หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

ภาพของเจ้าหน้าที่ซ่อมบำรุงหรือทีมทำความสะอาด ที่กำลังปฏิบัติงานบริเวณ "ดวงตา" ขององค์พระพุทธรูปอุชิคุ ไดบุตสึ

เขียนโดย dukedick

ท่ามกลางทุ่งหญ้าอันเงียบสงบของเมืองอุชิคุ จังหวัดอิบารากิ ประเทศญี่ปุ่น มีพระพุทธรูปองค์หนึ่งยืนตระหง่านราวกับเฝ้ามองโลกด้วยสายตาแห่งความเมตตาไม่รู้จบ นั่นคือ พระพุทธรูปอุชิคุไดบุทสึ (Ushiku Daibutsu) พระพุทธรูปปางยืนหล่อด้วยทองสัมฤทธิ์ที่เคยได้รับการยกย่องว่าสูงที่สุดในโลก และจนถึงวันนี้ก็ยังคงเป็นหนึ่งในแลนด์มาร์คทางศาสนาและสถาปัตยกรรมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของมนุษยชาติ 🌐🙇‍♂️

เมื่อยืนอยู่เบื้องหน้าองค์พระ ความรู้สึกแรกที่เกิดขึ้นคือความเล็กจ้อยของตัวเราเอง พระพุทธรูปอุชิคุไดบุทสึมีความสูงรวมทั้งสิ้น 120 เมตร หากนับรวมฐานดอกบัวสูง 10 เมตร และฐานแท่นรองอีก 10 เมตร ความสูงนี้เทียบเท่ากับอาคารสูงราว 38 ชั้น น้ำหนักขององค์พระมากถึง ประมาณ 4,000 ตัน และที่น่าทึ่งยิ่งกว่านั้นคือ ทั้งองค์หล่อขึ้นจาก ทองสัมฤทธิ์ (Bronze) ซึ่งเป็นวัสดุที่ต้องอาศัยทั้งเทคโนโลยี ความแม่นยำ และศรัทธาอย่างมหาศาลในการก่อสร้าง

พระพุทธรูปองค์นี้สร้างเสร็จในปี ค.ศ. 1993 โดยวัดฮิงาชิ ฮงกันจิ (Higashi Honganji) เพื่อรำลึกถึงวันประสูติของ พระชินรัน (Shinran) ผู้ก่อตั้งนิกายโจโด ชินชู หรือนิกายสุขาวดีแท้ นิกายที่ยึดมั่นในคำสอนเรื่องความเมตตาอันไม่มีประมาณของพระอมิตาภพุทธะ พระพุทธรูปอุชิคุไดบุทสึจึงมิใช่เพียงประติมากรรมขนาดยักษ์ แต่เป็นสัญลักษณ์แห่งความศรัทธาและความหวัง ว่ามนุษย์ทุกผู้ทุกนามสามารถเข้าถึงดินแดนสุขาวดีได้ด้วยแรงแห่งเมตตา มิใช่เพียงการบำเพ็ญตนอย่างเคร่งครัดเท่านั้น

องค์พระนี้ได้รับการบันทึกจาก Guinness World Records ว่าเป็นพระพุทธรูปสัมฤทธิ์ปางยืนที่สูงที่สุดในโลกในช่วงปี 1993–2008 และแม้ในปัจจุบันจะมีรูปปั้นที่สูงกว่าเกิดขึ้นแล้ว แต่พระพุทธรูปอุชิคุไดบุทสึก็ยังคงติดอันดับ หนึ่งในห้า ของรูปปั้นที่สูงที่สุดในโลก และยังคงครองตำแหน่งพิเศษในใจของผู้มาเยือนจากทั่วโลก 🇯🇵

ความน่าทึ่งของอุชิคุไดบุทสึไม่ได้หยุดอยู่แค่ภายนอก ภายในองค์พระถูกออกแบบให้สามารถเข้าชมได้ โดยแบ่งออกเป็น 5 ชั้น พร้อมลิฟต์คอยบริการพาผู้มาเยือนเดินทางจากพื้นดินสู่ภายในร่างของพระพุทธองค์ ราวกับการเดินทางทางจิตวิญญาณจากโลกมนุษย์สู่โลกแห่งธรรม

