วิกฤตแบบนี้ตลาดสัตว์เลี้ยง Exotic ยังน่าสนใจอยู่หรือเปล่า
เขียนโดย สร้อยนกเขา
เห็นคนคนกลุ่มหนึ่งที่นิยมเลี้ยงสัตว์แปลก ๆจึงทำให้เกิดความสูงสัยขึึ้น เพราะแต่ละชนิดค่าตัวไม่ได้ถูกเลย

ในยุคที่เศรษฐกิจดูเหมือนจะทำท่า "ถอยหลังลงคลอง" หรือเจอกับวิกฤตค่าครองชีพที่พุ่งสูงขึ้นแบบนี้ หลายคนอาจจะสงสัยว่าตลาด "สัตว์เลี้ยงชนิดพิเศษ" หรือ Exotic Pet ที่ขึ้นชื่อเรื่องราคาตัวที่แพงระยับและค่าดูแลที่จุกจิก จะยังไปต่อได้จริงหรือ? หรือจะเป็นแค่กระแสที่วูบไปเหมือนฟองสบู่
คำตอบแบบตรงไปตรงมาคือ "ยังน่าสนใจอยู่ แต่กติกาการเล่นเปลี่ยนไปแล้ว" ครับ
1. ทำไมตลาดยังไม่ตาย?
คนเลี้ยง Exotic Pet ส่วนใหญ่ไม่ใช่กลุ่มที่เลี้ยงตามกระแสแบบผิวเผิน แต่เป็นกลุ่ม "Niche Market" หรือตลาดเฉพาะกลุ่มที่มีความหลงใหลสูงมาก (Passion-driven) ต่อให้วิกฤตมาแค่ไหน คนกลุ่มนี้มักจะตัดงบส่วนตัวด้านอื่นเพื่อมาลงกับสัตว์เลี้ยงก่อนเสมอ นอกจากนี้ สัตว์แปลกหลายชนิด เช่น กิ้งก่า หรือแมลง มีข้อดีคือ "ใช้พื้นที่น้อย" และ "เงียบ" ซึ่งตอบโจทย์วิถีชีวิตคนเมืองในคอนโดที่เหงาแต่ไม่อยากเลี้ยงหม
2. จากสัตว์เลี้ยงสู่สินทรัพย์
ในวงการ Exotic Pet เรามักจะได้ยินคำว่า "Investment Pet" หรือสัตว์เลี้ยงเพื่อการลงทุน วิกฤตแบบนี้ทำให้คนเริ่มมองหาทางเลือกอื่นนอกจากหุ้นหรือทองคำ สัตว์ที่มี "มอร์ฟ" (Morph) หรือสีสันพิเศษที่หายากยังคงเป็นที่ต้องการและมีมูลค่าเพิ่มขึ้นตามเวลา หากคุณสามารถเพาะพันธุ์สัตว์ที่มีลักษณะเด่นเฉพาะตัวได้ ตลาดนี้ก็ยังทำเงินได้มหาศาล เพราะนักสะสมกระเป๋าหนักเขายังพร้อมจ่ายเพื่อ "ความหายาก
3. สิ่งที่น่าห่วงกังวลและต้นทุนที่สูง
ความท้าทายในวิกฤตแบบนี้คือ "ต้นทุนแฝง" ครับ ไม่ว่าจะเป็นค่าไฟที่ใช้เปิดไฟกกความร้อนให้เต่าหรือกิ้งก่า ค่าอาหารนำเข้า หรือแม้แต่ค่ารักษาพยาบาลจากหมอเฉพาะทางที่แพงกว่าสัตว์ทั่วไป ทำให้คนหน้าใหม่ที่อยากเข้ามาเล่นตลาดนี้ต้อง "คิดหนัก" มากขึ้น ตลาดจะคัดกรองเหลือเพียงตัวจริงที่มีความพร้อมเท่านั้น ใครที่หวังจะมาเก็งกำไรเร็วๆ โดยไม่มีความรู้เรื่องการเลี้ยงดู อาจจะเจ็บตัวได้ง
