ย้อนตำนานสะเทือนขวัญ “ปลากินคน” ปีศาจดำแห่งลุ่มน้ำแควน้อย เรื่องจริงที่เคยเขย่าขวัญชาวกาญจนบุรี ก่อนกลายเป็นสัตว์น้ำหายากใกล้สูญพันธุ์
เมื่อครู่นี้ ผู้เขียนได้อ่านข่าวเกี่ยวกับ “ปลาเค้าดำ” สัตว์น้ำขนาดใหญ่แห่งลุ่มน้ำภาคกลาง ซึ่งทำให้ต้องย้อนกลับไปทบทวนตำนานเก่าแก่ที่เคยสร้างความหวาดผวาให้กับผู้คนริมแม่น้ำแควน้อย จังหวัดกาญจนบุรี มาอย่างยาวนาน
เรื่องเล่าดังกล่าว ไม่ใช่นิทานหลอกเด็ก หากแต่เป็นเหตุการณ์ที่มีพยานบุคคล ผู้รู้ และผู้เชี่ยวชาญด้านปลาน้ำจืดยืนยันตรงกันว่า “เคยเกิดขึ้นจริง”
ปลาเค้าดำ หรือที่ชาวบ้านภาคกลางเรียกกันติดปากว่า “ปลาอีทุก” เป็นปลาหนังขนาดใหญ่ในตระกูลเดียวกับปลาเนื้ออ่อน แต่มีขนาดตัวที่ใหญ่โตและน่าเกรงขามกว่ามาก บางตัวอาจยาวได้ถึง 2 เมตร น้ำหนักมากกว่า 50–80 กิโลกรัม
ลักษณะเด่นคือ ปากกว้าง ฟันซี่เล็กเรียงตัวหนาแน่น คมและเฉียงเข้าด้านใน เมื่อกัดเหยื่อแล้วแทบไม่มีทางดิ้นหลุดได้ง่าย ลำตัวสีเทาเข้มถึงดำสนิท ส่วนหัวใหญ่ แบน มีหนวด 2 คู่ ใช้รับรู้แรงสั่นสะเทือนแทนสายตาที่ไม่ดีนัก
ตามธรรมชาติ ปลาเค้าดำมักซ่อนตัวนิ่งอยู่ใต้น้ำลึก หวงถิ่น ดุร้าย และพร้อมพุ่งโจมตีทุกสิ่งที่รุกล้ำอาณาเขต โดยเฉพาะบริเวณท่าน้ำ โป๊ะ หรือแหล่งที่มนุษย์ลงไปใช้งานเป็นประจำ
ข้อมูลจาก คุณกิตติพงษ์ จารุธาณินทร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านปลาน้ำจืดไทย ระบุว่า เคยประสบเหตุถูกปลาเค้าดำกัดเข้าที่มือจนต้องเข้ารับการรักษาและเย็บแผลที่โรงพยาบาล โดยยืนยันถึงพลังขากรรไกรและลักษณะฟันที่ “กัดแล้วไม่ปล่อย”
ต่อมา คุณปริญญา ผดุงถิ่น ผู้เขียนคอลัมน์ “สิงสาราสัตว์” ได้รับการยืนยันเหตุการณ์จากคุณกิตติพงษ์ว่า
เมื่อราว 40 ปีก่อน เคยเกิดเหตุสะเทือนขวัญที่ บ้านปากกิเลน อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี
พยานในเหตุการณ์เล่าว่า แม่คนหนึ่งอุ้มลูกทารกลงไปล้างตัวบริเวณโป๊ะท่าน้ำในแม่น้ำแควน้อย ทันใดนั้นเอง ปลาเค้าดำขนาดใหญ่ สีคล้ำออกน้ำตาลแดง หรือที่เรียกกันว่า “ปลาเค้าไฟ” ได้พุ่งขึ้นจากใต้น้ำ ฮุบทารกจากอ้อมแขนแม่ และขยอกลงท้องไปต่อหน้าต่อตา สร้างความตกตะลึงและโศกเศร้าแก่ผู้พบเห็นอย่างยิ่ง
เหตุการณ์ดังกล่าว มีทั้งพยานแวดล้อม ผู้ใหญ่บ้านในขณะนั้น และชาวบ้านรุ่นเก่าที่ยังคงจดจำได้อย่างแม่นยำ สอดคล้องกับข้อมูลทางชีววิทยาที่ระบุว่า ปลาเค้าดำน้ำหนักกว่า 50 กิโลกรัม สามารถกลืนเด็กทารกน้ำหนัก 5–8 กิโลกรัมได้โดยไม่ยาก
