เหนื่อยง่ายผิดปกติ อย่านิ่งนอนใจ รวมสาเหตุและวิธีรักษา
รู้เท่าทันอาการเหนื่อยง่าย หายใจไม่เต็มปอด อาจเป็นสัญญาณเตือนโรคที่ไม่ควรปล่อยไว้ บทความนี้จะพาคุณรู้จักสาเหตุ วิธีวินิจฉัย และแนวทางรักษาแบบเข้าใจง่าย
เคยรู้สึกเหนื่อยง่ายกว่าปกติไหม? แค่เดินขึ้นบันไดไม่กี่ขั้นก็หอบ หรือเพียงแค่พูดไม่นานก็รู้สึกหายใจไม่ทัน อาการแบบนี้อาจดูธรรมดาในช่วงที่พักผ่อนน้อยหรือออกกำลังกายหนัก แต่หากเกิดบ่อยครั้งโดยไม่มีสาเหตุที่ชัดเจนก็ไม่ควรมองข้ามเพราะเหนื่อยง่ายอาจเป็นสัญญาณเตือนปัญหาสุขภาพ
อาการเหนื่อยง่ายไม่เพียงแค่สร้างความรำคาญ แต่ยังส่งผลกระทบต่อชีวิตในระยะยาว ผู้ที่เหนื่อยง่ายอาจทำกิจกรรมประจำวันได้น้อยลง รู้สึกอ่อนเพลียอยู่ตลอดเวลา จนทำให้เกิดความเครียดหรือวิตกกังวลโดยไม่รู้ตัว มาทำความเข้าใจอาการนี้กันให้ลึกขึ้นว่าเกิดจากอะไรและมีวิธีรับมืออย่างไรบ้าง
อาการเหนื่อยง่ายเป็นอย่างไร?
อาการเหนื่อยง่ายเป็นภาวะที่หลายคนอาจเคยประสบ โดยเฉพาะในช่วงที่ร่างกายอ่อนเพลีย หรือใช้กำลังออกแรงมากเกินไป แต่ถ้าอาการนี้เกิดขึ้นเป็นประจำ เกิดขึ้นแม้แต่ในขณะที่พักหรือทำกิจกรรมเพียงเล็กน้อย อาจเป็นสัญญาณเตือนของปัญหาสุขภาพที่ไม่ควรมองข้าม
อาการเหนื่อยง่ายไม่ได้จำกัดอยู่แค่ความรู้สึกอ่อนล้าเท่านั้น แต่อาจมาพร้อมกับความผิดปกติอื่น ๆ ที่แสดงถึงภาวะผิดสมดุลในระบบต่าง ๆ ของร่างกาย เช่น ระบบไหลเวียนโลหิต ระบบหายใจ
ลักษณะของอาการเหนื่อยง่าย
- รู้สึกหมดแรงเร็วกว่าปกติแม้ทำกิจกรรมเบา ๆ เช่น เดินขึ้นบันได ขึ้นทางลาด หรือเดินระยะสั้น
- หายใจเร็วหรือหอบเหนื่อยขณะทำกิจกรรม โดยที่รู้สึกเหนื่อยกว่าเมื่อก่อนมากแม้จะเป็นกิจกรรมเล็ก ๆ น้อย ๆ เช่น ทำงานบ้าน ยกของเบา ๆ
- รู้สึกว่าหายใจไม่เต็มปอดหรือหายใจลำบากแม้อยู่ในสภาพแวดล้อมปกติ หรืออาจมีอาการหายใจไม่ทั่วท้อง
- หัวใจเต้นเร็วหรือรู้สึกเหมือนหัวใจเต้นแรงขณะพักหรือออกแรงเพียงเล็กน้อย
- อ่อนล้าเรื้อรัง ตื่นนอนแล้วไม่สดชื่น พักผ่อนแล้วไม่หายเหนื่อย
- มีอาการเวียนศีรษะ หน้ามืด หรือเป็นลมง่าย เมื่อยืนขึ้นหรือเดิน
- พูดแล้วเหนื่อย หายใจไม่ทัน ซึ่งเป็นอาการที่พบได้ในผู้ป่วยที่มีปัญหาเกี่ยวกับระบบหายใจหรือหัวใจ
อาการเหนื่อยง่ายเกิดจากอะไร?
