หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Team Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาลงข่าวประชาสัมพันธ์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ตำนานของ "มาเนกิเนโกะ" (Maneki-neko) ตำนานของแมวกวักสไตล์ญี่ปุ่น ที่คล้ายๆกับนางกวักของไทย

โพสท์โดย dukedick

 

เวลาเดินผ่านหน้าร้านอาหารญี่ปุ่นแล้วเจอแมวชูมือกวัก ๆ หรือเดินผ่านร้านค้าของไทยแล้วเห็นนางกวักนั่งพับเพียบยิ้มละมุน มือหนึ่งกวักเรียกคนเข้าเหมือนจะบอกว่า “มานี่ ๆ เด้อ” มันอดไม่ได้จริง ๆ ที่จะตั้งคำถามว่า ทำไมสองวัฒนธรรมที่อยู่ไกลกันคนละฟากโลก ถึงมี “สัญลักษณ์แห่งความร่ำรวย” ที่ทำท่ากวักคล้ายกันได้ขนาดนี้ ทั้งที่หน้าตาก็ต่างกันสุดทาง—ฝั่งหนึ่งเป็นแมว อีกฝั่งเป็นหญิงไทยงดงาม

คำตอบน่าสนใจตรงที่ จุดตั้งต้นของทั้งสองเรื่องไม่ได้เริ่มจากความโลภหรือความอยากรวยทางลัดเลย แต่เริ่มจาก “ใจ” ของมนุษย์ และความเชื่อเรื่องการตอบแทนบุญคุณที่ฝังอยู่ในชีวิตประจำวันของผู้คนมาแต่เดิม ฝั่งญี่ปุ่น เรื่องของมาเนกิเนโกะถูกเล่าผ่านตำนานหลายสาย บางสายเล่าว่าขุนนางรอดพ้นเหตุร้ายเพราะแมวเหมือนเรียกให้หลบ บางสายเล่าว่าคนที่ลำบากหรือจำใจต้องจากแมว แต่ความผูกพันนั้นกลับย้อนคืนมาในรูปแบบของการ “ช่วยเหลือ” จนชีวิตดีขึ้น ไม่ว่าเรื่องจะเล่าแตกต่างกันอย่างไร แก่นมันเหมือนกันคือ แมวไม่ได้เป็นแค่สัตว์เลี้ยง แต่มันเป็นตัวแทนของความสัมพันธ์ ความเมตตา และการตอบแทนระหว่างสิ่งมีชีวิตต่อกัน

ฝั่งไทย นางกวักก็มีรากของเรื่องเล่าที่เน้น “ความดี” ไม่แพ้กัน ตำนานที่คนไทยจำนวนมากคุ้นเคยคือเรื่องของนางสุภาวดี บุตรสาวพ่อค้าที่เติบโตมากับการค้าขาย ติดตามพ่อไปตลาดไปเมืองต่าง ๆ ด้วยนิสัยสุภาพอ่อนน้อม มีจิตใจดี จึงได้รับเมตตาจากผู้มีบุญบารมี ประสิทธิประสาทพรให้เป็นคนมีโชคลาภ เป็นที่รักของผู้คน ใครเห็นก็เอ็นดู ใครเจอก็อยากอุดหนุน ความหมายในชั้นลึกของเรื่องเล่านี้เลยไม่ใช่ “กวักเงิน” แบบแห้ง ๆ แต่คือ “กวักความนิยม กวักความเมตตา กวักโอกาส” ซึ่งเป็นหัวใจของคนทำมาค้าขายมาทุกยุคทุกสมัย