แม้ในอดีตปลาเค้าดำจะถูกมองเป็นสัตว์อันตราย แต่ในปัจจุบันกลับกลายเป็น ปลาน้ำจืดหายากของไทย ถูกจัดอยู่ในกลุ่มเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ พบได้น้อยมากในแหล่งน้ำธรรมชาติ
ปัจจุบันมีรายงานการพบเพียงบางพื้นที่ เช่น ลุ่มน้ำตาปี และทะเลสาบสงขลา หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงได้ดำเนินโครงการเพาะพันธุ์และปล่อยลูกปลาเพื่อฟื้นฟูประชากร หลังจำนวนลดลงอย่างรวดเร็วจากการจับเกินขนาด และการทำลายถิ่นอาศัยตามธรรมชาติ
ตำนาน “ปลาเค้าดำกินคน” แห่งลุ่มน้ำแควน้อย จึงมิใช่เพียงเรื่องเล่าสยองขวัญ หากแต่เป็นบทเรียนสำคัญถึง พลังของธรรมชาติ และการอยู่ร่วมกันอย่างเคารพขอบเขต
จากสัตว์ที่ครั้งหนึ่งเคยถูกหวาดกลัว วันนี้กลับต้องการการปกป้อง
เรื่องจริงในอดีต จึงควรถูกบันทึกไว้ เพื่อให้คนรุ่นหลังได้เรียนรู้ ไม่ลืม และไม่ประมาทสายน้ำอีกต่อไป
เขียนโดย หนึ่งล้านเรื่องเล่า
ราคาทองครึ่งสลึงวันนี้ 19 ตุลาคม 2569 ทองรูปพรรณขายออกกี่บาท ? อัปเดตล่าสุด
เปิด 5 หลักสูตรแพทยศาสตร์ที่มีค่าเรียนรวมแตะ 7 ล้านบาท
เลข AI งวด 1 พ.ย. 69 คัดเลขเด่น 79-97 จับคู่ 48 มีชุดไหนน่าสนใจบ้าง
พยากรณ์อากาศ 19–25 ต.ค.2569 กรมอุตุ เตือนฝนหนักพื้นที่ไหนบ้าง
เปิด 5 มหาวิทยาลัยราชภัฏที่มีนักศึกษามากที่สุดในปี 2569 อันดับเปลี่ยนจากปีก่อนหรือไม่?
น้ำประปาไหลอ่อน ต่อปั๊มตรงท่อเมนดีไหม? กปน.ชี้ให้ใช้ถังพัก
สับสนไหม “วิทยาลัยเทคนิค” กับ “วิทยาลัยเทคโนโลยี” ต่างกันตรงไหน ทำไมจึงใช้ชื่อต่างกัน
Miss Global คือเวทีอะไร? ต่างจาก Miss Universe และ Miss World ตรงไหน
จังหวัดเดียวของประเทศไทย ที่ไม่มี พื้นที่ติดกับจังหวัดอื่นเลย
จบวิศวะแล้ว ต้องมีใบ กว. ทุกคนไหม? เช็ก 7 สาขางานที่ถูกควบคุม
108 ท่าบนเตียง มีอะไรบ้าง Sex position ท่าเด็ดบนเตียง
เปิด 5 โรงเรียนนานาชาติระดับมัธยมที่แพงที่สุดในไทย ค่าเทอมทะลุล้าน จ่ายจริงปีละเท่าไร?
น้ำประปาไหลอ่อน ต่อปั๊มตรงท่อเมนดีไหม? กปน.ชี้ให้ใช้ถังพัก
ราคาทองครึ่งสลึงวันนี้ 19 ตุลาคม 2569 ทองรูปพรรณขายออกกี่บาท ? อัปเดตล่าสุด
จบวิศวะแล้ว ต้องมีใบ กว. ทุกคนไหม? เช็ก 7 สาขางานที่ถูกควบคุม
พยากรณ์อากาศ 19–25 ต.ค.2569 กรมอุตุ เตือนฝนหนักพื้นที่ไหนบ้าง
สับสนไหม “วิทยาลัยเทคนิค” กับ “วิทยาลัยเทคโนโลยี” ต่างกันตรงไหน ทำไมจึงใช้ชื่อต่างกัน
Miss Global คือเวทีอะไร? ต่างจาก Miss Universe และ Miss World ตรงไหน


