ทะลุมิติ เปลี่ยนชะตา ชีวิตนี้ของข้าต้องรุ่งโรจน์
บทที่ 1 ราชวงศ์ต้าคัง
หลังจากที่นั่งอยู่บนตอไม้ได้ราว ๆ ครึ่งชั่วโมง จินเฟิงก็ต้องยอมรับความจริงที่ว่า…
เขาได้เดินทางข้ามเวลามาแล้ว
เดินทางจากศตวรรษที่ 21 ย้อนมาสู่ระบบศักดินาอันล้าหลัง
“เทวดาฟ้าดิน ท่านกำลังมองมาที่ผมอยู่หรือเปล่า?”
จินเฟิงแหงนหน้ามองท้องฟ้า พร้อมกับถอนหายใจออกมาด้วยความขมขื่น
ในชีวิตที่แล้ว จินเฟิงมาจากหมู่บ้านบนภูเขาที่ยากจนข้นแค้น เขาเพียรพยายามอย่างหนักจนสอบเข้าเรียนมหาวิทยาลัยได้ หลังจากนั้นก็ขยันทำงานเก็บเงินเพื่อส่งตัวเองเรียนต่อในระดับปริญญาโทและปริญญาเอกจนจบการศึกษา หลังจากเรียนจบ เขาก็กลายเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงด้านวิศวกรเครื่องกล มีรายได้หลักล้านต่อปี
ประสบการณ์ชีวิตที่ผ่านมาของเขาเป็นแรงบันดาลใจให้กับใครหลายคน แม้แต่จินเฟิงเองก็คิดว่าตัวเองประสบความสำเร็จในชีวิตแล้วเช่นกัน
ไม่คิดเลยว่าจะเกิดอุบัติเหตุขึ้นหลังจากที่เขาเพิ่งเริ่มทำงานได้ไม่กี่วัน โดยเรื่องไม่คาดฝันนั้นเป็นผลมาจากการทำงานล่วงเวลาติดต่อกันของเขาเอง…
ตอนนี้เขาได้ย้อนเวลามายังสมัยราชวงศ์ต้าคัง และได้มาอยู่ในร่างของช่างตีเหล็กตัวเล็ก ๆ คนหนึ่ง
“คนที่ชื่อจินเฟิงโชคร้ายแบบนี้ทุกคนหรือเปล่า?”
ใช่แล้ว เขาได้เข้ามาอยู่ในร่างของช่างตีเหล็กที่มีชื่อว่าจินเฟิงเหมือนกันจะว่าไปจินเฟิงคนนี้มีชะตากรรมที่น่าเวทนากว่าเขาเสียอีก
เพราะในขณะที่จินเฟิงผู้นี้เพิ่งเกิด เขาและพ่อแม่ก็ต้องหนีสงครามไปยังหมู่บ้านเล็ก ๆ บนภูเขาที่ชื่อว่าซีเหอวาน ยิ่งไปกว่านั้น แม่ของเขาก็มาด่วนจากไปตั้งแต่เขายังอยู่ในวัยหัดเดิน
ขณะที่พ่อของจินเฟิงรู้ดีว่าการศึกษาคือทางออก เขาจึงกัดฟันส่งเสี่ยวจินเฟิงไปเรียน โดยหวังว่าสักวันหนึ่งลูกชายจะมีความรู้ความสามารถ มีเกียรติยศและชื่อเสียงจนเป็นที่เชิดหน้าชูตาแก่วงศ์ตระกูลได้
แต่น่าเสียดายที่จินเฟิงผู้นี้ไม่มีหัวด้านการเรียนเลยสักนิด ขนาดส่งไปศึกษาหาความรู้อย่างหนักถึงสิบปี เขาก็ยังไม่สามารถสอบซิ่วไฉ*[1]ได้
สุดท้าย ความเจ็บป่วยก็ได้พรากชีวิตพ่อของเขาไปเมื่อปีที่แล้ว และทรัพย์สินที่เหลือในครอบครัวก็ถูกจินเฟิงใช้ไปจนหมด
ตลอดระยะเวลาครึ่งเดือนที่ผ่านมา เขากินข้าวต้มเพียงวันละมื้อเท่านั้น ความหิวโหยนี้ทำให้เขาหน้ามืดจนเดินชนเข้ากับเสา
ถูกต้อง การเดินชนเสาในครั้งนั้นทำให้จินเฟิงแห่งศตวรรษที่ 21 ข้ามเวลามายังสมัยราชวงศ์ต้าคัง…
“พี่ชายแซ่จิน ขบวนส่งตัวเจ้าสาวจากศาลาว่าการใกล้จะมาถึงแล้ว หัวหน้าหมู่บ้านให้ข้ามาแจ้งท่าน รีบไปที่ทางเข้าหมู่บ้านเถอะ”
เด็กชายอายุราวสิบสองหรือสิบสามปีตะโกนเรียกเขาอยู่ตรงหน้าประตูบ้าน เมื่อแจ้งข่าวเสร็จอีกฝ่ายก็รีบแจ้นไปโดยไม่สนว่าจินเฟิงจะได้ยินหรือไม่
“ขบวนส่งตัวเจ้าสาวเหรอ?”
เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ ข้อมูลในหัวของจินเฟิงก็ค่อย ๆ ปรากฏขึ้น
การเผชิญกับภาวะสงครามหลายปีติดต่อกันทำให้ประชากรชายในสมัยราชวงศ์คังลดลง เพื่อกระตุ้นการเติบโตของประชากร ทางราชสำนักจึงประกาศให้บุรุษที่มีอายุครบสิบแปดปี และสตรีที่มีอายุครบสิบเจ็ดปี เข้าพิธีแต่งงาน มิเช่นนั้นจะต้องเสียภาษีเพิ่มขึ้นสามในสิบส่วน
การลดลงของประชากรชายทำให้แรงงานขาดแคลน การจัดเก็บภาษีในยุคนี้โหดเอาเรื่อง ทั้งยังมีโจรท้องถิ่นที่คอยขูดรีดเงินจำนวนมากกับชาวบ้าน ราษฎรทั่วไปจึงตกที่นั่งลำบาก แน่นอนว่า เก้าในสิบส่วนของประชากรไม่สามารถจ่ายภาษีนี้ได้
ตามข้อมูลทะเบียนราษฎร จินเฟิงเป็นช่างฝีมือ เขาจึงไม่ต้องรับราชการทหาร ทว่าภาษีที่ต้องจ่ายนั้นหนักกว่าภาษีของครอบครัวที่ทำการเกษตรหรือครอบครัวที่เป็นพรานป่า ซึ่งตัวจินเฟิงเองก็จ่ายภาษีเพิ่มจากเดิมสามส่วนไม่ไหวเช่นกัน
เมื่อถึงวัยแต่งงาน ศาลาว่าการจะเรียกเก็บภาษีในช่วงต้นปี และภายในปีนั้น ราษฎรที่ได้แต่งงานจะต้องส่งเรื่องแจ้งพวกเขา
ในซีเหอวาน จินเฟิงขึ้นชื่อเรื่องความเกียจคร้านและเอ้อระเหยลอยชาย ในอนาคตคงได้อดตายแน่ ๆ ใครมันจะบ้ายกลูกสาวให้มาแต่งงานกับเขา?
