หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Team Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาลงข่าวประชาสัมพันธ์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

“คลั่งขาว” ด้านมืดในประวัติศาสตร์ความงามที่แลกมาด้วยชีวิต

เนื้อหาโดย ดร กิฟท์นางมารพยากรณ์

        ความงามเป็นของคู่กันกับหญิงสาว ไม่ว่าจะเป็นการแต่งเติม เสริมสวย เสื้อผ้าหน้าผม การแต่งหน้า ให้ได้มาด้วยความงามเสน่ห์เย้ายวนในกับเพศตรงข้าม อย่างไรก็ตามคุณ รู้หรือไม่ว่า ในสมัยโบราณนั้น การแต่งหน้าที่สวยงามของผู้หญิงนั้น แฝงไว้ด้วยสารพิษ นาม “สารตะกั่ว”  เพราะในยุคเรอแนซ็องส์ คำว่า “งาม” “สวย” จะต้องเป็นสตรีที่มีผิวซีดเผือก และปากแดง แต่หารู้ไม่ว่า สิ่งที่ทำให้หญิงเหล่านั้นดูซีดขาวมันมาจากสารตะกั่ว ก่อนที่เราจะเข้าเรื่องการคลั่งขาวในยุคนี้ ขอเล่าเรื่องตะกั่ว และการใช้ตะกั่วที่มีกันทั่วไปก่อน

        สารตะกั่ว (Lead) เป็นโลหะหนักที่มีความเป็นพิษสูง เป็นพิษต่อระบบประสาทและพัฒนาการของมนุษย์ โดยเฉพาะในเด็ก แม้ตะกั่วจะพบได้ตามธรรมชาติ แต่กิจกรรมของมนุษย์ เช่น การทำเหมือง การเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิล และการใช้ในอุตสาหกรรม ทำให้มีการปนเปื้อนในสิ่งแวดล้อมและผลิตภัณฑ์ต่างๆ เช่น สี แบตเตอรี่ เครื่องใช้ไฟฟ้า และภาชนะดินเผา การได้รับสารตะกั่วอาจเกิดขึ้นจากการรับประทานอาหาร ดื่มน้ำ สัมผัสฝุ่น ดิน อากาศ และผลิตภัณฑ์ที่ปนเปื้อน ซึ่งก่อให้เกิดอาการต่างๆ เช่น ปวดท้อง เบื่ออาหาร คลื่นไส้ อ่อนเพลีย และในระยะยาวอาจส่งผลต่อสติปัญญาและพัฒนาการของเด็ก 

        สารตะกั่วเคยถูกใช้เป็นส่วนผสมในเครื่องสำอางโบราณเพื่อทำให้ผิวขาวขึ้น เช่น ในสมัยโรมันและยุคสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 1 แห่งอังกฤษ นอกจากนี้ ยังพบในเครื่องสำอางอียิปต์โบราณอย่างโคล และเครื่องสำอางจากตะวันออกกลาง อินเดีย และเอเชีย เช่น คาจัลและซูร์มา. การใช้ตะกั่วในเครื่องสำอางนี้ก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพอย่างร้ายแรง เช่น อาการทางระบบประสาท ปัญหาผิวหนัง และในบางกรณีอาจนำไปสู่การเสียชีวิตได้

 

ตัวอย่างการใช้สารตะกั่วในเครื่องสำอางโบราณ

เซรุสซา (White Lead) ในสมัยโรมันและยุโรปโบราณ: เป็นรองพื้นสีขาวทำจากตะกั่ว ใช้เพื่อให้ผิวขาวสว่างใส ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของชนชั้นสูง

โคล (Kohl) ในอียิปต์โบราณ: อายไลเนอร์สีดำที่เชื่อว่าช่วยปกป้องจากโรคภัยไข้เจ็บ แต่ทำจากส่วนผสมของตะกั่ว

เครื่องสำอางในเอเชีย : คาจัล ซูร์มา และซินดูร์ ซึ่งเป็นเครื่องสำอางจากตะวันออกกลาง อินเดีย และเอเชีย ก็มีส่วนผสมของสารตะกั่วในระดับสูงเช่นกัน

อันตรายของสารตะกั่วในเครื่องสำอางโบราณ

พิษต่อร่างกาย : สารตะกั่วสะสมในร่างกายเป็นเวลานาน ทำให้เกิดอาการต่างๆ เช่น เบื่ออาหาร ท้องไส้ปั่นป่วน มือชาเท้าชา และอาจตาบอด. 

