที่แบก ระยะทาง พื้นทางเดิน และความชำนาญของผู้แบกมากกว่า ร่างกายมนุษย์ปรับตัวเก่งกว่าที่เราคิด และวัฒนธรรมการแบกของก็เป็นหลักฐานชัดมากเรื่องนี้
การแบกบนหัวพบได้ในหลายชุมชนของแอฟริกา เอเชียใต้ และบางพื้นที่ของโลกที่ต้องเดินขนของเป็นระยะทางไกล เช่น น้ำ ฟืน หรือผลผลิตทางการเกษตร การวางน้ำหนักไว้บนศีรษะทำให้น้ำหนักกดลงมาตามแนวลำตัว มือทั้งสองข้างยังว่าง และถ้าฝึกจนชำนาญ ร่างกายจะควบคุมจังหวะการเดินได้ดีมาก
มีงานวิจัยคลาสสิกในปี 1986 ที่ศึกษาการแบกของบนหัวของผู้หญิงชาว Luo และ Kikuyu ในแอฟริกาตะวันออก และพบว่าผู้แบกที่ชำนาญบางกลุ่มสามารถขนของหนักราว 20% ของน้ำหนักตัว โดยใช้พลังงานเพิ่มไม่มากนักเมื่อเทียบกับการเดินเปล่า ข้อมูลนี้ทำให้หลายคนมองว่าการแบกบนหัวเป็นวิธีที่ประหยัดแรง แต่เอาจริง ๆ นะ งานศึกษาหลังจากนั้นก็เตือนว่า ผลแบบนี้ไม่ได้เกิดกับทุกคน ทุกน้ำหนัก และทุกสภาพพื้นที่
ฝั่งการหาบบนไหล่ก็มีเหตุผลของมัน โดยเฉพาะในเอเชียตะวันออกและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีการใช้ ไม้คาน หรือคานหาบมานาน ไม้คานช่วยแบ่งน้ำหนักออกเป็นสองด้าน ทำให้ขนของสองตะกร้า สองถัง หรือของที่วางบนหัวได้ยาก เช่น ผัก ปลา น้ำ หรือสินค้าจากตลาด ได้สะดวกขึ้น
มองแบบตรงไปตรงมา การหาบบนไหล่ไม่ใช่แค่เรื่องแรง แต่เป็นเรื่อง “เครื่องมือ” ด้วย ไม้ไผ่หรือไม้เนื้อเหนียวที่หาได้ในพื้นที่ กลายเป็นเทคโนโลยีพื้นบ้านที่เรียบง่ายแต่ใช้งานจริง คานที่ยืดหยุ่นได้เล็กน้อยยังช่วยลดแรงกระแทกบางจังหวะขณะเดิน ทำให้การขนของหนักไม่กดลงจุดเดียวตลอดเวลา
จุดต่างสำคัญอยู่ที่ลักษณะของสิ่งของ ถ้าเป็นภาชนะที่ตั้งได้มั่นคง เช่น หม้อน้ำ ตะกร้า หรือถังบางชนิด การแบกบนหัวอาจตอบโจทย์กว่า แต่ถ้าเป็นของยาว ของหนักสองฝั่ง หรือของที่ต้องแบ่งน้ำหนักซ้ายขวา ไม้คานบนไหล่มักจัดการง่ายกว่า นี่ไม่ใช่เรื่องสวยงามอย่างเดียว แต่เป็นเรื่องการเอาตัวรอดในชีวิตประจำวัน
ทักษะเหล่านี้ไม่ได้ติดตัวมาตั้งแต่เกิด เด็กที่โตมากับชุมชนที่แบกของบนหัวจะค่อย ๆ เห็นจังหวะการทรงตัวตั้งแต่เล็ก ส่วนคนที่โตมากับการใช้ไม้คานก็จะเรียนรู้การก้าวเท้า การโยกตัว และการคุมแรงเหวี่ยงของของสองฝั่งไปเอง ผ่านการเห็นซ้ำและทำตามจนกลายเป็นความเคยชิน
วัฒนธรรมการแบกของจึงไม่ใช่แค่ภาพคนทำงานหนัก แต่เป็นภาษาของร่างกายที่เล่าเรื่องภูมิประเทศ วัสดุพื้นบ้าน และวิธีคิดของผู้คนในแต่ละพื้นที่ได้ดีมาก บางครั้งของธรรมดาอย่างไม้คาน ตะกร้า หรือผ้ารองศีรษะ อาจบอกประวัติชีวิตคนได้มากกว่าที่เราคิด แล้วครั้งหน้าที่เห็นใครแบกของด้วยท่าทางที่ต่างจากเรา เราอาจต้องถามใหม่ว่า นั่นคือความลำบาก หรือคือภูมิปัญญาที่ถูกฝึกมาหลายชั่วคนกันแน่
แหล่งที่มา: PubMed / Journal of Experimental Biology / ScienceDirect / Wikipedia
อ้างอิง: https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/3951538/
อ้างอิง: https://journals.biologists.com/jeb/article/213/3/435/9891/Head-loading-in-African-women
อ้างอิง: https://www.sciencedirect.com/science/article/abs/pii/S0021929019301959
อ้างอิง: https://en.wikipedia.org/wiki/Carrying_pole
เขียนโดย แด๊ดดี้จอแดน โค้ดชีวิตพลิกชะตา
ประเทศที่มีโรงแรมสัญชาติไทย ตั้งอยู่เป็นจำนวนมากที่สุดในโลก
สัตว์ใกล้สูญพันธุ์ที่เหลือเพียง 2 ตัวในโลก
10 อันดับแบรนด์กาแฟโลก แบรนด์ไทยก็ติดกับเขาด้วย
สะพานมอญน้ำลด เห็นวัดจมน้ำโผล่ ช่วงนี้เกิดจากอะไร
จังหวัดเพียงหนึ่งเดียวในไทย ที่มีพื้นที่ติดกับจังหวัดอื่นเพียงแห่งเดียว
โรงเรียนเอกชนที่มีนักเรียนมากที่สุดในประเทศไทย
10 จังหวัดที่มักถูกมองว่าเป็นแหล่งผลิตเด็กสอบติดมหาวิทยาลัยดัง
5 ประเทศที่คนกินเผ็ดมากที่สุดในโลก (คนไทยอันดับ3)
7 ผลไม้ป่า ที่หายากที่สุดในประเทศไทย
สว่างไว้ก่อน... ปลอดภัยกว่า! ทำไมผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้ "เปิดไฟห้องน้ำ" ทิ้งไว้เมื่อนอนโรงแรม
ภาพผู้หญิงอิหร่านถอดฮิญาบดูเปลี่ยนไป แต่ความจริงยังไม่ใช่เสรีภาพเต็มที่
จังหวัดในไทย ที่ยังไม่มี "มหาวิทยาลัยราชภัฏ" ตั้งในพื้นที่
ตำนาน หนองงาช้าง
ภาพผู้หญิงอิหร่านถอดฮิญาบดูเปลี่ยนไป แต่ความจริงยังไม่ใช่เสรีภาพเต็มที่
สะพานมอญน้ำลด เห็นวัดจมน้ำโผล่ ช่วงนี้เกิดจากอะไร
หย่าได้ 4 วัน เจอคำสารภาพช็อก ตรวจ DNA พบลูกที่เลี้ยงมา 14 ปีไม่ใช่สายเลือด
เหตุการณ์น้ำมันรั่วไหล ครั้งที่ใหญ่และรุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์
แปรงฟันแล้วทำไมยังมีกลิ่นปาก? จุดเล็ก ๆ บนลิ้นที่หลายคนมองข้าม