แต่ไม่เป็นไร ถึงแม้ในสมัยราชวงศ์คังจะไม่มีสิ่งใดน่าสนใจนัก ทว่าก็มีสตรีมากมายที่รอคอยการแต่งงาน
ช่วงสิ้นฤดูใบไม้ผลิและสิ้นฤดูใบไม้ร่วง ศาลาว่าการจะจัดขบวนส่งตัวเจ้าสาวสองครั้ง เพื่อส่งสตรีที่อายุถึงเกณฑ์แต่ยังไม่มีคู่ครองไปตามหมู่บ้านและเมืองต่าง ๆ ให้ฝ่ายชายเป็นฝ่ายเลือกเจ้าสาว
ไม่ว่าชายผู้นั้นจะแข้งขาพิการหรือมีดวงตามืดบอด ตราบใดที่เขาเลือก สตรีผู้โชคร้ายก็จะต้องแต่งงานและมีทายาทสืบสกุลต่อไป
“นี่คือภรรยาที่ออกโดยทางการงั้นเหรอ? หรือเสมียนแห่งต้าคังก็จะเดินทางข้ามเวลามาเช่นกัน สวัสดิการนี้ไม่เลวเลยจริง ๆ”
จินเฟิงเพิ่งเดินทางข้ามเวลามา ตอนนี้ยังไม่มีอะไรตกถึงท้องแม้แต่คำเดียว นี่เขาต้องออกไปดูตัวแล้วเหรอ เมื่อสถานการณ์เป็นเช่นนี้ จินเฟิงก็อดไม่ได้ที่จะบ่นในใจ
ขบวนส่งตัวเจ้าสาวอะไรนั่น เขาไม่ได้รอคอยเลยสักนิด
สตรีที่มาพร้อมกับขบวนส่งตัวเจ้าสาว ล้วนเป็นหญิงสาวที่มาจากหมู่บ้านต่าง ๆ ได้ยินมาว่าพวกนางคือกลุ่มสตรีที่เหลือตกค้าง พูดง่าย ๆ ก็คือเป็นคนที่ไม่ถูกเลือกนั่นแหละ ได้ยินแบบนี้ ก็พอจะเดาได้แล้วว่าเพราะอะไร
แต่ถึงอย่างนั้น ก็ต้องเลือกหนึ่งในพวกนางอยู่ดี
บุรุษมีสิทธิ์เลือก แต่ไม่มีสิทธิ์ไม่เลือก
กล่าวคือ ไม่ว่าวันนี้จะพอใจหรือไม่ก็ต้องหาหญิงสาวสักคนไปเป็นภรรยาให้ได้ ไม่เช่นนั้นจะโดนขูดรีดภาษีและถูกส่งตัวไปเสี่ยงตายในสนามรบ
จินเฟิงทำได้เพียงข่มความหิวของตนไว้และเดินไปที่ทางเข้าหมู่บ้าน
บริเวณประตูทางเข้าหมู่บ้าน มีชายหนุ่มสามคนยืนอยู่ คนหนึ่งหลังค่อม คนหนึ่งพิการขาเป๋ ส่วนอีกคนแขนขาแข็งแรงดี แต่มีใบหน้าชวนให้อนาถใจยิ่ง มองเพียงแวบเดียวก็รู้แล้วว่าอีกฝ่ายไม่ใช่คนดี
พวกเขาเหล่านั้นไม่ต่างอะไรกับจินเฟิง ล้วนเป็นคนที่ชาวบ้านไม่สบายใจที่จะยกบุตรสาวให้
“ดูสิ จินเฟิงก็มาที่นี่ด้วย ลิงยักษ์ทั้งสี่มารวมตัวกันแล้ว”
เมื่อเด็กคนหนึ่งเห็นจินเฟิงเดินมา เขาก็กระโดดขึ้นแล้วส่งเสียงเอะอะหลายครั้ง
“เลิกพูดจาเหลวไหลได้แล้ว!”
แม่ของเด็กคนนั้นรีบปิดปากบุตรชายของตนไว้ไม่ให้พูดพล่าม
ชายหนุ่มที่หลังค่อม ชายหนุ่มที่ขาเป๋ และชายหนุ่มที่เป็นอันธพาลชอบพูดจาแทะโลมสาวน้อยสาวใหญ่ รวมถึงจินเฟิงที่อวดดีแต่ไร้ความสามารถ ต่างก็ถูกเด็ก ๆ ในหมู่บ้านเรียกว่าลิงยักษ์ทั้งสี่
จินเฟิงเกลียดชื่อนี้และโกรธมากทุกครั้งที่ได้ยิน แต่วันนี้เขาเพียงแค่ส่งยิ้มให้เด็กเหล่านั้นและเดินเข้าไปรวมกับชายทั้งสาม
“พี่ชายแซ่จินมาแล้ว!”