อาการเหนื่อยง่ายเกิดจากอะไร? สาเหตุหลักแบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่ม คือ สาเหตุที่เกี่ยวข้องกับโรค และสาเหตุที่ไม่เกี่ยวข้องกับโรค
สาเหตุจากโรค
เหนื่อยง่ายเป็นโรคอะไร? อาการเหนื่อยง่ายที่เกิดขึ้นโดยไม่มีเหตุชัดเจนและเกิดซ้ำบ่อยครั้ง อาจเป็นสัญญาณของโรคหรือความผิดปกติในระบบต่าง ๆ ของร่างกาย โดยโรคที่พบบ่อยว่ามีความสัมพันธ์กับอาการเหนื่อยง่าย ได้แก่
- โรคหัวใจ
โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ กล้ามเนื้อหัวใจอ่อนแรง หรือภาวะหัวใจล้มเหลว ทำให้หัวใจไม่สามารถสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงร่างกายได้อย่างเพียงพอ ส่งผลให้รู้สึกเหนื่อยง่าย โดยเฉพาะเวลาออกแรงหรือแม้แต่ทำกิจกรรมเบา ๆ เช่น เดินขึ้นบันได นอกจากนี้ ผู้ป่วยอาจมีอาการแน่นหน้าอก หายใจไม่อิ่ม หรือหัวใจเต้นเร็วร่วมด้วย - โรคปอดและระบบทางเดินหายใจ
ภาวะปอดอุดกั้นเรื้อรัง (COPD) หอบหืด ถุงลมโป่งพอง หรือโรคปอดบวม เป็นกลุ่มโรคที่ทำให้การแลกเปลี่ยนออกซิเจนในร่างกายลดลง ส่งผลให้เกิดอาการหายใจเหนื่อย เหนื่อยง่าย โดยเฉพาะเมื่อทำกิจกรรม หรืออยู่ในที่อากาศถ่ายเทไม่สะดวก - ภาวะโลหิตจาง
เมื่อระดับเม็ดเลือดแดงหรือลำเลียงออกซิเจนลดลง ร่างกายจะได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอ ทำให้เกิดอาการเหนื่อยง่าย หน้ามืด เวียนศีรษะ ใจสั่น หรือซีด โดยเฉพาะในผู้หญิงที่มีประจำเดือนมาก หรือคนที่มีปัญหาเรื่องการดูดซึมธาตุเหล็ก - โรคไทรอยด์
ทั้งภาวะไทรอยด์ทำงานมากเกินไป (ไฮเปอร์ไทรอยด์) และน้อยเกินไป (ไฮโปไทรอยด์) ต่างส่งผลต่อการเผาผลาญของร่างกาย ทำให้เหนื่อยง่ายโดยไม่มีสาเหตุ น้ำหนักเปลี่ยนแปลงผิดปกติ เหงื่อออกมาก หรือนอนไม่หลับร่วมด้วย - โรคเบาหวาน
การควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดไม่ดี ปล่อยให้ระดับน้ำตาลสูงหรือต่ำเกินไป จะส่งผลให้พลังงานในเซลล์ลดลง ทำให้รู้สึกอ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย แม้ว่าจะไม่ได้ออกแรงมาก - โรคไตเรื้อรังและโรคตับ
เมื่ออวัยวะเหล่านี้ทำงานผิดปกติ จะส่งผลต่อกระบวนการขจัดของเสียหรือสร้างพลังงาน ทำให้ร่างกายรู้สึกอ่อนเพลีย สะสมสารพิษ และเกิดภาวะโลหิตจางร่วมด้วย - โรคระบบประสาทและกล้ามเนื้อ
เช่น โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง (Myasthenia Gravis) โรคปลายประสาทอักเสบ โรค ALS เป็นต้น ส่งผลให้ร่างกายตอบสนองต่อการออกแรงช้าลง กล้ามเนื้ออ่อนล้าและเกิดอาการเหนื่อยง่ายเมื่อเคลื่อนไหว