4. เทรนด์ที่เปลี่ยนไป

ตอนนี้คนเริ่มมองหาสัตว์ที่ "อึด ถึก ทน" และค่าดูแลไม่บานปลายมากขึ้น เช่น ตุ๊กแกเสือดาว (Leopard Gecko) หรือกลุ่มงูขนาดเล็กที่กินน้อยและไม่เปลืองพื้นที่ แทนที่จะไปเล่นสัตว์ใหญ่ที่ต้องการระบบนิเวศจำลองซับซ้อนและกินไฟมหาศาล
บทสรุปว่า
ตลาด Exotic Pet ในช่วงวิกฤตไม่ใช่ยุคของ "การสุ่มเสี่ยง" แต่เป็นยุคของ "คุณภาพและความเชี่ยวชาญ" ครับ หากคุณมองหาโอกาสในฐานะผู้ขาย คุณต้องสร้างความต่างและความน่าเชื่อถือ ส่วนในฐานะผู้เลี้ยง คุณต้องประเมินกำลังทรัพย์ในระยะยาวให้ดี เพราะสัตว์เหล่านี้มีอายุยืนยาวและต้องการความรับผิดชอบสู่ตลาดนี้ยังน่าสนใจและมี "เงินสะพัด" อยู่เสมอสำหรับคนที่หา "ของหายาก" มาตอบโจทย์ความต้องการของนักสะสมได้ แต่สำหรับตลาดแมส (Mass) อาจจะมีความฝืดเคืองบ้างตามสภาพเศรษฐกิจ
เขียนโดย สร้อยนกเขา
3 นายก ที่มีอิทธิพลที่สุดในไทย
หนังเพียงเรื่องเดียวในไทย ที่ทำรายได้สูงกว่า 600 ล้านบาท
ประเทศที่ชอบเล่นหวยมากเป็นที่ 1
จังหวัดที่ “ร้อนที่สุดในไทย” อุณหภูมิพุ่งจนคนอยู่ไม่ไหว
ต้นไม้ที่ให้ร่มเงามากที่สุด 5 อันดับ
5 ประเทศที่มี Soft Power ดึงดูดใจคนทั่วโลก ไทยถูกจัดอยู่ลำดับที่เท่าไหร่
ไม่ใช่กรุงเทพ? เปิดชื่อ “จังหวัดค่าครองชีพสูงสุดในไทย” ที่หลายคนคาดไม่ถึง
5 อาชีพในไทย ที่ เงินเดือนเริ่มต้นสูง แบบงง ๆ บางงานเด็กจบใหม่ก็แตะ 30K+
คณะหมอลำที่โด่งดังที่สุด ประสบความสำเร็จมากที่สุดในไทย
ภาพยนตร์ของไทยที่โด่งดังในประเทศกัมพูชา
อำเภอที่มีชื่อเหมือนชื่อจังหวัด เพียงหนึ่งเดียวเท่านั้นในประเทศไทย
ซุปรากบัวเก๋ากี้กระดูกหมู เมนูพื้นบ้านเพื่อสุขภาพ
ต้นราชพฤกษ์ หรือ ต้นคูน (Golden Shower Tree) ซึ่งเป็นต้นไม้ที่มีความสำคัญและมีประโยชน์รอบด้าน
ทำไมบางจังหวัดจ่ายค่าไฟแพงกว่าเท่าตัว? เทียบชัด 15 จังหวัดที่คนเริ่มตั้งคำถาม
ฟองนุ่มที่ซ่อนพิษ! 10 เรื่องจริงของ “เบียร์” ที่คนดื่มประจำอาจไม่เคยรู้ว่าร่างกายกำลังเปลี่ยนไปแค่ไหน
ภูเขาที่ไม่มีสีเขียวมีแต่สีขาวทั้งลูกและใหญ่ที่สุดในโลก