ชั้นแรกคือ World of Infinite Light and Life ห้องมืดที่อบอวลไปด้วยแสงสลัวและควันธูป กลิ่นหอมอ่อนๆ ชวนให้จิตใจสงบนิ่ง สื่อถึงโลกแห่งแสงสว่างและชีวิตอันไม่มีที่สิ้นสุด ชั้นที่สองคือ World of Gratitude and Thankfulness พื้นที่สำหรับการคัดลอกพระสูตรหรือ Shakyo ซึ่งเป็นกิจกรรมฝึกสมาธิและปลูกฝังความกตัญญูในใจผู้ปฏิบัติ

เมื่อขึ้นสู่ชั้นที่สาม World of the Lotus Sanctuary ผู้มาเยือนจะพบกับห้องโถงสีทองอร่าม ที่ประดิษฐานพระพุทธรูปองค์เล็กสีทองกว่า 3,400 องค์ เรียงรายอยู่บนผนังอย่างเป็นระเบียบ ภาพตรงหน้านั้นงดงามและทรงพลัง ราวกับดอกบัวนับพันดอกที่เบ่งบานในดินแดนสุขาวดี

ส่วนชั้นที่สี่และห้าคือ Room of Mt. Grdhrakuta จุดชมวิวที่ระดับความสูงประมาณ 85 เมตร ซึ่งอยู่บริเวณหน้าอกขององค์พระ ในวันที่ท้องฟ้าแจ่มใส ผู้มาเยือนสามารถมองเห็นทิวทัศน์ไกลสุดสายตา ตั้งแต่โตเกียวสกายทรี ไปจนถึง ภูเขาไฟฟูจิ ที่ตั้งตระหง่านเป็นสัญลักษณ์ของญี่ปุ่น ความรู้สึกเมื่อมองโลกจากมุมสูงนี้ เต็มไปด้วยความสงบและการตระหนักรู้ถึงความไม่เที่ยงของสรรพสิ่ง

บริเวณโดยรอบองค์พระยังถูกจัดแต่งเป็นสวนญี่ปุ่นที่งดงามตามฤดูกาล 🌸 ในฤดูใบไม้ผลิจะเต็มไปด้วยซากุระสีชมพูอ่อน ส่วนฤดูใบไม้ร่วงจะถูกแต่งแต้มด้วยดอกคอสมอสที่ไหวเอนตามสายลม นอกจากนี้ยังมีสวนสัตว์ขนาดเล็ก 🐇 ให้เด็กๆ ได้สัมผัสสัตว์อย่างใกล้ชิด มีทั้งกระต่ายและโชว์ลิง รวมถึงบ่อปลาคาร์ป 🐟 ที่นักท่องเที่ยวสามารถซื้ออาหารมาเลี้ยงปลาเพลินๆ ได้

และหากพูดถึงเกร็ดที่ทำให้หลายคนต้องทึ่ง ฝ่าพระหัตถ์ของพระพุทธรูปอุชิคุไดบุทสึนั้นมีขนาดใหญ่จนสามารถวาง พระพุทธรูปองค์ใหญ่แห่งวัดโทไดจิ เมืองนารา ไว้บนฝ่ามือได้ทั้งองค์ เรื่องเล็กๆ นี้กลับสะท้อนให้เห็นถึงความยิ่งใหญ่ขององค์พระได้อย่างชัดเจนยิ่งกว่าตัวเลขใดๆ

พระพุทธรูปอุชิคุไดบุทสึจึงไม่ใช่เพียงสถานที่ท่องเที่ยว แต่เป็นพื้นที่แห่งศรัทธา ความสงบ และการใคร่ครวญถึงชีวิต เมื่อได้ยืนอยู่ต่อหน้าองค์พระ ไม่ว่าใครก็ตามย่อมสัมผัสได้ถึงความเมตตาอันกว้างใหญ่ ราวกับกำลังถูกโอบอุ้มไว้ด้วยความกรุณาที่ไม่มีที่สิ้นสุดของพระอมิตาภพุทธะ

และแน่นอนว่า ตัวขององค์พระพุทธรูปนั้นได้รับการบำรุงรักษาเป็นอย่างดี อย่างที่เพื่อนๆได้เห็นภาพของเจ้าหน้าที่ซ่อมบำรุงหรือทีมทำความสะอาด ที่กำลังปฏิบัติงานบริเวณ "ดวงตา" ขององค์พระพุทธรูปอุชิคุ ไดบุตสึ ที่กำลังทำงานกันอย่างขยันขันแข็งนี่แหล่ะครับ....