ปัญหาสุขภาพระยะยาว : การใช้เครื่องสำอางที่มีส่วนผสมของตะกั่วเป็นเวลานาน อาจทำให้ผิวเปลี่ยนสี ผมร่วง ฟันผุ และส่งผลกระทบต่อระบบประสาทและสมอง. 

กรณีเสียชีวิต : มีรายงานผู้เสียชีวิตจากการพิษตะกั่วที่เกิดจากการใช้เครื่องสำอาง 

การคลั่งขาวกับความนิยมในยุคเรอแนซ็องส์ (Renaissance) 

        ยุคเรอแนซ็องส์ (Renaissance) หรือช่วงกลางคริสต์ศตวรรษที่ 14-17 ในยุคฟื้นฟูศิลปวิทยา ความงามเป็นสิ่งที่ได้รับการยกย่องอย่างมาก โดยเฉพาะในหมู่ชนชั้นสูง หนึ่งในบุคคลสำคัญที่สะท้อนให้เห็นถึงมาตรฐานในยุคนั้นอย่างชัดเจนคือ สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 1 แห่งอังกฤษ (Queen Elizabeth I)หนึ่งในมาตรฐานที่โดดเด่นที่สุดในยุคของสมเด็จพระราชินีเอลิซาเบธที่ 1 คือ ผิวขาวซีด ผู้คนในยุคนั้นเชื่อว่า ผิวขาวซีดเป็นสัญลักษณ์แห่งความสูงส่ง บ่งบอกว่าบุคคลผู้นั้นไม่ต้องทำงานกลางแจ้งเหมือนชาวนาชาวไร่

        การมีผิวขาวจึงเป็นการแสดงออกถึงสถานะทางสังคมที่สูงส่ง แต่กว่าจะเป็นผู้หญิงที่สังคมยอมรับ ต้องแลกมาด้วยการใช้เครื่องสำอางที่มีส่วนผสมของสารพิษ อย่าง รองพื้นเวนิเชียน เซรูส (Venetian ceruse) ซึ่งทำมาจากตะกั่วขาวผสมกับน้ำส้มสายชู  เมื่อตะกั่วสัมผัสกับผิวหนังเป็นเวลานาน จะก่อให้เกิดอันตรายร้ายแรง เช่น ปวดศีรษะ เส้นผมและฟันหลุดร่วง พิษสะสมทั่วร่างกาย ในระยะยาว อาจส่งผลต่อพัฒนาการทางสมอง รวมถึงทำให้เกิดความผิดปกติทางจิตได้ ทั้งหญิงสาวในยุคนั้นมักจะทาลิปสติกสีแดงชาดที่ทำจากซินนาบาร์ (Cinnabar)  แม้ว่าซินนาบาร์จะให้สีแดงที่สวยงาม แต่มันกลับมีส่วนประกอบหลัก คือ ปรอทซัลไฟด์ (Mercury sulfide) สารพิษที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย หากสัมผัสหรือสูดดมเข้าไปเป็นเวลานาน จะส่งผลกระทบต่อระบบประสาทและระบบทางเดินหายใจ

        นอกจากนั้น ยังมีมาตรฐานอื่น ๆ ที่ผู้หญิงในยุคนั้นต้องปฏิบัติตาม เช่น ใบหน้ารูปไข่เรียวเล็ก คิ้วโค้งสวย มีนัยน์ตาโต และผมสีทองถือเป็นสีผมที่สวยงามที่สุด ผู้หญิงหลายคนจึงย้อมผมหรือใช้แป้งฝุ่นสีทองโรยผม  แม้จะรู้ว่าเครื่องสำอางเหล่านี้มีอันตรายถึงชีวิต แต่เหล่าหญิงสาวในยุคนั้นก็ยังคงใช้มันต่อไป เพราะเชื่อว่าเครื่องสำอางจะช่วยเพิ่มความมั่นใจและเสริมเสน่ห์ 

        ท้ายที่สุด ช่วงศตวรรษที่ 19 มีงานวิจัยและเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับพิษของปรอทและตะกั่วมากขึ้น ทำให้ผู้คนตระหนักถึงความงามที่ต้องแลกมาด้วยชีวิต จึงมีการสั่งห้ามใช้ตะกั่ว ปรอท และสารเคมีอันตรายอื่น ๆ ในเครื่องสำอางอย่างเด็ดขาดแทบจะทั่วทั้งโลก

