หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ แชร์ลิ้ง Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม

ทวีปที่หนาวที่สุดในโลก!!


เขียนโดย shinycatfox

พาไปรู้จัก แอนตาร์กติกา ทวีปที่หนาวที่สุดในโลก ดินแดนที่เคยมีการวัดอุณหภูมิอากาศต่ำถึง -89.2 องศาเซลเซียส และเป็นพื้นที่ที่ถูกใช้เพื่อสันติภาพกับงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์เป็นหลัก

ถ้าถามว่าที่ไหนบนโลกหนาวที่สุด คำตอบก็ยังชัดเหมือนเดิมว่าเป็น แอนตาร์กติกา ทวีปที่อยู่สุดขั้วโลกใต้และถูกล้อมรอบด้วยมหาสมุทรใต้ ที่นี่ไม่มีประชากรถาวร มีเพียงนักวิทยาศาสตร์และเจ้าหน้าที่จากหลายประเทศหมุนเวียนเข้าไปประจำตามสถานีวิจัยในแต่ละช่วงเวลา ผมว่าหลายคนติดภาพเพนกวินกับภูเขาน้ำแข็งจนคิดว่าที่นี่เป็นแค่ดินแดนขาวโพลนธรรมดา แต่เอาจริง ๆ มันคือหนึ่งในพื้นที่ที่โหดและสำคัญที่สุดของโลก

พื้นทวีปเกือบทั้งหมดถูกปกคลุมด้วยแผ่นน้ำแข็งมหึมา ซึ่งมีความหนาเฉลี่ยราว 2 กิโลเมตร และบางบริเวณหนากว่านั้นมาก พื้นผิวสีขาวของน้ำแข็งสะท้อนพลังงานจากดวงอาทิตย์กลับออกไปจำนวนมาก ทำให้พื้นที่นี้เก็บความร้อนได้น้อยกว่าพื้นดินทั่วไป นี่แหละคือเหตุผลสำคัญที่ทำให้แอนตาร์กติกายิ่งหนาวจัดแบบสุดขั้ว ทั้งยังเป็นทวีปที่สูงเฉลี่ยมากที่สุดในโลกด้วย พอทั้งสูง ทั้งแห้ง ทั้งเย็น ก็ยิ่งโหดเข้าไปอีก

สถิติที่ทำให้แอนตาร์กติกาถูกจดจำในฐานะดินแดนที่หนาวที่สุด คืออุณหภูมิ -89.2 องศาเซลเซียส ที่วัดได้ที่ Vostok Station เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม ค.ศ. 1983 ซึ่งองค์การอุตุนิยมวิทยาโลกยอมรับว่าเป็นสถิติอุณหภูมิอากาศต่ำสุดที่วัดได้โดยตรงบนโลก ที่หลายคนเข้าใจผิดคือชอบคิดว่าแค่ใส่เสื้อหนา ๆ ก็น่าจะเอาอยู่ แต่ความจริงสภาพอากาศระดับนี้อันตรายมาก เพราะร่างกายสูญเสียความร้อนเร็วแบบที่มนุษย์ทั่วไปแทบรับไม่ไหว

ความหนาวของแอนตาร์กติกาไม่ได้เกิดจากการอยู่ใกล้ขั้วโลกอย่างเดียว แต่เป็นผลรวมของหลายอย่างพร้อมกัน ทั้งมุมตกกระทบของแสงอาทิตย์ที่ต่ำ ช่วงเวลากลางคืนที่ยาวนานหลายเดือนในฤดูหนาว อากาศที่แห้งมาก และพื้นผิวที่เต็มไปด้วยน้ำแข็งซึ่งสะท้อนความร้อนกลับออกไป ผมว่าจุดนี้สำคัญมาก เพราะมันอธิบายได้ชัดว่าทำไม ขั้วโลกใต้ถึงหนาวกว่าขั้วโลกเหนือ ทั้งที่ฟังเผิน ๆ เหมือนควรจะพอ ๆ กัน แต่ฝั่งเหนือเป็นมหาสมุทร ส่วนฝั่งใต้เป็นทวีปที่มีแผ่นน้ำแข็งหนาและอยู่สูงกว่า จึงเย็นกว่าชัดเจน