 

🙇‍♂️✨

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
dukedick's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 127 ครั้ง
เขียนโดย dukedick
สวัสดีครับ ผมเป็นนักเขียนที่ชอบงานเขียนทางด้านเกร็ดความรู้ต่างๆ ไม่วาจะเป็นเกี่ยวกับสัตว์โลกน่ารัก หรือ เกร็ดความรู้ และเรื่องราวที่น่าสนใจต่างๆ
เขียนนิยายแฟนตาซีสนุกๆด้วย ในนามปากกา เหมียวกุ่ย หาอ่านได้ที่ Meb Market และ ReadAwrite ครับ ค้นหาด้วย นามปากกาได้เลยครับ หรือค้นหาใน Google ก็ได้ครับ ^_^
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
กู้ภัยได้เงินเดือนเท่าไหร่? เปิดรายได้อาสากู้ภัยและเจ้าหน้าที่กู้ภัยในประเทศไทยเลขเด็ดงวดวันที่ 1 กรกฎาคม 69..คำนวณตามตารางเลขกำลังวัน รับประกันแม่นยำ!หลอดไฟแบรนด์ไทยที่โด่งดังที่สุด เป็นที่รู้จักทั่วประเทศมากที่สุดหุ้นเทคโนโลยีสหรัฐฯ ยังน่าสนใจ แต่ทำไมคนวัย 40+ ต้องระวังมากขึ้นทำไม “เฮลซ์บลูบอย” ยังอยู่ในครัวไทย แม้โลกเครื่องดื่มเปลี่ยนไปมากปล่อยพังพอนปราบงูพิษ แต่จบด้วยหายนะ! บทเรียนราคาแพงเกือบ 50 ปีของญี่ปุ่นคอมพิวเตอร์แบรนด์ไทย ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดตลอดกาลส่องแนวทางเลขฮิตและเลขมงคล 1 กรกฎาคม 2569การเปิดไมโครเวฟทิ้งไว้โดยไม่มีอาหาร ควรทำไหม?"เลี้ยะฮาร์" หอยตากแดด เมนูเด็ดแห่งแดนเขมร5 มหาวิทยาลัยที่อยู่ติดภูเขาและมีวิวสวยที่สุดในประเทศไทยเลขเด็ด "เจ้าแม่ตะเคียน" งวด 1 กรกฎาคม 2569 รวมเลขเด่น และเลขรอง
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
คอมพิวเตอร์แบรนด์ไทย ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดตลอดกาล"เลี้ยะฮาร์" หอยตากแดด เมนูเด็ดแห่งแดนเขมรเลขเด็ด "เจ้าแม่ตะเคียน" งวด 1 กรกฎาคม 2569 รวมเลขเด่น และเลขรองไขความลับ "ปลาเส้น" ทำไมถึงไม่ใช่เนื้อปลา 100 เปอร์เซ็นต์เปลี่ยนงานทุก 2–3 ปี อาจไม่ใช่ความเสี่ยงเสมอไป ถ้ามีแผนและทักษะชัด
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
การเปิดไมโครเวฟทิ้งไว้โดยไม่มีอาหาร ควรทำไหม?4 เหตุผลกาแฟโบราณทำไมต้องกลายมาเป็นกาแฟสดในยุคปัจจุบัน7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคใหม่ มีที่ไหนบ้าง และทำไมหลายคนยังเข้าใจคลาดเคลื่อนเด็กรุ่นใหม่เพิ่งรู้จัก! TikTok ปลุกกระแส "ขนมแมวพิมพ์" และ "หมากฝรั่งบุหรี่ตราแมว" ของกินหน้าโรงเรียนที่หลายคนคิดว่าหายไปแล้ว
ตั้งกระทู้ใหม่