"ไม้หนานมู่" (楠木 - Nánmù) ราชาแห่งไม้สีทอง มรดกอันล้ำค่าจากอดีต ราคาสูงมากๆ ไม้ที่ใช้กับคนระดับจักรพรรดิกับเชื้อพระวงศ์จีนในอดีตเท่านั้น
ไม้หนานมู่เนี่ย ถ้าเปรียบง่าย ๆ ก็เหมือน “ราชาแห่งไม้” ในประวัติศาสตร์จีนเลยนะ ไม่ใช่แค่เพราะมันสวยหรือหายาก แต่เพราะมันถูกเลือกให้เข้าไปอยู่ในสถานที่ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของประเทศ ตั้งแต่พระราชวังต้องห้าม วัดสำคัญ เฟอร์นิเจอร์ของจักรพรรดิ ไปจนถึงโลงศพของเชื้อพระวงศ์ แค่ฟังตรงนี้ก็รู้แล้วว่ามันไม่ใช่ไม้ธรรมดาแน่นอน
คำว่า “หนานมู่” หรือ Nánmù จริง ๆ แล้วไม่ได้หมายถึงไม้ชนิดเดียวเป๊ะ ๆ แต่มันคือกลุ่มไม้จากต้นในสกุล Phoebe หรือ Machilus ซึ่งอยู่ในวงศ์ Lauraceae วงศ์เดียวกับอบเชย กลิ่นของมันเลยจะมีความหอมอ่อน ๆ ตามธรรมชาติ ไม่ฉุน แต่ให้ความรู้สึกสงบ ๆ คนโบราณเชื่อว่ากลิ่นนี้ช่วยไล่แมลง และยังมีพลังบางอย่างที่ช่วยปกป้องสิ่งของหรือแม้แต่ร่างผู้ตายด้วย
จุดเด่นที่สุดของไม้หนานมู่คือความ “อึด” แบบสุด ๆ มันทนความชื้น ทนเชื้อรา และแมลงได้ดีเยี่ยม บางท่อนถูกฝังอยู่ใต้ดินเป็นร้อย ๆ ปี พอขุดขึ้นมาก็ยังอยู่ในสภาพดี ไม้ไม่ผุ ไม่ยุ่ย นี่แหละที่ทำให้มันเหมาะกับการสร้างอาคารสำคัญ และโลงศพของเชื้อพระวงศ์ เพราะเชื่อว่าจะช่วยรักษาสภาพร่างกายให้คงอยู่ได้นานที่สุด
เนื้อไม้ของหนานมู่ก็ไม่ธรรมดา เส้นใยละเอียด เนียนมือ ลวดลายสวยแบบไม่ต้องพยายาม สีมีตั้งแต่ทองอ่อน เหลือง ไปจนถึงน้ำตาลอมเขียว ยิ่งพอขัดเงาแล้วจะยิ่งมันวาว ดูนุ่มนวลเหมือนผ้าไหม มันให้ความรู้สึกหรูแบบสุภาพ ไม่ใช่หรูแบบฉูดฉาด
แต่ถ้าจะพูดถึง “ที่สุดของที่สุด” ในตระกูลหนานมู่ ก็ต้องยกให้ จินซือหนานมู่ หรือ 金丝楠木 ซึ่งแปลตรงตัวว่า “หนานมู่ลายไหมทอง” อันนี้แหละคือระดับตำนาน ตัวจริงเสียงจริง เวลาเอาไม้ขึ้นมาส่องแสง จะเห็นเส้นใยสีทองระยิบระยับวิ่งอยู่ในเนื้อไม้ เหมือนมีเส้นไหมทองฝังอยู่ข้างใน มันไม่ใช่การทาสี ไม่ใช่การตกแต่ง แต่เป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติจากน้ำมันในเนื้อไม้ ซึ่งไม่ได้เกิดกับหนานมู่ทุกต้น ทำให้จินซือหนานมู่หายากมาก และแพงแบบที่นักสะสมเห็นแล้วใจสั่น
