เขมรเปิดศึกเวทีโลก ไทยสวนกลับทันควันกลาง UN อย่าการ์ดตก พวกเขาเล่นทุกเวที
วันนี้ผมมีเรื่องราวดุเดือดจากเวทีระดับโลกมาเล่าให้ฟังครับ เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสด ๆ ร้อน ๆ เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2568 ที่ผ่านมา ในการประชุมคณะกรรมการบริหารโครงการข้าหลวงใหญ่แห่งสหประชาชาติ หรือที่เรียกกันว่า ExCom ซึ่งปกติแล้วจะเป็นเวทีพูดคุยเรื่องผู้ลี้ภัยและมนุษยธรรม ไม่ใช่เวทีการเมือง
แต่แล้ว... “นายดารา อิน” ผู้แทนถาวรของกัมพูชาประจำสหประชาชาติ ณ กรุงเจนีวา ก็ลุกขึ้นกล่าวปราศรัยโจมตีประเทศไทยแบบจัดเต็ม!
เขาอ้างว่าไทย “บุกรุกด้วยอาวุธ” ทำให้พลเรือนกัมพูชาต้องพลัดถิ่น บ้านเรือน วัด เจดีย์ ถูกทำลาย ชุมชนที่เคยสงบสุขถูกปิดปาก แถมยังกล่าวหาว่าไทย “ขับไล่ครอบครัวชาวกัมพูชาจำนวนมาก” ที่อยู่ภายใต้การปกครองของกัมพูชามานานหลายชั่วอายุคน
ยังไม่พอครับ... เขายังโยงไปถึง “ทหารกัมพูชา 18 นาย” ที่ไทยควบคุมไว้ กล่าวหาว่าไทยละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ และเรียกร้องให้ประเทศสมาชิก UN “ลงมือจริง” เพื่อปกป้องกฎหมายสากล
ฟังแล้วต้องบอกว่า...แรงมาก!
แต่ไทยเราไม่ปล่อยให้เรื่องเงียบครับ “นางสาวปรารถนา ดิษยทัต” รองผู้แทนถาวรไทยประจำสหประชาชาติ ณ นครเจนีวา ลุกขึ้นสวนกลับทันทีแบบไม่ต้องรอให้ใครอนุญาต
เธอเปิดด้วยประโยคเด็ด “เวทีพหุภาคีเช่นนี้ไม่ควรถูกใช้เพื่อเผยแพร่ข้อมูลเท็จและข้อกล่าวหาที่ปราศจากมูล เพื่อผลประโยชน์ทางการเมือง”
จากนั้นก็แจกแจงชัดเจนว่า หมู่บ้านที่กัมพูชาอ้างถึงนั้น “ตั้งอยู่ในดินแดนไทย” และเป็นผลจากการที่ไทย “เปิดพรมแดน” ให้ชาวกัมพูชาหลายแสนคนเข้ามาพักพิง ในช่วงสงครามกลางเมืองปลายทศวรรษ 1970 โดยผ่านการคัดกรองจาก UNHCR เพื่อรอการตั้งถิ่นฐานใหม่
แต่หลังจากสงครามสิ้นสุดลง ชาวกัมพูชาบางส่วนยังคงอยู่ และขยายการตั้งถิ่นฐานออกไป ไทยเคยประท้วงหลายครั้ง แต่กัมพูชาไม่เคยตอบสนอง แถมล่าสุดยัง “กระตุ้นให้ประชาชน รวมถึงเด็ก สตรี และพระภิกษุ” เดินทางเข้ามาในพื้นที่เพื่อ “ยั่วยุ” ไทยโดยตรง
นี่คือการละเมิดอธิปไตยไทยอย่างร้ายแรง และเป็นการผิดข้อตกลงทวิภาคีที่มีอยู่
ส่วนเรื่องทหาร 18 นาย ไทยชี้แจงว่า “ถูกจับระหว่างการสู้รบที่กัมพูชาเริ่มก่อน” และได้รับการดูแลตามหลักมนุษยธรรม ICRC เข้าถึงได้ตลอด และสามารถติดต่อกับครอบครัวได้ การคุมขังไม่ใช่การลงโทษ แต่เป็นการป้องกันไม่ให้กลับไปสู้รบอีก จะปล่อยตัวเมื่อสถานการณ์สงบ
แต่กัมพูชายัง “ปลุกปั่น” และ “ละเมิดข้อตกลงหยุดยิง” พยายามทำให้เรื่องนี้กลายเป็นประเด็นระดับโลก แทนที่จะใช้กลไกทวิภาคีที่ตกลงกันไว้
ไทยจึงขอให้ “หลักฐานของความจริงใจจากกัมพูชา” เป็นกุญแจสำคัญในการหารือเพิ่มเติมในอนาคต
พูดง่าย ๆ คือ... ไทยไม่ยอมให้ใครมาเล่นการเมืองบนเวทีมนุษยธรรม และพร้อมตอบโต้ทุกข้อกล่าวหาแบบตรงไปตรงมา
ผมว่าเรื่องนี้ให้ข้อคิดหลายอย่างเลยครับ หนึ่งคือ...เวทีโลกไม่ใช่ที่ให้ใครมาปั่นข้อมูล สองคือ...ไทยต้องพร้อมตอบโต้ทุกเวที อย่าการ์ดตก สามคือ...ความจริงใจในการเจรจา ต้องมีทั้งสองฝ่าย ไม่ใช่แค่พูดสวย ๆ แล้วโยนความผิดให้คนอื่น
สุดท้ายนี้...ขอชื่นชมทีมไทยที่ตอบกลับได้อย่างเฉียบขาด และขอเตือนว่า กัมพูชาวางแผนจะเล่นงานเราในทุกวงประชุมระดับนานาชาติ อย่าประมาท อย่าการ์ดตก และอย่าปล่อยให้ใครเอาเวทีโลกมาโจมตีเราโดยไม่มีหลักฐาน ไว้เจอกันใหม่กระทู้หน้าครับ
10นามสกุลที่นำมาใช้จากชื่ออำเภอมากที่สุด
ชื่อจริงคนไทยซ้ำมากแค่ไหน สมชายยังนำอันดับ 1 เกือบ 5 แสนคน
ราคาทอง 30 เม.ย. 69 พุ่งแรง คนถือทองเช็กจังหวะก่อนขาย
😁 ชวนเข้ามาดูเคล็ดลับในครัวง่าย ๆ ที่คนส่วนน้อยรู้ ซึ่งมีประโยชน์อย่างเหลือเชื่อ 😉
ทำไมคนเกาหลี-ญี่ปุ่น-จีน แทบไม่มีกลิ่นตัว คำตอบอยู่ที่ยีน ABCC11
ชุมชนคนไทยในเมืองนอก ที่มีขนาดใหญ่และมีคนไทยอยู่มากที่สุด
7 ข้อผิดพลาดในการใช้แอร์ที่ทำให้ค่าไฟสูงกว่าที่ควร
ประเทศยอดฮิตอันดับ 1 ที่คนไทยนิยมไปมากที่สุดในโลก
ประเทศที่นอนน้อยที่สุด
สายเชีย วงศ์วิโรจน์ ชี้แจงเอง ไม่ใช่เจ้าของหาดทรายขาว
4 วิธีถูพื้นบ้านหอมทั่วอย่างยาวนาน
รถคอกหมูรถที่กำลังสูญหายจากประเทศไทย
ประเทศที่แบนราบที่สุด พื้นที่อยู่ต่ำติดน้ำทะลมากที่สุดในโลก
10นามสกุลที่นำมาใช้จากชื่ออำเภอมากที่สุด



