วอลรัสหนักตันครึ่งลากนักท่องเที่ยวดับต่อหน้า โศกนาฏกรรมสวนสัตว์จีนที่โลกไม่ลืม
สวัสดีครับทุกคน วันนี้ผมมีเรื่องราวสุดพีคที่ทั้งสะเทือนใจ ทั้งน่าตื่นเต้น และทั้งน่าติดตามมาเล่าให้ฟังครับ เป็นเหตุการณ์จริงที่เกิดขึ้นในปี 2016 ที่ประเทศจีน เรื่องของนักท่องเที่ยวชายคนหนึ่งที่เพียงแค่ยกกล้องขึ้นมาเซลฟี่กับสัตว์ยักษ์อย่าง “วอลรัส” แต่กลับกลายเป็นภาพสุดท้ายในชีวิตของเขา และยังพ巻ไปถึงชีวิตของผู้ดูแลสวนสัตว์ที่พยายามช่วยเหลือด้วย
เช้าที่ดูเหมือนธรรมดา
เสียงชัตเตอร์ดังขึ้นภายในสวนสัตว์เยซานโข่ว มณฑลซานตง ประเทศจีน นักท่องเที่ยวชายคนหนึ่งชื่อ เจีย ยืนอยู่ห่างจากวอลรัสร่างมหึมาหนักกว่า 1.5 ตันไม่ถึงหนึ่งเมตร เขาหันกล้องเข้าหาตัวเอง พร้อมพูดด้วยน้ำเสียงตื่นตา...
“ดูวอลรัสสิ แข็งแรงและตัวใหญ่มาก”
เจียเดินทางมายังซานตงเพื่อทำงานด้านวิศวกรรม และในช่วงเวลาว่างสั้น ๆ เขาเลือกแวะเที่ยวสวนสัตว์ท้องถิ่นเหมือนนักท่องเที่ยวทั่วไป
ภาพสุดท้ายที่ถูกอัปโหลด
ระหว่างเยี่ยมชม เขาถ่ายภาพ ถ่ายวิดีโอ และเซลฟี่กับสัตว์หลายชนิด ก่อนจะโพสต์ลงโซเชียลอยู่เรื่อย ๆ
ไม่มีใครรู้เลยว่า ภาพสุดท้ายที่ถูกอัปโหลด คือภาพของเขากับวอลรัสตัวนั้น...
วินาทีแห่งโศกนาฏกรรม
พยานในสวนสัตว์เล่าว่า ขณะเจียกำลังยืนถ่ายเซลฟี่ วอลรัสได้เคลื่อนตัวเข้ามาด้านหลัง ก่อนจะใช้ปากงับร่างของเขาแล้วลากลงไปในสระน้ำต่อหน้าต่อตาทุกคน
เจียพยายามดิ้นรนสุดแรง แต่ไม่สามารถหลุดพ้นจากแรงดึงของสัตว์ร่างยักษ์นั้นได้
ภายในไม่กี่วินาที ผู้ดูแลสวนสัตว์ ที่ผูกพันกับวอลรัสตัวนี้มานานกว่าสิบปี กระโดดลงน้ำเพื่อช่วยเหลือ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกลับเลวร้ายยิ่งกว่าเดิม วอลรัสว่ายเข้าหาเขา ก่อนจะกดร่างไว้ใต้น้ำเช่นเดียวกัน
ท้ายที่สุด ชีวิตของทั้งนักท่องเที่ยวและผู้ดูแลสวนสัตว์ดับลงในสระเดียวกัน...
วอลรัสอาจไม่ได้ตั้งใจ
เจ้าหน้าที่ตั้งข้อสันนิษฐานว่า วอลรัสอาจไม่ได้มีเจตนาทำร้าย แต่มันอาจคิดว่ากำลัง “เล่น” กับมนุษย์ทั้งสอง ทว่าในการเล่นครั้งนั้น มีสองชีวิตที่สูญเสียไป
ข่าวโศกนาฏกรรมครั้งนี้กลายเป็นพาดหัวใหญ่ไปทั่วสื่อจีนในปี 2016
เสียงจากเพื่อนสนิท
เพื่อนสนิทของเจีย กล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า...