สาเหตุที่ไม่ได้มาจากโรค
อาการเหนื่อยง่ายไม่ได้เกิดจากโรคหรือความผิดปกติทางกายภาพเพียงเท่านั้น บางครั้งสาเหตุอาจเกี่ยวข้องกับพฤติกรรม ความเครียด หรือไลฟ์สไตล์ที่ส่งผลให้ร่างกายทำงานผิดปกติชั่วคราว เช่น
- ความเครียดและภาวะวิตกกังวล
ความเครียดเรื้อรัง หรือความกังวลใจมากเกินไปส่งผลต่อระบบประสาทอัตโนมัติ ทำให้หัวใจเต้นเร็ว หายใจถี่ รู้สึกเหนื่อยง่ายแม้ไม่ได้ใช้แรง และอาจมีอาการหายใจไม่ทั่วท้อง เหนื่อยง่ายหรือหายใจไม่เต็มปอด - พักผ่อนไม่เพียงพอ
การนอนหลับไม่สนิท พักผ่อนน้อย หรือนอนผิดเวลาเป็นประจำ ทำให้ร่างกายฟื้นฟูได้ไม่เต็มที่ เกิดความเหนื่อยล้าเรื้อรัง ซึ่งอาจพัฒนาเป็นภาวะนอนไม่หลับเรื้อรังและอาการอ่อนเพลียต่อเนื่อง - ขาดสารอาหารหรือพลังงาน
การกินอาหารไม่ครบ 5 หมู่ การอดอาหารเพื่อลดน้ำหนัก หรือรับประทานอาหารที่ไม่มีคุณค่าทางโภชนาการ จะทำให้ร่างกายขาดพลังงานและสารอาหารสำคัญ เช่น โปรตีน ธาตุเหล็ก วิตามินบี ซึ่งจำเป็นต่อการสร้างพลังงาน ส่งผลให้รู้สึกเหนื่อยง่ายในระหว่างวัน - ภาวะขาดน้ำ
เมื่อร่างกายขาดน้ำ เลือดจะไหลเวียนช้าลง ระบบต่าง ๆ ทำงานได้ไม่เต็มที่ ทำให้รู้สึกอ่อนเพลียและเหนื่อยง่ายโดยไม่รู้ตัว โดยเฉพาะในวันที่อากาศร้อนหรือออกกำลังกายโดยไม่ได้ดื่มน้ำเพียงพอ - ออกกำลังกายน้อย หรือร่างกายไม่แข็งแรง
กล้ามเนื้อหัวใจและปอดที่ไม่แข็งแรง ส่งผลให้ร่างกายต้องใช้แรงมากขึ้นในกิจกรรมประจำวัน ทำให้เหนื่อยง่ายแม้กับกิจกรรมเล็ก ๆ เช่น การเดิน หรือขึ้นบันได
การวินิจฉัยอาการเหนื่อยง่าย
การวินิจฉัยสาเหตุของอาการเหนื่อยง่ายจำเป็นต้องพิจารณาร่วมกับอาการแวดล้อมและตรวจร่างกายอย่างละเอียด โดยแพทย์อาจเริ่มต้นจากการสอบถามประวัติทางการแพทย์และตรวจร่างกายเบื้องต้น จากนั้นอาจมีการตรวจเพิ่มเติม เช่น
- การตรวจเลือด เพื่อตรวจดูภาวะโลหิตจาง หรือฮอร์โมน
- เอกซเรย์ปอด / ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (ECG) เพื่อดูการทำงานของหัวใจและปอด
- การทดสอบสมรรถภาพปอด เพื่อดูว่าการแลกเปลี่ยนออกซิเจนเป็นปกติหรือไม่
- ตรวจคลื่นเสียงหัวใจ (Echocardiogram) ในกรณีสงสัยภาวะหัวใจล้มเหลว
หากตรวจแล้วไม่พบความผิดปกติจากโรค แพทย์อาจแนะนำแนวทางปรับพฤติกรรมหรือการดูแลสุขภาพในภาพรวมแทน
วิธีรักษาอาการเหนื่อยง่าย
การรักษาอาการเหนื่อยง่ายขึ้นอยู่กับสาเหตุ หากเกิดจากโรคใดโรคหนึ่งก็จำเป็นต้องรักษาโรคนั้น ๆ อย่างไรก็ตาม มีววิธีแก้อาการเหนื่อยง่ายและแนวทางทั่วไปที่ช่วยลดอาการเหนื่อยง่ายได้ดังนี้
- ปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิต เช่น นอนหลับให้เพียงพอ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ หลีกเลี่ยงความเครียด
- ออกกำลังกายเป็นประจำ อย่างน้อย 30 นาทีต่อวัน 3-5 วันต่อสัปดาห์ เพื่อเสริมสร้างความแข็งแรงของหัวใจและปอด
- พักผ่อนระหว่างวัน ให้ร่างกายมีเวลาฟื้นตัว โดยเฉพาะคนที่ทำงานหนัก
- เฝ้าระวังโรคประจำตัว เช่น ความดัน เบาหวาน หรือไทรอยด์ ให้ได้ตามคำแนะนำของแพทย์
- ฝึกหายใจลึก ๆ เช่น การฝึกหายใจแบบใช้กะบังลมหรือฝึกสมาธิเพื่อคลายเครียด
ในกรณีที่มีอาการหายใจไม่เต็มปอด เหนื่อย หรือหัวใจเต้นเร็ว เหนื่อยง่าย หายใจไม่อิ่มอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน ควรรีบพบแพทย์เพื่อประเมินอาการโดยละเอียด ลดโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนจากการรักษาที่ล่าช้า
เหนื่อยง่าย อาการที่ไม่ควรมองข้าม
แม้อาการเหนื่อยง่ายจะดูเป็นสิ่งเล็กน้อยที่หลายคนอาจมองข้าม แต่แท้จริงแล้วอาจสะท้อนถึงปัญหาสุขภาพที่ซ่อนอยู่ การรู้จักสังเกตอาการของตนเองและใส่ใจสัญญาณเล็ก ๆ ของร่างกาย จะช่วยให้สามารถเข้ารับการวินิจฉัยและรักษาได้ทันท่วงที ควรปรึกษาแพทย์ทันทีหากรู้สึกว่าอาการเหนื่อยง่ายรบกวนชีวิตประจำวัน อย่าปล่อยให้อาการเหนื่อยง่ายกลายเป็นเรื่องปกติ เพราะสุขภาพที่ดีเริ่มต้นจากความใส่ใจเล็ก ๆ น้อย ๆ
มหาวิทยาลัยที่ใหญ่และดีที่สุด อันดับหนึ่งในประเทศกัมพูชา
เซียนหวยแห่จับตามอง AI วิเคราะห์หวยน่าจะออกรางวัลงวด 17 มกราคม 2569
ผู้ชายไทยเพียง 4 คนเท่านั้น ที่ได้ตำแหน่งเป็นแชมป์โอลิมปิก
3 สกุลเงินที่แข็งแกร่งที่สุด มั่นคงและน่าเชื่อถือมากที่สุดในโลก
ห้ามใช้น้ำส้มสายชู ทำความสะอาดสิ่งของ 5 อย่างนี้ในบ้านเด็ดขาด!!
แปลปกสลาก งวด 17 มกราคม 2569 วิเคราะห์ภาพปริศนาเพื่อหาเลขเด็ด หลังจากงวดก่อนแจกโชคใหญ่ 2 ตัวท้าย
เผยงานวิจัยล่าสุด! "โลก" กำลังถูก "ดวงจันทร์" ดูดชั้นบรรยากาศ..เพื่อสร้างอาณานิคมใหม่นอกโลก
หนังไทยเพียงเรื่องเดียว ที่มีบันทึกว่าทำเงินได้มากกว่า 500 ล้านบาท
วิธีซักถุงเท้าให้ขาวสะอาด: ควรซักด้านนอกหรือกลับด้าน? ผู้เชี่ยวชาญญี่ปุ่นมีคำตอบ
เตือนภัยสายป๊อป! มิจฉาชีพหัวใสใช้ "ละครสั้นแนวตั้ง" ล่อซื้อ ลวงให้กดลิงก์ดูดเงิน
ระทึก! เพลิงไหม้อาคารพาณิชย์กลางตลาดมีนบุรี จนท. รุดคุมสถานการณ์ได้ทันก่อนลุกลาม
นักแสดงชื่อดังชาวไทย ที่มีผลงานการแสดงที่โด่งดังระดับโลก