        สรุปแล้วมาตรฐานความงามในยุคเรอแนซ็องส์สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อและค่านิยมของสังคม แม้ว่าความงามในสมัยนั้นจะมาพร้อมกับอันตราย แต่ก็เป็นการแสดงออกถึงความหลากหลายและความซับซ้อนของวัฒนธรรมมนุษย์ ณ ช่วงเวลาหนึ่ง

        สถานการณ์ปัจจุบัน การใช้สารตะกั่วในเครื่องสำอางจะเป็นอันตราย แต่ยังมีประเด็นถกเถียงเกี่ยวกับการปนเปื้อนในปริมาณเล็กน้อย. อย่างไรก็ตาม ในหลายประเทศ รวมถึงประเทศไทย ได้ออกกฎหมายห้ามใช้สารตะกั่วเป็นส่วนผสมในการผลิตเครื่องสำอาง

********

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
45 VOTES (5/5 จาก 9 คน)
VOTED: Minttylive, projor007, kyogisa, แด๊ดดี้จอเเดน, mommyg13, famai, davin, goldfish13, ดร กิฟท์นางมารพยากรณ์
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
จังหวัดที่มีคนจนมากที่สุด อันดับหนึ่งของประเทศไทย"โถส้วมแบบนั่งยองๆ หรือ โถส้วมแบบกดน้ำ" แบบไหนดีกว่ากัน?สถานที่สำคัญแห่งล่าสุดของไทย ที่ได้รับการยกย่องให้เป็นแหล่งมรดกโลกอาชีพที่น่าสนใจในปี 2026 ใครปรับตัวไว มีโอกาสก่อนการถาม AI หนึ่งครั้ง เท่ากับเทน้ำทิ้ง 1 ขวดทำไมประเทศไทยถึงต้องมี "Land" ต่อท้าย?เซอร์เบีย ให้เงินสนับสนุนแก่เขมรแล้ว 500,000 ดอลลาร์เขมรโมโห หลังถูกนายจ้างคนจีน ด่าว่าโง่เหรียญราคา 10 บาทของไทย รุ่นที่หาได้ยากมากที่สุดระดับตำนานสื่อเขมรตีข่าว! อ้างดาราสาว "แองเจลินา โจลี" อาจย้ายมาอยู่ "กัมพูชา"..หลังประกาศขายบ้านในสหรัฐฯสินค้าของป่านำเข้าของไทย ที่มีมูลค่ามากที่สุดเป็นอันดับหนึ่งวิธีปฏิเสธ "คำขอทำงานล่วงเวลาเร่งด่วน" แบบคนมี EQ สูง
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
สื่อกัมพูชาประโคมข่าว “แอนเจลินา โจลี” เตรียมขายบ้านในสหรัฐฯ เปิดทางเริ่มชีวิตใหม่ อาจย้ายพำนักที่กัมพูชาเขมร ระเบิดค่ายตัวเอง อ้างเผาขยะเจอกระสุน DKZ ตกค้าง หวั่นไทยเข้าใจผิดชาวเน็ตฮือฮา เชอรี่ญี่ปุ่นลังละเป็นล้าน!!วิสทีเรีย (Wisteria) หนึ่งในเจ็ดต้นไม้มหัศจรรย์ของโลก ดอกดกมากๆ ปลูกไว้ดูสวยชื่นใจจ้าคนงานกัมพูชากว่า 2,000 ชีวิต ลุกฮือปิดถนน! โรงงานรองเท้า YJC วุ่น หลังถูกดูหมิ่น-ไม่จ่ายโบนัส-ห้ามหยุดวันชาติเสริมภูมิคุ้มกันด้วยผลไม้รสเปรี้ยว
"Broken Arrow"แฟ้มลับนิวเคลียร์มรณะย้อนรอยยุทธศาสตร์บุกต่างแดนของพญาอินทรี : จากอัฟกานิสถาน อิรัก สู่เวเนซุเอลาฮวงจุ้ยปฏิทิน : เคล็ดลับเปลี่ยนกระดาษบอกเวลา ให้เป็นแผนที่ดึงดูดทรัพย์10 กิจกรรมรับปีใหม่ 2569: กิจกรรมแรกของปี บอกตัวตนที่แท้จริงว่าคุณคือใคร?
ตั้งกระทู้ใหม่