ชายหลังค่อมและชายขาเป๋ทักทายเขาด้วยรอยยิ้ม
ส่วนชายอันธพาลกลับแค่นยิ้มเหยียดหยาม จากนั้นก็เขย่งเท้ามองไปยังหน้าทางเข้าหมู่บ้าน
“พี่ชายแซ่หลี่ พี่ชายแซ่จาง!”
จินเฟิงยิ้มตอบทั้งสองด้วยความนอบน้อม
“มาแล้ว มาแล้ว!”
ชายอันธพาลชี้ไปที่ทางเข้าหมู่บ้านแล้วตะโกนเสียงดัง
บนถนนเล็ก ๆ หน้าทางเข้าหมู่บ้าน มีกลุ่มคนที่ถือป้ายสีแดงกำลังเดินมาช้า ๆ
ขบวนนี้นำโดยนักการของศาลาว่าการจำนวนห้าคนและแม่สื่อในชุดสีแดงจัดจ้าน ตามมาด้วยหญิงสาวอีกยี่สิบกว่าชีวิต พวกนางแบกสิ่งของที่ห่อด้วยผ้าไว้ด้านหลัง
หัวหน้าหมู่บ้านพาคนไปต้อนรับเหล่านักการจากศาลาว่าการ ในขณะที่แม่สื่อสั่งให้หญิงสาวไปยืนตรงข้ามกับจินเฟิงและคนอื่น ๆ
การส่งตัวเจ้าสาวเป็นธรรมเนียมปฏิบัติมาหลายปีแล้ว บรรดาเจ้าสาวจึงไม่ได้มีความเขินอายใด ๆ พวกนางได้แต่มองไปรอบ ๆ อย่างอยากรู้อยากเห็น
ในขณะที่ด้านหลังของพวกนางแต่ละคนแบกสินเดิม*[2]เอาไว้ หากพวกนางได้รับเลือกก็จะปักหลักอยู่ที่นี่เลย
หมู่บ้านที่อยู่ตรงหน้าอาจเป็นบ้านในอนาคตของพวกนาง และผู้คนที่เฝ้าดูอยู่ก็อาจเป็นครอบครัวในอนาคตของพวกนางเช่นเดียวกัน…
“คงจะดีหากมีปุ่มให้กดเปิดปิดไฟอยู่ตรงหน้า”
จินเฟิงอดไม่ได้ที่จะนึกถึงรายการออกเดทที่มีชื่อเสียง
สตรีเหล่านี้ล้วนเป็นไปตามที่เขาคาดการณ์ มาตรฐานไม่สูงเกินไป
ส่วนใหญ่มีหน้าตาจืดชืด บ้างก็หมองคล้ำเนื่องจากการตรากตรำทำงานหนัก
ทว่ามีหญิงสาวคนหนึ่งที่สะดุดตาจินเฟิง
แม้ว่าเสื้อผ้าที่หญิงสาวผู้นี้สวมใส่จะดูโทรมกว่าคนอื่น ๆ แต่ใบหน้าของนางกลับดูอ่อนโยนและงดงามไม่น้อย ดวงตากลมโตคู่นั้นทำให้ผู้ที่พบเห็นอดสงสารและเอ็นดูไปพร้อม ๆ กันไม่ได้
จินเฟิงเคยเห็นคนสวยมามาก ในยุคอินเทอร์เน็ตเพียงแค่เปิดโทรศัพท์มือถือก็เจอกับนางงาม นางแบบได้ง่าย ๆ ไม่อยากจะเชื่อเลยว่า ความงามของสตรีที่เขาสนใจจะไม่ได้ด้อยไปกว่าคนดังเหล่านั้น ต่อให้นางจะไม่ได้แต่งหน้าก็เถอะ
“ความงามเช่นนี้น่าจะเป็นที่หมายปองของใครหลายคน แต่ทำไม่นางถึงไม่ถูกเลือกและมาปะปนอยู่ในขบวนส่งตัวเจ้าสาวกัน”
จินเฟิงไม่เข้าใจ
ชายหลังค่อมที่อยู่ข้าง ๆ สังเกตเห็นว่าจินเฟิงจ้องมองหญิงสาวในชุดสีฟ้า เขาจึงเอนตัวไปกระซิบ “พี่ชายแซ่จิน เหตุใดเจ้าถึงเอาแต่จ้องกวานเสี่ยวโหรวตลอดเวลาล่ะ?”