เมื่อเรื่องเล่าเดินทางอยู่ในสังคมพ่อค้าแม่ค้าหรือผู้คนที่ต้องพึ่งพาการขายของเป็นชีวิต เรื่องเล่าก็ค่อย ๆ ถูกแปลงให้ “จับต้องได้” เพราะมนุษย์เราเวลาชีวิตไม่แน่นอน เรามักอยากมีอะไรสักอย่างไว้พึ่งใจ มองเห็นได้ทุกวัน วางไว้ตรงหน้าร้านแล้วเหมือนได้ย้ำกับตัวเองว่า “ขอให้วันนี้ดี ขอให้มีลูกค้า ขอให้มีคนเมตตา” มาเนกิเนโกะจึงค่อย ๆ ถูกทำเป็นตุ๊กตาเซรามิก มีสีสัน มีลวดลาย มีการตีความความหมายของสีแตกต่างกันไป จนมันกลายเป็นของที่ไม่ได้แค่ตั้งโชว์ แต่เป็นเหมือนเครื่องหมายว่าร้านนี้ “ต้อนรับ” ผู้คนด้วยพลังดี ๆ ส่วนฝั่งไทย นางกวักถูกทำเป็นรูปปั้นหญิงไทยนั่งพับเพียบ มือหนึ่งยกกวักเรียก อีกมือถือถุงเงินหรือวางเงินไว้บนตัก ท่วงท่านั้นให้ความรู้สึกแปลกดี คือไม่ได้แค่เรียกให้มา แต่ยังเหมือนบอกว่า “มาแล้วต้องเก็บรักษาให้เป็น” มั่งคั่งแบบไทย ๆ คือเรียกเข้ามาแล้วต้องรู้จักรักษา รู้จักเก็บออมด้วย

ทีนี้คำถามสำคัญว่า ทำไม “ท่ากวัก” ถึงเหมือนกันทั้งที่อยู่ไกลกัน? เหตุผลหนึ่งที่เรียบง่ายแต่ทรงพลังคือ “กวัก” เป็นภาษากายที่มนุษย์เข้าใจตรงกันได้โดยแทบไม่ต้องแปล มันคือท่าทางเชื้อเชิญแบบธรรมชาติที่สุดของคนที่อยากเรียกให้อีกฝ่ายเข้ามาใกล้ ๆ และเมื่อคนเอาท่าทางนี้ไปทำเป็นรูปปั้นหรือวัตถุ ตั้งไว้หน้าร้าน มันก็กลายเป็นข้อความเงียบ ๆ ที่สื่อสารกับทุกคนว่า “เข้ามาเด้อ ยินดีต้อนรับ” ยิ่งไปกว่านั้น ทั้งไทยและญี่ปุ่นยังมีพื้นฐานวัฒนธรรมร่วมบางอย่างที่คล้ายกัน คือการให้ความสำคัญกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำพื้นที่ ประจำบ้าน ประจำร้าน ความเชื่อแบบนี้ทำให้การมี “ตัวแทนแห่งความเป็นมงคล” วางไว้หน้าร้านไม่ใช่เรื่องแปลก แต่เป็นกุศโลบายทางใจที่ช่วยให้เจ้าของร้านรู้สึกว่ามีคนคุ้มครอง มีพลังดี ๆ อยู่ด้วย

พอมองแบบนี้ จะเห็นว่ามาเนกิเนโกะกับนางกวักไม่ได้เป็นแค่ของเรียกเงิน แต่เป็นสัญลักษณ์ของความหวังที่คนทำมาหากินใช้ประคองตัวเองในทุกวัน มันบอกเจ้าของร้านว่า ต่อให้วันนี้เหนื่อย ต่อให้ขายไม่ดี ก็ยังมีวันพรุ่งนี้ให้เริ่มใหม่ ขอแค่ยิ้มให้คน ต้อนรับให้ดี ตั้งใจทำงานอย่างซื่อสัตย์ แล้วโชค—ในความหมายของโอกาส ผู้คน และความเมตตา—จะค่อย ๆ เดินเข้ามาเอง และบางทีนี่แหละคือเหตุผลที่แม้สองวัฒนธรรมจะอยู่ไกลกัน แต่หัวใจของ “คนขายของ” กลับใกล้กันอย่างไม่น่าเชื่อ เพราะต่างก็ต้องการสิ่งเดียวกัน คือกำลังใจเล็ก ๆ ที่มองเห็นได้ทุกวัน วางไว้หน้าร้าน แล้วบอกกับตัวเองเบา ๆ ว่า “วันนี้ต้องมีคนเข้ามาเด้อ”