ในสมัยก่อน ไม้ชนิดนี้ถูกสงวนไว้ให้จักรพรรดิเท่านั้น คนธรรมดาไม่มีสิทธิ์ใช้ ไม่ว่าจะเป็นเสาอาคาร เฟอร์นิเจอร์ โต๊ะ เตียง หรือโลงศพ ทุกอย่างที่ทำจากจินซือหนานมู่คือสัญลักษณ์ของอำนาจและความศักดิ์สิทธิ์ พระราชวังต้องห้ามเองก็ใช้ไม้หนานมู่จำนวนมาก โดยเฉพาะในโครงสร้างที่ต้องการความแข็งแรงและความคงทนระดับหลายร้อยปี
พอมาถึงปัจจุบัน ไม้หนานมู่แทบจะกลายเป็นสมบัติล้ำค่าทางประวัติศาสตร์ไปแล้ว เพราะมันเติบโตช้ามาก และเคยถูกตัดไปอย่างหนักในอดีต ตอนนี้รัฐบาลจีนจึงคุ้มครองอย่างเข้มงวด ไม้หนานมู่ในตลาดส่วนใหญ่จึงมักเป็นไม้เก่าจากอาคารโบราณที่ถูกรื้อถอน หรือไม้จากแหล่งเพาะปลูกที่ได้รับอนุญาตอย่างถูกต้องเท่านั้น
เลยไม่แปลกเลยที่ไม้หนานมู่ โดยเฉพาะจินซือหนานมู่ จะยังคงเป็นที่ต้องการในกลุ่มนักสะสม งานศิลปะ และเฟอร์นิเจอร์ชั้นสูง เพราะมันไม่ใช่แค่ไม้สวย ๆ แต่คือไม้ที่มีเรื่องราว มีประวัติศาสตร์ มีพลังของกาลเวลาอยู่ในตัว เหมือนเรากำลังจับชิ้นส่วนเล็ก ๆ ของอดีตราชวงศ์จีนเอาไว้ในมือ
ถ้าจะให้พูดแบบเพื่อนคุยกันง่าย ๆ ไม้หนานมู่มันไม่ได้แพงเพราะ “กระแส” แต่มันแพงเพราะมันแบกทั้งความงาม ความหายาก ความเชื่อ และประวัติศาสตร์นับพันปีเอาไว้พร้อมกัน และนั่นแหละคือเสน่ห์ที่ทำให้คนยังหลงใหลไม้ชนิดนี้ไม่รู้จบ.
จังหวัดเดียวในประเทศไทย ที่ไม่มีอำเภอเมืองเหมือนจังหวัดอื่น
ทึ่งทั่วโลก : "The Boneyard" หรือสุสานเครื่องบินที่ใหญ่ที่สุดในโลก
โซฟาตัวนี้ สร้างความงุนงงให้กับนักวิทยาศาสตร์ มานานกว่า 60 ปีแล้ว!!
นกเพียง 4 ชนิด ที่มีชื่อเป็นสัตว์ป่าสงวนของประเทศไทย
4 ส่วนที่สกปรกที่สุดของหมู ที่คุณไม่ควรซื้อและรับประทาน
ผู้ใช้งานกว่า 90% ไม่ทราบว่าร่องเล็กๆบนเขียงไม้ มีไว้เพื่ออะไร?
สนามบินที่มีขนาดเล็กที่สุด ที่ยังคงเปิดให้บริการอยู่จริงบนโลก
ประเทศที่มีแหล่งน้ำมันดิบ ปริมาณมากที่สุดเป็นอันดับหนึ่งของโลก
รู้จัก QF-16 เครื่องบินรบผีสิงไร้นักบิน ดัดแปลงจาก F-16
สาธารณรัฐกอทูเล "เพื่อนบ้านใหม่" ติดกับไทย
ขุมทรัพย์เรร์เอิร์ทแห่งอาเซียน: สมรภูมิแร่หายากที่โลกกำลังรุมตอม
จาก "ขยะทะเล" สู่ "ราชาบนโต๊ะอาหาร": เมื่อล็อบสเตอร์เคยเป็นบทลงโทษสำหรับนักโทษในคุก
12 การ์ตูนแมวคือสายพันธุ์อะไรกันบ้างนะ?
แม่น้ำหลี : สายน้ำแห่งภูเขา เวลา และอารยธรรมจีนตอนใต้
ปิดตำนาน "พี่สาวสุดlซ็กซี่" นางเอก A\/ อำลาวงการ..เตรียมโกอินเตอร์ระดับโลก
สินค้าของป่านำเข้าของไทย ที่มีมูลค่ามากที่สุดเป็นอันดับหนึ่ง