อีกเรื่องที่ควรรู้คือ แอนตาร์กติกาไม่ใช่พื้นที่ที่ประเทศใดประเทศหนึ่งถือครองทั้งทวีปแบบเบ็ดเสร็จ แต่ถูกกำกับร่วมกันภายใต้ Antarctic Treaty System ซึ่งเริ่มลงนามในปี ค.ศ. 1959 และมีผลบังคับใช้ในปี 1961 ข้อตกลงนี้กำหนดให้พื้นที่ดังกล่าวใช้เพื่อสันติภาพและงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ ห้ามใช้เป็นฐานทัพหรือทำกิจกรรมทางทหารหลายประเภท ปัจจุบันมีประเทศภาคีแล้ว 58 ประเทศ ซึ่งถ้ามองในมุมการเมืองระหว่างประเทศ นี่ถือเป็นตัวอย่างที่หายากมากของการร่วมมือกันบนพื้นที่ขนาดมหาศาลโดยไม่ปล่อยให้ความขัดแย้งนำหน้า

หลายคนยังเข้าใจผิดว่าแอนตาร์กติกามืดตลอดปี แต่ความจริงไม่ใช่แบบนั้น ที่นี่มีทั้งช่วงที่พระอาทิตย์ไม่ตกดินต่อเนื่องหลายเดือนในฤดูร้อน และช่วงที่มืดยาวแทบทั้งวันหลายเดือนในฤดูหนาว การใช้ชีวิตของนักวิจัยจึงไม่ได้อิงพระอาทิตย์เหมือนคนทั่วไป ต้องพึ่งตารางเวลา แสงไฟ และวินัยส่วนตัวค่อนข้างมาก คือแบบแค่เรื่องนอนกับตื่นก็ไม่ธรรมดาแล้วสำหรับคนที่ต้องอยู่ในสภาพแวดล้อมแบบนี้

แอนตาร์กติกายังสำคัญต่อโลกมากกว่าที่หลายคนคิด เพราะแผ่นน้ำแข็งของที่นี่กักเก็บน้ำจืดของโลกไว้ประมาณ 70% และถ้าน้ำแข็งแอนตาร์กติกาละลายทั้งหมด ระดับน้ำทะเลเฉลี่ยทั่วโลกอาจสูงขึ้นราว 58 เมตร ตัวเลขนี้ไม่ใช่เรื่องไกลตัวเลย เพราะเมืองชายฝั่งใหญ่จำนวนมากจะได้รับผลกระทบหนัก รวมถึงเมืองใหญ่ในเอเชียด้วย งานวิจัยช่วงหลังจึงจับตาแอนตาร์กติกาอย่างมาก โดยเฉพาะฝั่งตะวันตกที่ถูกมองว่าเปราะบางต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ

เรื่องของสัตว์ก็ทำให้ทวีปนี้น่าทึ่งขึ้นไปอีก เช่น เพนกวินจักรพรรดิ ที่อยู่รอดในฤดูหนาวได้ด้วยการรวมกลุ่มเบียดกันเพื่อรักษาความอบอุ่น ตัวที่อยู่รอบนอกจะค่อย ๆ สลับตำแหน่งเข้าไปด้านใน ไม่มีตัวไหนต้องรับลมหนาวอยู่ข้างนอกตลอดเวลา เอาจริง ๆ นะ พฤติกรรมแบบนี้ทำให้เห็นเลยว่าธรรมชาติสอนเรื่องการเอาตัวรอดผ่านการร่วมมือได้ชัดกว่าคำพูดสวย ๆ ของมนุษย์หลายครั้งเสียอีก