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
dukedick's profile


โพสท์โดย: dukedick
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
จังหวัดที่มีพื้นที่ติดตั้งโซลาร์เซลล์มากที่สุดในประเทศไทย เมืองที่ไม่มี "กลางวัน" นานนับเดือนประเทศที่ใช้เงินบาทไทยได้อย่างสะดวก5 สัตว์เลี้ยงนำโชคยอดนิยมในประเทศไทยพลิกแฟ้มประวัติศาสตร์! ทูตทหารไทยในปารีสพบสนธิสัญญาสยาม–ฝรั่งเศส หลักฐานใหม่สะเทือนปมชายแดนประเทศที่ร่ำรวยน้ำมันมากที่สุดในเอเชียปิดด่านหวังต่อรอง แต่แรงสะเทือนย้อนกลับใส่เศรษฐกิจกัมพูชาดราม่าครอบครัว! สามีเปิดกล้องเห็นภรรยาแนบชิดลูกชาย โพสต์ถาม “แบบนี้ปกติไหม?” ชาวเน็ตถกสนั่นสลดโค้งมรณะ! กระบะเสียหลักพลิกคว่ำกระเด็นดับ 2 ศพ ที่ปากทางบ้านท่าเยี่ยม ขอนแก่นเจ๊นุ๊ก บารมีมหาเฮง: ปล่อยเลขเด็ด 3 ตัวเม็ดเดียว รับงวดสัญจรสุราษฎร์ธานียิ่งกว่าไฟไหม้บ้าน! ผู้เชี่ยวชาญไซเบอร์เตือนแรง “Laser ID” หลุด เท่ากุญแจชีวิตหาย มิจฉาชีพยึดตัวตนเราได้ทั้งระบบวงการฌาปนกิจ! เปิดโผ 9 จังหวัด สั่งเลิกสมาคม 10 แห่งทั่วประเทศ สมาชิกผวา—พม.แจงขั้นตอนชัด ใครได้รับผลกระทบต้องรู้
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ดราม่าครอบครัว! สามีเปิดกล้องเห็นภรรยาแนบชิดลูกชาย โพสต์ถาม “แบบนี้ปกติไหม?” ชาวเน็ตถกสนั่นปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเหล่านี้ เพราะพฤติกรรมที่ทำเป็นประจำอาจทำร้ายสุขภาพโดยไม่รู้ตัวสลดโค้งมรณะ! กระบะเสียหลักพลิกคว่ำกระเด็นดับ 2 ศพ ที่ปากทางบ้านท่าเยี่ยม ขอนแก่นกาปิตัน : แมวใหญ่ใจดีผู้เป็นเสมือนแสงสว่างนำทางให้เเมวตาบอดวงการฌาปนกิจ! เปิดโผ 9 จังหวัด สั่งเลิกสมาคม 10 แห่งทั่วประเทศ สมาชิกผวา—พม.แจงขั้นตอนชัด ใครได้รับผลกระทบต้องรู้"ลิซ่า อลิซา" สาวไทยที่ไปโด่งดังในซีรี่ส์จีน "สาวไทยข้ามภพ ป่วนใจแม่ทัพ"
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
"กู้หลักพัน...ชดใช้หลักแสน! แฉ 7 วงจร 'หนี้นรก' ที่ไม่มีวันจบสิ้น พร้อมวิธีเอาตัวรอดจากเจ้าหนี้โหดที่กฎหมายอาจช่วยคุณไม่ทัน!"🔥 สีเหมือนไฟ…พิษร้ายระดับตัวตึง! รู้จัก “California Newt” นิวต์ส้มสะท้านป่าที่มีพิษร้ายแรงเทียบปักเป้าวิธีการสังเกตลักษณะของเห็ดที่มีพิษ สามารถสังเกตได้ดังนี้จังหวัดที่จับปลาได้มากที่สุด อันดับที่หนึ่งของประเทศไทย
ตั้งกระทู้ใหม่