“เจียไม่ได้พลัดตกลงไปเอง แต่ถูกสัตว์ลากลงไป สัตว์ป่าตัวยักษ์ไม่สามารถคาดเดาได้ ต่อให้มันจะดูเชื่องเพียงใดก็ตาม”
เขายังกล่าวโทษสวนสัตว์ว่าไม่สามารถป้องกันอุบัติเหตุครั้งนี้ได้ และควรต้องรับผิดชอบอย่างเต็มที่
การชดเชยที่ไม่เท่ากัน
ต่อมา สวนสัตว์ได้จ่ายเงินชดเชยให้ครอบครัวของเจียเป็นจำนวน 900,000 หยวน แต่ไม่มีรายงานแน่ชัดว่า ครอบครัวของเจ้าหน้าที่ผู้เสียสละรายนั้นได้รับการชดเชยอย่างไร
ผมว่าเรื่องนี้มันโคตรพีคตรงที่...
-
หนึ่งคือ...การเซลฟี่ที่ดูเหมือนธรรมดา กลายเป็นวินาทีสุดท้ายของชีวิต
-
สองคือ...สัตว์ป่าตัวยักษ์ แม้จะดูเชื่อง แต่ก็ไม่สามารถคาดเดาพฤติกรรมได้
-
สามคือ...การเสียสละของผู้ดูแลสวนสัตว์ที่กระโดดลงไปช่วย กลับต้องแลกด้วยชีวิต
เรื่องของเจียและผู้ดูแลสวนสัตว์ เป็นเครื่องเตือนใจว่า “สัตว์ป่าไม่ใช่ของเล่น” ต่อให้มันจะถูกเลี้ยงดูมานานแค่ไหน แต่สัญชาตญาณและพละกำลังมหาศาลของมันก็ยังคงอยู่
สุดท้ายนี้... โศกนาฏกรรมครั้งนี้ไม่ได้เพียงแค่พรากสองชีวิต แต่ยังย้ำเตือนเราว่า การเข้าใกล้สัตว์ป่าโดยไม่ระวัง อาจนำไปสู่เหตุการณ์ที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น ไว้เจอกันใหม่กระทู้หน้าครับ
รหัสเลขเด่น "ล๊อตเตอรี่ชี้โขค" 16 สิงหาคม 2569
ทำไมคนฉลาดก็ยังเลิกบุหรี่ไม่ได้ง่ายแม้รู้ผลเสียครบทุกอย่าง
10 โรงเรียนที่ขึ้นชื่อว่าสอบเข้ายากที่สุด
เซฟด่วน! 30 AI สายฟรีตลอดชีวิต เจนวิดีโอไม่จำกัด-แต่งรูป-ลบวัตถุเนียนกริบ ไม่ต้องจ่ายรายเดือน
ทำไมคนฉลาดบางคนถึงลองสารเสพติดทั้งที่รู้ความเสี่ยงดี
จังหวัดที่มีร้านเซเว่นอีเลฟเว่น จำนวนมากกว่า 500 สาขา
108 ท่าบนเตียง มีอะไรบ้าง Sex position ท่าเด็ดบนเตียง
ทำไมสมองถึงอยากเริ่มเปลี่ยนตัวเองในวันจันทร์ วันที่ 1 หรือปีใหม่ ทั้งที่เริ่มวันนี้ก็ได้
ผงซักฟอกยี่ห้อแรกในไทย อาจไม่ใช่ 'แฟ้บอย่างที่หลายคนเข้าใจ”
เลขเล็ก ๆ ที่เราไม่เคยสนใจ อาจไม่ได้เป็นแค่เลขธรรมดา
จากปลากัดบ้านๆ สู่ตลาดโลก ปลาตัวเล็กที่สร้างรายได้ให้ไทย หลายร้อยล้าน
ประเทศอันดับ 1 ของโลก ที่ซื้อบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปจากไทยมากที่สุด
ประเทศที่กินไก่จากไทยมากที่สุด อันดับที่ 1 ของโลก
สังเกตใครอิจฉาคุณอยู่
เซฟด่วน! 30 AI สายฟรีตลอดชีวิต เจนวิดีโอไม่จำกัด-แต่งรูป-ลบวัตถุเนียนกริบ ไม่ต้องจ่ายรายเดือน
ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว" หรือ "ทำดีได้ชั่ว ทำชั่วได้ดี"กันแน่? เจาะลึกความจริงในสังคมที่คนตั้งคำถามกันทั้งประเทศ!
สินค้าไทยที่ครองตลาดญี่ปุ่นแบบคนไทยคาดไม่ถึง