แอนตาร์กติกาจึงไม่ใช่แค่ทวีปที่หนาวที่สุดในโลก แต่มันคือเหมือนห้องเก็บบันทึกประวัติศาสตร์ของโลกทั้งใบ นักวิทยาศาสตร์ใช้แกนน้ำแข็งจากที่นี่ศึกษาสภาพอากาศย้อนหลังไปได้หลายแสนปี และใช้ข้อมูลเหล่านี้ประเมินอนาคตของโลกต่อจากนี้ด้วย ถ้าวันหนึ่งน้ำแข็งมหาศาลนี้เปลี่ยนไปมากกว่าที่ควร เราจะเสียแค่ดินแดนหนาวจัดแห่งหนึ่ง หรือกำลังเสียกุญแจสำคัญที่ช่วยอธิบายอนาคตของโลกไปพร้อมกันแน่

แหล่งที่มา: World Meteorological Organization, Antarctic Treaty Secretariat, British Antarctic Survey, National Snow and Ice Data Center
อ้างอิง: https://www.wmo.int https://www.ats.aq https://www.bas.ac.uk https://nsidc.org
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
shinycatfox's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 295 ครั้ง
เขียนโดย shinycatfox
สายความรู้รอบตัวแบบอ่านจบไว เน้นความรู้รอบโต๊ะ
สรุปเรื่องโลก เรื่องคน เรื่องใกล้ตัว ให้เข้าใจง่ายใน 1 นาที
ข้อมูลจริง กระชับ อ่านแล้วได้อะไรกลับไปทันที
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
Trick or Treat คืออะไร? เปิดตำนานฮาโลวีน ทำไมเด็ก ๆ ต้องแต่งผีเคาะประตูขอขนม!เหรียญเงินบาทไทยที่ถูกผลิต น้อยที่สุด และหายากมาก ที่สุดในปัจจุบันหมู่บ้านที่ตั้งอยู่สูงที่สุดในประเทศไทยอยู่ที่ไหนแฮกเกอร์ขโมยคริปโตจาก Binance มูลค่า 6.36 พันล้านดอลลาร์ สงสัยกลุ่มแฮกเกอร์เกาหลีเหนืออยู่เบื้องหลังมหาทักษา งวด 1 พ.ย. 69 เปิดตารางเลขมงคล 6 ตัว พร้อมแนวทางจับคู่เลข 2 ตัว–3 ตัวอำเภอในประเทศไทย ที่ถูกประกาศจัดตั้งขึ้นในวันเดียวกันทั้งหมดเปิดอันดับโรงเรียนรัฐบาลสอบเข้า ม.1 ยากที่สุด ปี 25697 เซียน วิเคราะห์เลขท้าย 2 ตัว งวด 1 พ.ย. 69 แยกหลักสิบ-หลักหน่วย จับคู่ครบ 16 ชุดไทยเด้ง หลวงพี่โต้ง งวด 1 พ.ย. 2569 ถอดใบแนวทางเลขเขียนมือ แยกชุด 3 ตัว เลขวงกลม และเลขวิ่งทำไมบางคนง่วงหลังมีเพศสัมพันธ์น้ำพุ่งของผู้หญิงคือน้ำอะไรเทียบชัด 10 อันดับเลขขายดี 3 สำนักดัง ‘แม่จำเนียร - จำเนียรอ่อนนุช - แม่ทำเนียน’ งวด 1 พฤศจิกายน 2569
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
อำเภอในประเทศไทย ที่ถูกประกาศจัดตั้งขึ้นในวันเดียวกันทั้งหมดย่านที่มีราคาที่ดินแพงที่สุดของไทย ราคาพุ่งแตะ 3.8 ล้านบาทต่อตารางวา!
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
ทำไมผู้ชายบางคนจึงมองหน้าอกและสะโพกของผู้หญิงกลิ่นตัวธรรมชาติดึงดูดใจได้มากกว่าน้ำหอมจริงไหมทำไมยิ่งเกา..ถึงยิ่งคัน?อำเภอในประเทศไทย ที่ถูกประกาศจัดตั้งขึ้นในวันเดียวกันทั้งหมด
ตั้งกระทู้ใหม่