จินเฟิงไม่ตอบคำถามของเขา แต่ย้อนถามว่า “เจ้ารู้จักนางหรือ?”
“เจ้าไม่รู้หรือ?”
หลี่สือโถวตกตะลึง
จากนั้นเขาก็จำได้ว่า จินเฟิงถือว่าตัวเองเป็นบัณฑิตมาโดยตลอด เขาหยิ่งในศักดิ์ศรีและไม่เคยมาเข้าร่วมขบวนส่งตัวเจ้าสาวเลยสักครั้ง
“นางเป็นหญิงจากหมู่บ้านกวานเจียวาน เป็นเพียงสินค้าขาดทุน”
หลี่สือโถวเตือนด้วยเสียงต่ำ
อ้างอิงจาก: Aileen
สิบเลขขายดี สลากตัวเลขสามหลัก N3 งวด 17/1/69
90% คนส่วนใหญ่ไม่รู้ว่า สามารถทำความสะอาดไมโครเวฟ ได้ด้วยมะนาวเพียงลูกเดียว
อำเภอในประเทศไทย ที่มีประชากรมากกว่าอำเภอเมืองของจังหวัดตัวเอง
ด่วน! เครนทางยกระดับพระราม 2 ถล่มทับรถเช้าวันนี้
แรงงานเขมร 30 คน แฉ เขมรประสบกับปัญหาเศรษฐกิจสุดย่ำแย่ประชาชนไม่มีงาน ราคาสินค้าแพง ยอมทิ้งบ้านเกิดเข้ามาหางานในประเทศไทย สุดท้ายเจ้าหน้าที่รวบตัวดำเนินคดีตามกฎหมาย
ธนาคารสัญชาติไทย ที่ทำกำไรได้มากที่สุดเป็นอันดับหนึ่ง
10 เลขฮิต "OK ล็อตเตอรี่" งวดวันที่ 17 มกราคม 69..ส่องก่อน รวยก่อน!!
ลือหึงฝรั่งเศสเจอเอกสารลับ ช่วยไทยทวงคืนเขาพระวิหาร
ห้างสรรพสินค้าในประเทศไทย ที่สวยงามและหรูหรามากที่สุด
คนทั้งหมู่บ้านกลายเป็นศัตรูกัน หลังจากที่ทุกคนถูกลอตเตอรี่รางวัลใหญ่
เลขเด็ดจาก AI งวดวันที่ 17 มกราคม 2569..สถิติเด็ดหวยแม่น เสาร์นี้รวย!!
กรีนแลนด์ประกาศว่า "เราเลือกเดนมาร์ก ไม่ได้เลือกอเมริกา"
แผ่นดินไหวผ่านไป แต่เวียนหัวไม่หาย? ลอง 5 วิธีนี้ช่วยบรรเทาอาการ
รองนายกเขมรเผย "เราไม่สามารถพึ่งพาจีนแต่เพียงฝ่ายเดียวได้!"
ประเทศที่ส่งออกข้าวมากที่สุด อันดับที่หนึ่งของโลกในปัจจุบัน
เสริมดวงให้เฮง ให้ปัง ตรงจริต ด้วยการทำบุญตามวันเกิด
ด่วน! เครนทางยกระดับพระราม 2 ถล่มทับรถเช้าวันนี้
"แกงปลาค้อโหลงเส่อผักขี้ขม" ความหอมกรุ่นที่แสนกลมกล่อมและอร่อยเหนียวแน่น
"ของหวานและของคาว" เข้ากันได้อย่างลงตัวจิ้มและสร้างความสุขในการทานอาหาร
ความเชื่อและสีสันของ "ความเชื่อของเจ้าเต่าหลังตุง" สีสันของบ้านที่ทรงคุณค่า
"เข้าตู้อบสมุนไพร" สร้างภูมิต้านทานอากาศหนาวด้วยไอร้อน